ศรีสะเกษเปิดมหกรรมของดีกันทรารมย์ ชู “พริก-หอม-กระเทียม” เกรดพรีเมียม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดงาน “มหกรรมของดีอำเภอกันทรารมย์ 69” ขนทัพสินค้า OTOP-พืชผลเกษตรขึ้นชื่อโชว์ศักยภาพ พร้อมดึง Soft Power ท่องเที่ยววิถีสี่เผ่า ดันรายได้สู่ชุมชนยั่งยืน ตั้งแต่วันนี้ถึง 18 ก.พ. นี้

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “แสดงผลิตภัณฑ์ชุมชน พืชผลทางการเกษตร เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยวอำเภอกันทรารมย์ ประจำปี 2569” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “มหกรรมของดีอำเภอกันทรารมย์” โดยมี นายนพนันท์ บุญคล้าย นายอำเภอกันทรารมย์ นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนชาวกันทรารมย์ให้การต้อนรับอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศขบวนแห่สุดอลังการจาก 16 ตำบล ที่ตกแต่งด้วยผลผลิตทางการเกษตรอย่างสวยงาม

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่การวางขายสินค้าทั่วไป แต่เป็นการสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้เกษตรกรได้โชว์ศักยภาพพืชเศรษฐกิจที่เป็น “หัวใจ” ของชาวกันทรารมย์ ทั้ง พริก หอมแดง และกระเทียม ซึ่งเป็นสินค้าเกรดพรีเมียมที่มีมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก รวมถึงสินค้า OTOP ขึ้นชื่ออย่างผ้าไหมทอมือ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและกระจายรายได้คืนสู่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ทางด้าน นายนพนันท์ บุญคล้าย นายอำเภอกันทรารมย์ กล่าวว่า ความพิเศษของปีนี้คือการผนวกมิติด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเข้ากับสินค้าชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของกันทรารมย์แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการเข้ากราบสักการะสรีระสังขาร “หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล” ณ วัดบ้านจาน หรือพักผ่อนชมธรรมชาติที่ “หาดนางเหงา” และเขื่อนหัวนา พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยสี่เผ่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมการประกวดสุดยอดพืชผล เฟ้นหาที่สุดของพริก หอมแดง และกระเทียมคุณภาพ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่หาชมยาก สนุกสุดเหวี่ยงกับศิลปินชื่อดังระดับประเทศที่มาสร้างความสุขให้ชมฟรีทุกคืน

สำหรับงาน “มหกรรมของดีอำเภอกันทรารมย์” จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 – 18 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง แวะมาเที่ยวชม ชิม ช้อป และให้กำลังใจเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ยั่งยืนต่อไป.