เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันภายในป่าไม้รีสอร์ท ห้องพักหมายเลข 13 หมู่ 14 ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่ พ.ต.อ.ศรุต จันทร์เกษ ผกก.สภ.กันทรลักษ์ จะสั่งการให้ พ.ต.ท.เสกสิทธิ์ สาระวรรณว รอง ผกก.สส.สภ.กันทรลักษ์ นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้ายอย่างเร่งด่วน
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบจักรยานยนต์ เวฟ 1 กอ 1899 ศรีสะเกษ คาดว่าน่าจะเป็นของผู้บาดเจ็บจอดอยู่หน้าห้อง ภายในห้องพักมีคราบเลือดกระจายอยู่บริเวณพื้นห้องและภายในห้องพักหมายเลข 13 ซึ่งเป็นห้องที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บได้ถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์ก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อภายหลังคือ นายสมบูรณ์ ภูจุธาตุ อายุ 31 ปี ชาวตำบลหนองกุง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณกกหูด้านขวาได้รับบาดเจ็บ ก่อนส่งตัวมายังโรงพยาบาลศรีสะเกษ เพื่อทำการรักษา อาการยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมบูรณ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมาพักที่รีสอร์ทดังกล่าว เพื่อเตรียมตัวไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ โดยระหว่างที่พักอยู่ภายในห้อง ได้มีชายวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าห้องพัก ก่อนเดินเข้ามาสอบถามว่า ตนเองได้นัดภรรยาของผู้ก่อเหตุมาที่รีสอร์ทหรือไม่ หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวได้ขอตรวจดูโทรศัพท์มือถือของตนเอง
ระหว่างที่มีการพูดคุยกันภายในห้องพัก ได้เกิดปากเสียงอย่างรุนแรงขึ้น เนื่องจากอีกฝ่ายไม่พอใจข้อความสนทนาในโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่ชายผู้ก่อเหตุจะเกิดอารมณ์โมโหและทุบโทรศัพท์มือถือของนายสมบูรณ์จนเสียหาย จากนั้นได้ชักอาวุธปืนออกมายิงใส่นายสมบูรณ์จำนวน 1 นัด กระสุนถูกบริเวณกกหูด้านขวา จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะรีบหลบหนีออกจากรีสอร์ททันที
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยแกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดภายในรีสอร์ทและตามเส้นทางต่าง ๆ ที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี รวมถึงสอบปากคำพยานบุคคลในพื้นที่อย่างละเอียด กระทั่งสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุได้ในเวลาต่อมา โดยพบว่าเป็นชายวัย 25 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์
ต่อมาในเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่บ้านกระแชง หมู่ 18 ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทราบชื่อคือ นายณัฐพงษ์ โปริสา อายุ 25 ปี ชาวตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ชนิดหักลำ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งภายในรังเพลิงยังพบปลอกกระสุนคาอยู่ นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนอีกจำนวน 1 คัน ซึ่งเชื่อว่าใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณัฐพงษ์ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายสมบูรณ์จริง โดยอ้างว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวง หลังพบว่าผู้บาดเจ็บได้ใช้เฟซบุ๊กส่งข้อความพูดคุยในลักษณะเชิงชู้สาวกับหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นแฟนของตนเอง แต่ฝ่ายผู้บาดเจ็บไม่ทราบมาก่อนว่า หญิงสาวมีแฟนอยู่แล้ว
ต่อมาฝ่ายหญิงได้นำข้อความการสนทนาในเฟซบุ๊กไปให้ นายณัฐพงษ์ ดู จนทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างหนัก เพราะมองว่าเป็นการเข้ามาตีสนิทและพูดคุยเกินเลยกับแฟนสาวในลักษณะชักชวนมานอนด้วยกัน จึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ตามไปหานายสมบูรณ์ที่รีสอร์ท เพื่อหวังจะพูดคุยเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อไปถึงห้องพักและได้มีการพูดคุยกัน กลับเกิดการโต้เถียงอย่างรุนแรง จนทำให้กิดอารมณ์โมโห ขาดสติ จึงใช้อาวุธปืนยิงนายสมบูรณ์ได้รับบาดเจ็บ แล้วรีบหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันที กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ จากการสอบสวนเพิ่มเติม ผู้ต้องหายังให้การอีกว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น ซื้อต่อมาจากชายชื่อ “กุ๊ก” ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่ซื้อมาเก็บไว้ใช้ส่วนตัว ก่อนนำมาก่อเหตุในครั้งนี้
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายณัฐพงษ์พร้อมของกลางทั้งหมดมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.กันทรลักษ์ เพื่อขยายผลเกี่ยวกับที่มาของอาวุธปืน รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีอย่างละเอียดอีกครั้ง
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง โรงพยาบาลศรีสะเกษ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก นางเหลาทอง อายุ 58 ปี มารดาของนายสมบูรณ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยนางเหลาทองเปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ได้รับโทรศัพท์จากพนักงานรีสอร์ทแจ้งว่าลูกชายถูกยิง แต่ยังมีสติอยู่ ตนจึงรีบเดินทางมาดูอาการลูกทันทีโดยไม่ได้เตรียมข้าวของใด ๆ มาด้วยหลังได้พูดคุยกับลูกชาย ลูกยืนยันว่าไม่ทราบว่าใครเป็นคนยิง และไม่เคยมีปัญหาหรือเรื่องบาดหมางกับผู้ก่อเหตุมาก่อน ส่วนสาเหตุที่ลูกชายไปพักที่รีสอร์ทดังกล่าว เนื่องจากในช่วงเช้าจะต้องเดินทางไปรายงานตัวที่คุมประพฤติอำเภอกันทรลักษ์ หากเดินทางจากบ้านในตอนเช้าจะไม่สะดวก จึงเลือกไปพักค้างคืนไว้ก่อน
แม่ของผู้บาดเจ็บยังเปิดเผยอีกว่า ที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร ไม่ดื่มสุรา แต่ยอมรับว่ามีพฤติกรรมเสพยาบ้าและสูบบุหรี่ จนเป็นสาเหตุให้ต้องเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดเหตุไม่นาน ลูกชายเพิ่งพูดคุยและรับปากกับตนว่าจะเลิกยาเสพติด เลิกทุกอย่าง และกลับตัวเป็นคนดี แต่หากยังไม่ยอมเลิกจริง ๆ ตนก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าตัว
นางเหลาทอง กล่าวด้วยความคับแค้นใจว่า การกระทำของผู้ก่อเหตุถือเป็นเหตุรุนแรงที่มุ่งหวังเอาชีวิตลูกชายของตน เพราะยิงเข้าที่ศีรษะ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องกันมาก่อน ตนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุดคนเรามีพ่อมีแม่ มีครอบครัว ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ จิตใจทำด้วยอะไร ถ้าลูกฉันเสียชีวิตขึ้นมาจะทำอย่างไร” นางเหลาทอง กล่าวทั้งน้ำตาคลอส่วนกระแสที่มีการกล่าวอ้างว่าลูกชายไปมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนหนึ่งนั้น นางเหลาทองยืนยันว่า ตนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องฝ่ายเดียว พร้อมระบุว่า “ถ้าตบมือข้างเดียวมันคงไม่ดัง” และโดยส่วนตัวตนเองก็ไม่เคยรู้จักหญิงสาวคนดังกล่าวมาก่อนเช่นกัน

