ศรีสะเกษ – เกิดเหตุสลดอำเภอไพรบึง พบศพวัยรุ่นชายอายุ 19 ปี ถูกฆ่าโหดแทงยับกว่า 30 แผล หักมีดคาที่เกิดเหตุ ก่อนขุดหลุมฝังดินอำพรางกลางป่ายูคาลาหลังวัดบ้านไม้แก่น ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันถูกแทงสาหัสหามส่ง รพ. อาการยังโคม่า กู้ภัย-ตร. รุดตรวจสอบเร่งล่าตัวคนร้าย
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ. (นามสมมติ) พนักงานสอบสวน สภ.ไพรบึง ได้รับแจ้งเหตุพบศพถูกฝังดินบริเวณป่ายูคาลิปตัส ด้านหลังวัดบ้านไม้แก่น ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน จุดไพรบึง ขุนหาญ และขุขันธ์
ที่เกิดเหตุภายในป่ายูคาลิปตัส เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการขุดหลุมลึกประมาณ 20 เซนติเมตร ยาว 1.9 เมตร มีใบไม้ปกคลุมอำพรางอย่างมิดชิด เมื่อปัดกวาดใบไม้ออกพบศพ นายสิทธิศักดิ์ หรือ มิกซ์ แทนพัน อายุ 19 ปี สภาพสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงยีนสีดำ จากการชันสูตรเบื้องต้นพบบาดแผลถูกของมีคมและของแหลมแทงตามร่างกายมากกว่า 30 แผล
ใกล้กันพบหลักฐานสำคัญคือ รองเท้า 1 คู่ ซองบุหรี่ ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ มีดปลายแหลมยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ในสภาพหัก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังพบกองเลือดกระจายอยู่หลายจุด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ในตัวผู้ตายพบเงินสด 100 บาท และไฟแช็ก 1 อัน
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายบุญเลี้ยง ไพรวงค์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.12 บ้านไม้แก่น ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากวัยรุ่นชายอีกคนคือ นายกิตติศักดิ์ หรือ อ้น ดอนแพง อายุ 19 ปี ซึ่งอยู่ในสภาพเลือดท่วมตัว ถูกแทงเข้าที่ใต้ราวนมขวา 2 แผล และแผ่นหลังอีก 4 แผล อาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นวิกฤต ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ
นายบุญเลี้ยง (ผู้ใหญ่บ้าน) เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุตนได้สอบถามนายอ้นผู้บาดเจ็บว่ามากับใคร เจ้าตัวบอกว่ามากับเพื่อนอีกคน แต่ช่วงเกิดเหตุต่างคนต่างวิ่งหนีไปคนละทิศทาง กระทั่งรุ่งเช้าญาติของผู้บาดเจ็บและชาวบ้านได้ช่วยกันแกะรอยตามคราบเลือดและรอยล้อรถจักรยานยนต์ จนมาพบจุดที่นายมิกซ์ถูกฝังอยู่
ด้าน นายมณี เบ็ญมาตร กำนันตำบลไพร อ.ขุนหาญ ซึ่งเป็นตาของผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยความเศร้าสลดว่า หลานชายกำลังจะไปรายงานตัวเป็นทหารอาสาในเดือนเมษายนนี้ ปกติหลานเป็นคนเงียบๆ ล่าสุดที่พบกันคือช่วงเย็นวันที่ 28 ก.พ. สังเกตเห็นหลานมีอาการลุกลี้ลุกลนเหมือนกังวลอะไรบางอย่าง ก่อนจะมายืมรถจักรยานยนต์ออกไป จนกระทั่งมาทราบข่าวร้าย ตนอยากให้ผู้ก่อเหตุออกมามอบตัวและขอขมาศพ เพราะเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินไป
ขณะที่ นางอุรา ศรีดาชาติ อายุ 66 ปี ชาวบ้านที่ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บคนแรก เล่าว่า ช่วงกลางดึกนายอ้นได้มาเคาะประตูปลุกให้ช่วยพาไปโรงพยาบาล ตนเห็นเลือดเต็มตัวจึงรีบไปแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยอมรับว่าตกใจมากเพราะในหมู่บ้านไม่เคยมีเหตุรุนแรงเช่นนี้มาก่อน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่ากลุ่มผู้ตายอาจมีเรื่องขัดแย้งกับคู่อริ หรือถูกลวงมาทำร้ายในจุดเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี และรอสอบปากคำผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


