เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี หลังถูกรถเครนที่ใช้ก่อสร้างทางรถไฟรางคู่พังถล่มทับ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้ขบวนรถไฟตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ นายสมจิตร แท่นทอง ชาวบ้านโนนคูณ ต.แต้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งต้องสูญเสียชีวิตพร้อม ภรรยาและบุตรชายวัย 8 ขวบเศษ หลังทั้งครอบครัวโดยสารมากับขบวนรถไฟดังกล่าวด้วยความตั้งใจจะมาร่วมงานศพญาติที่บ้าน แต่กลับประสบเคราะห์ร้ายเสียชีวิตยกครอบครัว สร้างความสะเทือนใจแก่ญาติพี่น้องและชุมชนอย่างยิ่ง
บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 2 ต.แต้ อ.อุทุมพรพิสัย ซึ่งเป็นบ้านของพี่สาวนายสมจิตร ญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ตั้งเก้าอี้ และเตรียมความพร้อมสำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้า พร้อมติดตามข่าวสารความคืบหน้าของเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะนี้ร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย อยู่ระหว่างขั้นตอนการนำกลับภูมิลำเนา โดยมี มูลนิธิศุกล ของ ซอง ดู ฮี เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อนำร่างกลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
ด้าน น.ส.ณัฐชยาดา คำพิเหล้า อายุ 47 ปี ลูกพี่ลูกน้องของนายสมจิตร เปิดเผยว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตกำลังเดินทางมางานศพของญาติซึ่งเป็นอาของนายสมจิตร หลังทราบข่าวรถไฟถูกรถเครนถล่ม ตนพยายามโทรศัพท์และส่งข้อความติดต่อ แต่ไม่มีการตอบรับ อีกทั้งในช่วงแรกยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิต จึงคิดว่าคงไม่ใช่ญาติของตน
“พี่สมจิตรเป็นคนดีมาก เป็นที่รักของทุกคน ไม่เคยมีเรื่องกับใคร รักแม่มาก ทุกปีจะกลับบ้านช่วงตรุษจีน ปีนี้ก็จองตั๋วไว้แล้ว แต่ดันมาประสบเหตุระหว่างเดินทางมางานศพญาติแทน ก่อนหน้านี้พวกเรายังบอกว่า ถ้าไม่สบายก็ไม่ต้องมาก็ได้ แต่พี่เขาอยากมาร่วมงานจริงๆ สุดท้ายกลับมาไม่ถึงบ้าน” น.ส.ณัฐชยาดากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เธอยังเผยอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน มีฝูงอีกาจำนวนมากบินวนอยู่เหนือหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นลางบอกเหตุร้าย แต่ไม่คิดว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่กับครอบครัวของนายสมจิตร


