ปกครองเอาจริง! บุกทลายแหล่งต้ม ‘น้ำกระท่อม’ กลางชุมชน รวบแม่ค้าวัย 48 พร้อมของกลางอื้อ

ศรีสะเกษ – เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ, นายสะอาด วงศ์รักษ์ ปลัดจังหวัดฯ และนายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง ภายใต้แนวคิด “อำเภอพึ่งได้”

การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากศูนย์ดำรงธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่า พบการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงสำเร็จอย่างประเปิดเผยใกล้แหล่งชุมชน สร้างความกังวลให้กับผู้ปกครองและประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณร้าน NT มินิมาร์ท ห้องเช่าเลขที่ 228/4-6 ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ

จากการตรวจสอบพบ นางสาวกาญจนา ปานฟัก อายุ 48 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจค้นภายในร้านและบริเวณโดยรอบ พบของกลางเป็นน้ำกระท่อมบรรจุขวดหลากขนาด เตรียมส่งขายให้ลูกค้าจำนวนมาก ประกอบด้วย:

  • น้ำกระท่อม ขนาด 1,500 มล. จำนวน 70 ขวด
  • น้ำกระท่อม ขนาด 900 มล. จำนวน 33 ขวด
  • น้ำกระท่อม ขนาด 600 มล. จำนวน 21 ขวด
  • หม้อต้มขนาดใหญ่ 2 ใบ, น้ำหวาน (ส่วนผสม) 8 ขวด และขวดเปล่าเตรียมบรรจุอีก 70 ขวด
  • รวมของกลางน้ำกระท่อมพร้อมจำหน่ายกว่า 124 ขวด พร้อมตรวจยึดป้ายคิวอาร์โค้ดรับชำระเงินไว้เป็นหลักฐาน

แจ้งข้อหาหนัก – ย้ำมาตรการเชิงรุก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นางสาวกาญจนา ในความผิดฐาน:

  1. ผลิตและจำหน่ายอาหารอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
  2. ผลิตและขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510

จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จังหวัดศรีสะเกษจะยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุกในการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยของเยาวชนในชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทาง “อำเภอพึ่งได้” ที่มุ่งหวังให้ประชาชนมีความปลอดภัยและเชื่อมั่นในอำนาจรัฐอย่างยั่งยืน