หึงโหดยิงคาครัว! หนุ่มเจ้าของรถดั้มลั่นไกดับแฟนสาว ก่อนยิงตัวเองสาหัส

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 1 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.ณรงค์ ปิยะพันธ์ รองผู้กำกับการ สภ.ไพรบึง (ฝ่ายสอบสวน) รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 116 หมู่ 5 ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ หลังรับแจ้งได้ประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ และชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จุดเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณด้านหลังตัวบ้านต่อเติมเป็นห้องครัวแยกออกจากตัวบ้านหลักอย่างชัดเจน เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงเช่นนี้ในชุมชนที่เงียบสงบ

ภายในห้องครัวพบร่างผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย และร่างหญิงเสียชีวิต อีก 1 ราย นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นปูน รายแรก (ผู้บาดเจ็บ) ทราบชื่อคือ นายพิเชษฐ์ สุดสังข์ อายุ 33 ปี อาชีพเจ้าของรถดั้ม ชาวตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นอนจมกองเลือด หายใจรวยริน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณศีรษะ 1 นัด ใกล้กันพบอาวุธปืนแบลงก์กันดัดแปลง และปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 1 ปลอก ตกอยู่ไม่ห่างจากร่างผู้บาดเจ็บ

ด้าน นายสุรพงศ์ วรรณทอง บิดาของฝ่ายหญิง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวคบหากับนายพิเชษฐ์มาประมาณ 3 ปี มีลูกชายด้วยกันวัย 2 ขวบ 1 คน ตลอดระยะเวลาที่คบหากันมา นายพิเชษฐ์มีพฤติกรรมหึงหวงรุนแรงอยู่เสมอ มักมีปากเสียงกับลูกสาวตนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการออกไปพบปะเพื่อนฝูงหรือไปทำกิจกรรมภายนอกบ้าน ก่อนหน้านี้ลูกสาวเคยเล่าให้ฟังว่า นายพิเชษฐ์เคยข่มขู่จะฆ่าทั้งครอบครัว หากมีการเลิกราหรือมีปัญหากันรุนแรง อีกทั้งยังเคยนำปืนออกไปยิงนอกบ้านให้เห็นมาแล้ว สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในครอบครัว

นายสุรพงศ์ กล่าวต่อว่า ระยะหลังลูกสาวพยายามขอแยกตัวออกห่าง เนื่องจากทนพฤติกรรมหึงหวงไม่ไหว และต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยในวันเกิดเหตุ ลูกสาวตั้งใจจะไปงานแต่งงานของเพื่อนสนิท แต่นายพิเชษฐ์ไม่ยอมให้ไป ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าประเด็นดังกล่าวเป็นชนวนเหตุโดยตรงหรือไม่ แต่เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากความหึงหวงสะสมที่ยืดเยื้อมานาน

นางสาวนิติยา ไพรเตี้ย อายุ 28 ปี เพื่อนสนิทของผู้ตาย เปิดเผยว่า วันนี้ตนมารับผู้ตายไปงานแต่งเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งในตัวอำเภอไพรบึง ช่วงประมาณ 10.00 น. ผู้ตายเล่าให้ตนฟังว่าแฟนหรือผู้ก่อเหตุโทรตามตลอดเลยและบอกว่าจะตามมาที่งานด้วยแต่ไม่รู้อยู่ที่ไหน พอถึงช่วงเย็นประมาณ 16.30 น. ตนจึงขับรถมาส่งผู้ตายที่บ้านสวนของพ่อและแม่ตายหลังจากนั้นผู้ชายก็ได้ขับรถมายังบ้านหลังเกิดเหตุโดยไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเพื่อนของตน

โดยปกติแล้วผู้ตายเป็นคนนิสัยดีรักเพื่อน ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์ร้อนขี้หึง เมื่อ 4 ปีก่อนทั้งผู้ตายและผู้ก่อเหตุเคยทำงานที่กรุงเทพฯ ผู้ก่อเหตุมีนิสัยหึงหวงและโมโหร้ายผู้ก่อเหตุเคยก่อเหตุยิงผู้ตายแต่ไม่โดนจนได้มีการแจ้งความดำเนินคดีและเลิกลากันไปในครั้งนั้นตนไม่คิดว่าทั้ง2คนจะกลับมาคบหาและมาอยู่กินด้วยกันอีกจนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 1 คน และคนก็ไม่คิดว่าผู้ก่อเหตุจะมาฆ่าเพื่อนตน ตนรู้สึกตกใจและไม่คิดว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ก่อเหตุฆ่าเพื่อนตนครั้งนี้น่าจะเป็นการหึงหวงแล้วเกิดอารมณ์โมโหร้าย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งสมมติฐานว่า อาจเป็นเหตุทะเลาะกันอย่างรุนแรง ก่อนที่ฝ่ายชายจะใช้อาวุธปืนยิงฝ่ายหญิง และอาจตัดสินใจก่อเหตุยิงตัวเองตาม อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด ทั้งคราบเขม่าดินปืน ลายนิ้วมือ และวิถีกระสุน เพื่อยืนยันลำดับเหตุการณ์ที่แท้จริง

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก หลายคนระบุว่า ทั้งสองคนมักมีปากเสียงกันจริง แต่ไม่คิดว่าจะลุกลามถึงขั้นจบชีวิตคู่กันเช่นนี้ โดยเฉพาะเด็กชายวัย 2 ขวบที่ต้องกลายเป็นกำพร้าพ่อแม่ในคืนเดียว สร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่ทราบข่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไพรบึง เปิดเผยว่า จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำญาติและผู้ใกล้ชิดอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบประวัติการครอบครองอาวุธปืน เพื่อสรุปสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และนำร่างส่งให้ทางญาติประกอบทางญาติประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป