ศรีสะเกษบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ ครั้งแรก 56 ปี หน้าวิหารหลวงพ่อโต

วันนี้ (29 .. 66)  นายนพ พงษ์ผลาดิสัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนสราชการ และประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษร่วมพิธีบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณมหาราชา และพระอินทร์ สีรุ้ง หน้าพระวิหารหลวงพ่อโต พระคู่เมืองศรีสะเกษ ที่มีอายุกว่าพันปี โดยมีบัณฑิตพราหมณ์ จาก 22 อำเภอ ร่วมนำประกอบพิธี วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง .เมือง .ศรีสะเกษ

ท้าวเวสสุวรรณ ได้มีการก่อสร้างขึ้น ภายหลังจากที่ก่อสร้างพระอุโบสถครอบองค์หลวงพ่อโต ในปี..2510 และเมื่อสร้างเสร็จก็ได้ประกอบพิธีบวงสรวงองค์ท้าวเวสสุวรรณ องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในสมัยนั้น โดยสูง 6.59 เมตร พร้อมกับลงสีรุ้งสลับอย่างวิจิตรสวยงามประดิษฐานไว้ด้านช้าย และสร้างองค์พระอินทร์ ประดิษฐานไว้ด้านขวา ก่อนทางเดินเข้าประตูพระอุโบสถองค์หลวงพ่อโต

สาวศรีสะเกษเปิดใจเตือนภัย”แอปฯหาคู่”หนุ่มใหญ่หลอกกักขังขืนใจจนท้อง

ศรีสะเกษ เฒ่าอายุ 50 ปีแซทหาคู่หลอกสาววัย 18 ปีไปข่มขืน เหยื่อเผยตกใจมากมาพบหน้ากันไม่ตรงปกแต่ถูกบังคับขึ้นรถทัวร์ไปที่สมุทรปราการข่มขืนนานร่วม 1 ปี ฝากเป็นอุทาหรณ์สาวที่ต้องการแซทหาคู่ควรวีดีโอคอลเพื่อดูหน้าตาของอีกฝ่ายให้ดีเพื่อไม่ให้ต้องมาเสียใจนั่งเลี้ยงลูกคนเดียวเหมือนกับตน

 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลหนองเชียงทูน อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากมีข่าวว่าได้มีเด็กสาวคนหนึ่งอายุ 18 ปี ได้กลายเป็นเหยื่อตัณหาของเฒ่าวัย 50 ปีเพราะว่าใช้แอปหาคู่ เมื่อไปถึงพบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้ยกสูง  ชั้นล่างของบ้านมีเปลเด็กตั้งอยู่พร้อมด้วยผ้าอ้อม ขณะที่แม่ของเด็กกำลังทำการตากผ้าอ้อมและทำงานบ้านอยู่ เมื่อแม่ของเด็กได้ยินเสียงร้องของลูก จึงได้วางมือจากการทำงานบ้านเข้ามาดูแลลูกน้อยของตนเอง

 

จากการสอบถามทราบว่า เหยื่อของเฒ่าอายุ 50 ปีชื่อว่า ..หน่อย (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี  ซึ่งได้เล่าว่าเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์  ตนได้เข้าไปในแอปแซทหาคู่ และได้มีการพูดคุยกับชายคนหนึ่ง  ซึ่งตามรูปโปรไฟล์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีอายุประมาณ 29 ปี พูดคุยกันได้ประมาณ2 เดือน จนตกลงเป็นแฟนกัน จากนั้น ได้นัดเจอกันในตัว .ศรีสะเกษ เมื่อตนเดินทางไปถึงที่นัดหมายปรากฏว่าตนต้องตกใจ เนื่องจากว่า ชายคนที่แซทคุยกันไม่ใช่หนุ่มรูปหล่อหน้าตาดี แต่กลับกลายเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี  อีกทั้งหน้าตาน่ากลัวมาก ตนจึงจะเดินทางกลับบ้าน แต่ว่าชายคนดังกล่าวไม่ยอมให้ตนกลับบ้านและได้บังคับให้ตนขึ้นรถทัวร์เพื่อเดินทางไปที่ .สมุทรปราการ ที่ชายคนดังกล่าวทำงานเป็น รปภ.อยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง

 

..หน่อย (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เล่าต่อไปว่า  จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ทำการข่มขืนตนหลายครั้ง และจะเฝ้าตนไม่ให้คลาดสายตา ช่วงเวลาที่ชายคนดังกล่าวไปทำงานก็จะพาตนไปด้วย   ตนเคยได้พยายามที่จะหลบหนีเพื่อจะกลับบ้านหลายครั้ง แต่ปรากฏว่าจะถูกชายคนดังกล่าวจับได้ และได้ทำร้ายร่างกายตนหลายครั้ง ทั้งตบตี เตะ ดึงกระชากผมอย่างโหดเหี้ยม ตนจึงไม่กล้าหลบหนีอีก  ต่อมาตนและแม่ได้พยายามขอร้อง อ้อนวอนหลายครั้ง  เพื่อขอให้ปล่อยตนกลับไปบ้านที่ .ศรีสะเกษ เนื่องจากว่าแม่ของตนตรอมใจเรื่องนี้มาก จนล้มป่วย ทำให้ชายดังกล่าวใจอ่อนและจะพาตนมาส่ง แต่ว่าระหว่างที่จะขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางกลับมายัง  .ศรีสะเกษ  ชายคนดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวในข้อหาลักรถจักรยานยนต์

 

ตนจึงได้โอกาสเดินทางกลับมาบ้านเพียงคนเดียว  ซึ่งปรากฏว่า เมื่อมาอยู่บ้านได้ประมาณ 1 เดือน จึงได้รู้ตนเองได้ตั้งท้องเนื่องจากถูกข่มขืน  หลังจากชายคนกล่าวได้ถูกจำคุกประมาณ  1 เดือนเศษ และได้รับการปล่อยตัวออกมาได้เดินทางมาหาตนและได้เข้ามาอยู่กินกับตนที่บ้าน ทำให้แม่ของตนไม่พอใจเป็นอย่างมาก  ขับไล่ยังไงก็ไม่ยอมไปจากบ้านของตน อ้างว่า หากจะให้ไปจากบ้านก็จะต้องให้ตนไปด้วย ตนกำลังตั้งท้องเห็นแก่ลูกในท้องจึงได้เดินทางกลับไปที่ .สมุทรปราการอีก ต่อมาประมาณ 4 – 5 เดือน ตนจึงได้คลอดลูกออกมา และขณะที่ชายคนดังกล่าวออกไปทำงาน ตนจึงได้แอบพาลูกน้อยหนีกลับมาบ้านที่.ศรีสะเกษ

 

..หน่อย (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เล่าด้วยว่า  ต่อมาชายคนดังกล่าวได้แฮ็กเฟซบุ๊คของตนและได้ใช้เฟซบุ๊คของตนโพสต์ข้อความเป็นรูปปืน หลุมฝังศพ เพื่อข่มขู่  ต้องการให้ตนได้กลับไปอยู่ด้วย แต่ว่าขณะนี้ชายคนดังกล่าวถูกจับกุมแล้ว ไม่ทราบว่าข้อหาอะไรบ้าง ตนหวั่นใจว่า หลังจากที่ชายคนนั้นถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว อาจจะกลับมาหาตนกับลูกอีก ตนจึงต้องระวังตัวเองตลอดเวลา เกรงว่า อาจจะได้รับอันตรายจากชายคนดังกล่าว  ซึ่งชายคนดังกล่าวเล่าให้ตนฟังว่า เคยมีเมียมาแล้ว มีลูก 2 คน  และเคยหลอกผู้หญิงลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายคน ก่อนหน้านี้ ล่าสุดเคยหลอกลวงหญิงสาวคนหนึ่งอายุ 19 ปี เป็นชาว .ชัยนาท

 

ตนขอฝากเป็นอุทธาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้ที่ใช้แอปพลิเคชั่นหาคู่ทุกคนว่า  หากจะแซทหาคู่ ควรดูหน้าตากันให้ดี ควรที่จะวีดีโอดูหน้าตากันจริง ของอีกฝ่ายเสียก่อนที่จะนัดเจอกัน เพื่อไม่ให้โดนหลอกเหมือนที่ตนโดนจะทำให้ต้องมานั่งเสียใจนั่งเลี้ยงลูกคนเดียวแบบนี้

ตา-ยายถูกหลานสาวแสบ หลอกให้นำโฉนดบ้านกู้เงิน ถูกฟ้องไล่

สองตายายถูกหลานสาวแสบหลอกให้ไปกู้ยืมเงินนำโฉนดบ้านอยู่อาศัยค้ำประกันแต่ไม่ผ่อนชำระ ถูกฟ้องไล่ที่เดือดร้อน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 70 บ้านหนองคับคา หมู่ 3 ตำบลท่าคล้อ อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ หลังจากได้รับแจ้งจากนาย ภิญโญ ศรีศุภร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคล้อ ว่า มีสองสามีภรรยา สูงอายุ พิการทางการเคลื่อนไหว ได้รับความเดือนร้อนเนื่องจากนายทุนฟ้องร้องทวงหนี้ จนศาลต้องเรียกไกล่เกลี่ย และยอมที่จะผ่อนชำระ แต่ไม่มีเงินจะผ่อนส่งเพราะอยู่ในวัยชราทำงานหาเงินไม่ได้ ไปถึงบ้านดังกล่าวได้พบกับนายสมใจ ไชยกัน อายุ 81 ปีและนาง ก้าน ไชยกัน อายุ 86 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมด้วยนายภิญโญ ศรีศุภร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคล้อ และนายเสถียร สิงหาเวช สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคล้อ บ้านหนองคับคามาเยี่ยมพูดคุยอยู่กับ 2 สามีภรรยา 

นายสมใจ ไชยกัน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 นางสาว อารีรัตน์ ไชยกัน ลูกสาวของน้องชายเป็นหลานสาวของตนมาขอให้ตนนำโฉนดที่ดินแปลงที่ปลูกบ้านอยู่อาศัยนี้ ไปจำนองกู้เงินมาให้หน่อย จะนำไปลงทุนค้าขาย โดยหลานบอกว่าจะเลี้ยงดูตนกับภรรยา ซึ่งจำนองได้เงินไป 275,000 บาททำสัญญาว่าจะคืนเงินภายใน 1 ปี หลังจากได้รับเงินแล้วหลานสาวก็หายไปเลย เงินที่กู้ยืมไปก็ไม่ส่งคืน นายทุนจึงยื่นฟ้องตนศาลนัดไกล่เกลี่ย ตกลงกันว่าตนจะผ่อนชำระให้นายทุนผู้ให้กู้เดือนละ 3,500 บาท ซึ่งตนอายุมากแล้วและพิการขาหัก 2 ท่อน ไม่ได้ทำงาน มีรายได้เพียงเบี้ยผู้สูงอายุ เดือนละ 800 บาท เงินสงเคราะห์คนพิการเดือนละ 800 บาท สองคนสามีภรรยาได้รับเดือนละ 3,200 บาท ตนต้องไปหยิบยืมจากพี่น้อง ผ่อนให้นายทุนมาแล้วปีกว่า ตอนนี้ไม่มีเงินจะจ่ายค่างวดรายเดือนแล้ว เพราะยืมพี่น้องไปทั่วหมดแล้ว พี่น้องก็ไม่ได้ร่ำรวย ตนจึงอยากขอวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือตนกับภรรยาด้วย

นายภิญโญ ศรีศุภร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคล้อ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจาก ส.อบต.บ้านหนองคับคา ว่าสองตายายกำลังเดือดร้อน ซึ่งอำนาจของ อบต.ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณมาใช้จ่ายตรงนี้ได้จึงได้ประสานไปตามหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชนเผื่อจะช่วยเหลือกันได้บ้าง

ซึ่งสองผัวเมียนี้กำลังเดือดร้อนหนัก หากผู้ใจบุญต้องการบริจาคช่วยเหลือก็สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย เลขที่ 3120891967 ชื่อนายสมใจ ไชยกัน คงได้บุญได้กุศลและช่วยให้สองผัวเมียคลายความเดือดร้อน.

ชาวบ้านสุดผวาหนุ่มทาสยาบ้า บุกงัดปั้มน้ำมัน-ร้านขายของชำ

กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้าย บุกปั๊มงัดตู้เติมน้ำมัน ดึงหัวจ่าย งัดรถยนต์ เข้าร้านค้าของชำ ขายน้ำปั่น บุกเข้างัดรถยนต์บ้านคนสูงอายุ รวม 4 จุด

 

 วันนี้ (25 ม.ค. 66) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ปั๊มน้ำมันซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านกระแชง หมู่ 2 ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งว่า มีคนเสพยาก่อเหตุบุกเข้าไปในปั๊มน้ำมัน แล้วงัดตู้เติมน้ำมัน ดึงสายเติมน้ำมัน งัดรถยนต์ กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ เป็นชายชื่อนายบุศรากร แสงเพ็ง อายุ 25 ปี คนในหมู่บ้าน หลังจากพยายามงัดตู้เติมเงินหน้าร้านค้าแต่เจ้าของร้านตื่นมาไล่ไป

 

นายวุฒิพงษ์ ศรีสุข อายุ 35 ปี เจ้าของร้านขายของชำ กล่าวว่า หลังจากปิดร้านแล้วตนกับภรรยาก็เข้านอน จนเวลาประมาณตีสองก็ได้ยินเสียงกุกกักจึงลุกขึ้นมาดู เห็นคนยืนอยู่หน้าร้านจึงร้องถามไปว่า มาทำไรดึกดื่น ชายคนนั้นตอบว่ามาขอยาบ้า ตนจึงไล่ไป

 

นางสาว ปิยะรัตน์ ดาวสุข อายุ 33 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมันดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนนอนอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง ส่วนที่ปั๊มน้ำมันมีพี่สาวกับพี่เขยนอนอยู่ในห้องทำงาน  จนเวลาประมาณ 02.50 น.วันที่ 22 มกราคม 2566 พี่ได้ยินเสียงดังที่รถยนต์กระบะจอดอยู่ข้างที่ที่นอน พี่เขยจึงลุกขึ้นมาดูก็เห็นคนอยู่ที่ตู้จ่ายน้ำมัน จึงร้องตะโกนไล่ พร้อมกับส่งไลน์บอกตน จึงได้ออกมาดูที่ปั๊ม พบว่าคนก่อเหตุ ออกจากปั๊มเข้าไปที่ร้านค้าขายน้ำปั่นที่อยู่ตรงข้ามกับปั๊ม บุกเข้าไปในร้านเข้ากล้องที่ร้านน้ำปั่นก็จับภาพคนร้ายไว้ได้ พี่เขยจึงไปช่วยไล่ออกจากร้านไป เจ้าของร้านขายน้ำปั่นเป็นหญิงสาวนอนอยู่คนเดียวจึงตกใจกลัวมาก

 

จากนั้นคนก่อเหตุได้ข้ามถนนไปเข้าบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งมีนางจันทร์เพ็ญ หวังวรวัฒนากุล อายุ 72 ปีอยู่กับสามี บอกว่า คนร้ายเข้ามางัดประตูรถกระที่จอดอยู่ข้างบ้าน ตนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงจึงร้องตะโกนว่าเข้ามาทำไม ขณะนั้นเจ้าของปั๊มได้มาช่วยไล่คนร้ายออกไป

 

ด้าน นางสาว ลัดดาวัลย์ ดาวไสย์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 389 หมู่ 17 ตำบลกระแชง แม่ของนายบุศรากร กล่าวว่า ลูกไม่ได้ทำงาน มีแต่เสพยาบ้าขอเงินประจำ ตนเป็นแม่เคยถูกลูกคนนี้ถือมีดมาข่มขู่ ถ้าตนอยู่คนเดียวก็กลัวมากว่าจะถูกทำร้าย จึงอยากให้ตำรวจนำตัวไปดำเนินคดีให้เข้าไปอยู่ในเรือนจำเสียบ้าง  

 

ต่อมาตำรวจได้รับแจ้งจึงมาที่เกิดเหตุพบนาย บุศรากร แสงเพ็ง อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นคนก่อเหตุ จึงคุมตัวไปสถานีตำรวจ แต่นายบุศรากรคลุ้มคลั่ง อาละวาดจนถึงเช้าตำรวจจึงนำส่งโรงพยาบาลกันทรลักษ์ ให้แพทย์ดูแล ล่าสุดเย็นวันนี้ 24 มกราคม ทางผู้เสียหายได้รับแจ้งจาก นางสาว ลัดดาวัลย์ แม่ของนายบุศรากรมาบอกว่า ลูกชายได้ออกจากโรงพยาบาลมาแล้วขอให้ทุกคนระวังตัวไว้ด้วย.

ศรีสะเกษบำเพ็ญกุศลสตมวารและบรรจุสรีระสังขาร “พระราชกิตติรังษี”

วันนี้ (13 ม.ค. 65) ที่พระวิหารวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค 10 เป้นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสำรวย เกษกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) และบรรจุสรีระสังขารพระเดชพระคุณ พระราชกิตติรังษี อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 อดีตเจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม พระอารามหลวง

 

มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 ต.ค.2565 ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ สิริอายุ 81 ปี พรรษา 60 หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2565 ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต และปอดอักเสบ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ ร่วมพิธีกันอย่างหนาตา

ผัวหึงโหดระแวงเมียปันใจ กระหน่ำยิงดับคาบ้าน

ศรีสะเกษ ผัวหึงโหดระแวงเมียปันใจกระหน่ำยิงดับคาบ้านซิ่งบิ๊กไบค์หนีแต่ไม่พ้นมือตำรวจ โดนรวบตัวได้ที่ รพ.ราษีไศล ขณะไปเข้ารักษาตัวเนื่องจากรถบิ๊กไบค์เสียหลักตกถนนขณะหลบหนี

 

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ม.ค. 2566 พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ รักษาราชการแทนผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 1 ต.น้ำคำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ จึงได้รายงานให้ พล.ต.ต.ลาภ ศรีสำอางค์ ผบก.ภ.จว.ศรีวสะเกษ ทราบ และรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่างของผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อภายหลังว่าคือ น.ส.เฟริดาบี ศรีจำปา อายุ 20ปี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณศีรษะและหน้าอก ญาติพี่น้องพากันกอดศพร่ำไห้อย่างน่าเวทนา

 

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุชื่อนาย ธนาวุฒิ หล้าธรรม อายุ 32 ปี เป็นสามีของผู้เสียชีวิต ก่อนเกิดเหตุ ได้มีปากเสียงทะเลาะกันกับ น.ส.เฟริดาบี ศรีจำปา ซึ่งเป็นภรรยาด้วยสาเหตุหึงหวงกัน เนื่องจากว่า นายธนาวุฒิ เกรงว่า ฝ่ายหญิงอาจจะไปปันใจให้ชายอื่น โดยญาติเผยว่าทั้ง 2 คนมักจะมีการทะเลาะกันเป็นประจำอยู่เสมอ และในวันนี้ ได้มีการปากเสียงอย่างรุนแรง ทำให้นายธนาวุฒิ ชักปืนที่พกติดตัวยิง น.ส.เฟริดาบี จำนวน 2 นัด หลังจากก่อเหตุ ได้ขับขี่รถ จยย.บิ๊กไบค์หลบหนีมุ่งหน้าไปทาง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งคาดว่ามือปืนโหดอาจจะหลบหนีไปยัง อ.ราษีไศล ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง จึงได้วิทยุสั่งการให้เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.เมืองศรีสะเกษและพื้นที่ใกล้เคียงไล่ติดตามเพื่อจับกุมคนร้ายอย่างเร่งด่วน

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตร.พบว่า รถ จยย.บิ๊กไบค์ ที่คนร้ายขับหลบหนีไปนั้น ได้เกิดอุบัติเหตุแหกโค้งตกข้างทางสายบ้านหนองโน- บ้านคูซอด บริเวณใกล้เคียงสำนักงานเทศบาลตำบลน้ำคำ ทำให้คนร้ายคือได้รับบาดเจ็บ และได้มีญาติของผู้ก่อเหตุได้ขี่รถปิคอัพติดตามมา จึงได้นำคนร้ายที่บาดเจ็บขึ้นไปกับรถปิคอัพเพื่อหลบหนีต่อไป เจ้าหน้าที่ ตร.จึงได้ไล่ติดตามไป และพบว่าคนร้ายรายนี้ได้ไปเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ราษีไศล เจ้าหน้าที่ ตร.จึงได้ติดตามไปทำการจับกุมคนร้ายรายนี้เอาไว้ได้ที่ รพ.ราษีไศล เบื้องต้น ได้ตั้งข้อหากับ นายธนาวุฒิ ว่า ฆ่าคนตายโดยเจตนา จากนั้น นำตัวผู้ต้องหา ไปส่งมอบให้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบ 3 หนุ่มลอบตัดไม้พะยูง ยึดของกลาง 45 ท่อน พร้อมยาบ้า

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ขุนหาญ ร่วมกับทหาร ตำรวจและป่าไม้ รวบ 3 หนุ่มลอบตัดไม้พะยูง ของกลาง 45 ท่อน พร้อมยาบ้า

 

5 ม.ค.66 ที่สวนปาล์ม ในป่าด้านทิศใต้บ้านโนนทองหลาง หมู่ 10 ต.กันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอขุนหาญ ร่วมกับ ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรกันทรอม เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขุนหาญ และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 3 คน คือนายมนูญ ดาวงศ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/1 หมู่ 8 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ, นายธนวัฒน์ พันธ์แก้ว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 10 ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ และนายประพาส พิลาดี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61.1 หมู่ 5 ต.กันทรอม พร้อมของกลาง ไม้พะยูง 45 ท่อน ปริมาตร 1.457 ลูกบาศก์เมตร เลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง ขวาน 1 เล่ม เสียม 1 ด้ามรถจักรยานยนต์ 2 คัน ตรวจค้นพบยาบ้า 26 เม็ดซุกซ่อนในกระเป๋ากางเกงของนายมนุญ ทั้งสามคนรับสารภาพว่าได้เสพยาบ้ากันทุกคน

 

สืบเนื่องจากก่อนหน้านั้น นายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอขุนหาญ ได้รับรายงานจากสายลับว่า มีกลุ่มค้าไม้ลักลอบใช้เลื่อยยนต์เลื่อยไม้พะยูงอยู่ในสวนปาล์มดังกล่าว จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอขุนหาญ นำกำลังอาสารักาดินแดนอำเภอขุนหาญ ไปสนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรกันทรอม เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขุนหาญ และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา เข้าปิดล้อมจับกุมดังกล่าว

 

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทั้งสามคนว่า ร่วมกันทำไม้หวงห้าม มีไม้หวงห้ามอันยัง ไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครอง แปรรูปไม้หวงห้ามและมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต เสพยาเสพติดให้โทษ และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมนายมนูญ ดาวงศ์ ว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.กันทรอมดำเนินคดีต่อไป.

ทหารเหยียบกับระเบิด ดับ 1 เจ็บ 1 ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา 500 เมตร

ทหารเหยียบกับระเบิดตาย 1 เจ็บ 1 ห่างจากชายแดนไทย – กัมพูชาประมาณ 500 เมตร เป็นทหารชุดเก็บกู้กับระเบิดศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ

 

วันที่ 5 ม.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลขุนหาญ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี)และคณะ ได้เดินทางมาเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ ส.อ.วรงค์กร ศรีงาม ผู้บังคับสุนัขตรวจค้นทุ่นระเบิด ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการตรวจค้นทำลายวัตถุระเบิดที่บริเวณฐานทหารพรานเก่า ช่องพระพะลัย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารอีก 1 รายคือ ส.อ.อรรคพล ภูวดลวรนาถ เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดที่พลาดไปเหยียบกับระเบิดเสียชีวิต

 

นายชัยวัฒน์ ได้มอบกระเช้าเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับ ส.อ.วรงค์กร และมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับญาติของ ส.อ.อรรคพล เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยมี พ.อ.อนุวัตร เก็บรักษา รอง ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติและคณะนายทหารร่วมให้การต้อนรับ

 

พ.อ.อนุวัตร เปิดเผยว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.37 น. ของวันที่ 5 ม.ค. 2566 ขณะนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติกำลังดำเนินการเก็บกู้กับระเบิดอยู่ที่บริเวณฐานทหารพรานเก่า ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติงานได้พลาดไปเหยียบกับระเบิดที่ฝังอยู่ในพื้นดิน เป็นระเบิดชนิด TNN หรือที่เรียกกันว่า ปิ่นโต เนื่องจากลักษณะของระเบิดคล้ายกับปิ่นโต ผลิตในประเทศรัสเซีย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นป่ารกทึบมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย โดนสะเก็ดระเบิดที่หน้าอกข้างขวา และบริเวณหน้าแข็งขาข้างซ้าย เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บ 1

 

ทั้งนี้ สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ฐานทหารพรานเก่าช่องพระพะลัย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ห่างจากฐานทหารของกัมพูชาประมาณ 500 เมตร สามารถมองเห็นและพูดคุยกันได้อย่างชัดเจน

 

ศรีสะเกษตักบาตร 2 แผ่นดิน ทหารไทย-กัมพูชานำประชาชนเชื่อมสัมพันธ์ 2 ชาติ 

วันนี้ (3 ม.ค. 66) ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษพล.ท. สวราชย์ แสงผล แม่ทัพภาคที่ 2 ประเทศไทย ได้ร่วมกับ พล.ท. เจีย โซะเพียะ รองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ประเทศกัมพูชา จัดกิจกรรมจัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ตักบาตรพระสงฆ์เชื่อมความสัมพันธ์สองแผ่นดินไทย – กัมพูชา ประจำปี พ.ศ.2566 มีนายสำรวย เกษกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษประเทศไทย นายแปน โกะซอล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิตนางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ให้การต้อนรับ

โดยได้นิมนต์พระครูโกศลสิกขกิจ ประธานมูลนิธิหลวงปูสรวง เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์(ธ) เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา นำพระสงฆ์จากอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และพระสงฆ์จากอำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัยออกรับบิณฑบาตร โดยประชาชนชาวไทย-กัมพูชา จำนวนกว่า 5,000 คน ที่พากันนำเอาข้าวสารอาหารแห้งมาตั้งแถวตักบาตรยาวเหยียดเลยเข้าไปในเขตกัมพูชาประมาณ 500 เมตร ต่างตั้งจิตอธิฐานขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เนื่องจากว่าชาวไทยและชาวกัมพูชานับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน และมีวัฒนธรรมประเพณีที่คล้ายกัน

พระครูโกศลสิกขกิจ กล่าวว่า การตักบาตร 2 แผ่นดิน ไทย – กัมพูชา เป็นกิจกรรมที่สำคัญ และทำเป็นประจำทุกปี เป็นการส่งเสริมความสัมพันธไมตรีด้วยมิติทางพระพุทธศาสนา ระหว่างข้าราชการและประชาชน 2 ชาติ ที่อยู่ติดแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เป็นกิจกรรมที่ร่วมกับ จังหวัดอุดรมีชัย เพื่อส่งเสริมให้กิจกรรมนี้คงอยู่ตลอดไป และเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต และครอบครัว เนื่องในโอกาสเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 

ศรีสะเกษเดินแบบผ้าทอเบญจศรี ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวลีฯ

ผู้ว่าฯ เมืองดอกลำดวนควงภรรยา พร้อมหัวหน้าส่วนร่วมเดินแบบ ผ้าไทยใส่ให้สุก มหัศจรรย์แพรพรรณ สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ

 

วันนี้ (2 ม.ค. 66) ที่เวทีกลางศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ภายในงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ ประจำปี 2566 จังหวัดศรีสะเกษ จัดเดินแบบผ้าไทย ภายใต้แนวคิด ผ้าไทยใส่ให้สุก มหัศจรรย์แพรพรรณ สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ โดยมี นายสำรวย เกษกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน ควงคู่ภรรยา นางมัลลิกา เกษกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมนำเดินแบบผ้าไทยลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวลีฯ ลายขิดนารีรัตน์ราชกัญญา และผ้าเบญจศรีอัตลักษณ์จังหวัดศรีสะเกษ

โดยมีนางแบบนายแบบ จำนวน 124 คู่ สวมใส่ผ้าไทยที่ถักทอลวดลายอย่างสวยงาม ทันสมัย และอลังการ เป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญา หัตถศิลป์ หัตถกรรมท้องถิ่น ของบรรพบุรุษที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นให้กลับมาพลิกฟื้นคืนชีวิต ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านศิลปะ และงานออกแบบทันสมัย รวมถึงเทคนิคต่างๆ ที่ใช้ในงานฝีมือมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ ทำให้ผ้าไทยสามารถสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกโอกาส

นอกจากนี้ ยังเป็นการร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงขับเคลื่อนผ่านโครงการ ผ้าไทย ใส่ให้สนุก นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต ครอบครัว ชุมชน เพื่อร่วมสังคมที่มีความยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำอย่างแท้จริง