ศรีสะเกษ ถึงแล้วร่างครอบครัวเหยื่อเครนมรณะ ตายยกครอบครัว แม่วัย 86 ปีร่ำไห้จูบลารูปถ่ายหน้าโลง วอน อยากได้ชีวิตลูกหลานคืน ญาติเรียกร้องผู้รับเหมารับผิดชอบ ยันไม่เชื่อเคยได้รางวัลความปลอดภัย
จากกรณีอุบัติเหตุ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ถูกเครนซึ่งใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่พังถล่มลงมาทับขบวนรถ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว พื้นที่บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ขบวนรถไฟตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ ครอบครัวแท่นทอง ประกอบด้วย นายสมจิตร แท่นทอง อายุ 53 ปี นางจรินทร แท่นทอง อายุ 52 ปี และ ด.ช.ณัชสภณ แท่นทอง หรือ “น้องกาโต๊ะ” อายุ 8 ปี ทั้งสามเสียชีวิตพร้อมกันยกครอบครัว โดยทั้งหมดเดินทางมากับรถไฟขบวนดังกล่าวด้วยความตั้งใจจะมาร่วมงานศพญาติที่บ้านเกิด แต่กลับต้องประสบเคราะห์ร้าย สร้างความสะเทือนใจแก่ญาติพี่น้องและชุมชนอย่างยิ่ง ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 18 มกราคม 2569 ที่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 2 ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ มูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา ได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่ยังบ้านเกิด หลังจากผ่านกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว ขณะเคลื่อนโลงศพลงจากรถมูลนิธิเข้าสู่ภายในบ้าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องต่างพากันร้องไห้ด้วยความอาลัย บางรายถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เดินเข้ามาจับโลงศพและร่ำไห้ด้วยความเสียใจ โดยเฉพาะ นางวิไล แท่นทอง อายุ 86 ปี มารดาของนายสมจิตร ซึ่งเดินทางมาจูบรูปถ่ายของหลานชาย พร้อมกล่าวคำอำลาด้วยน้ำตานองหน้า
นางวิไล แท่นทอง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า วันนี้เป็นวันที่ต้องรับศพลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชายกลับมาบ้าน สิ่งแรกที่อยากบอกคืออยากได้ชีวิตของลูกและหลานคืนมา หลังทราบข่าวการเสียชีวิต ตนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ ด้านบริษัทอิตาเลียนไทย ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเครน ได้ส่งพวงหรีดมาทางร้านดอกไม้ แต่ไม่มีตัวแทนเดินทางมาด้วยตนเอง และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดจากบริษัทเข้ามาพูดคุยเรื่องการเยียวยา ลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัว หากเป็นไปได้อยากตายแทนลูก ในวาระสุดท้ายอยากบอกให้ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลาน ไปเป็นเทวดาอยู่บนสรวงสวรรค์ หลานชายเคยบอกว่าจะมาหาย่าที่ศรีสะเกษ เป็นเด็กน่ารัก พูดจาไพเราะ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีกเลย
ด้าน นายสุวิชย์ แท่นทอง อายุ 61 ปี พี่ชายนายสมจิตร กล่าวว่า (ผู้ตาย)ตนเป็นพี่ชายของนายสมจิตรผู้เสียชีวิตตนอยากเรียกร้องให้บริษัทอิตาเลี่ยนไทยเข้ามาดูแลรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ในวันที่ตนและหลวงพี่เดินทางไปรอรับศพน้องชายที่จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงที่รอหลวงพี่ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของนายสมจิตรนอนรอในรถแล้วเกิดอาการละเมอขึ้นตนจึงรีบปลุกให้ตื่น เหมือนมีหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่เป็นร่างไร้วิญญาณมาหาหรือมาสื่อสารอะไรบางอย่าง ในปีพ.ศ 2568 บริษัทอิตาเลี่ยนไทยได้รับรางวัลความปลอดภัยดีเด่น โดยส่วนตัวตนไม่เชื่อเรื่องความปลอดภัยเพราะที่ผ่านมาก็เห็นว่าบริษัทเดียวกันนี้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งจนทำให้สูญเสียหลายชีวิต ตนมองว่าใครมีเงินก็ทำได้หมดโดยที่ไม่มองถึงความปลอดภัยของประชาชน


