Site icon SISAKETNEWS

บุกรวบหนุ่มวัย 23 คาร้าน “ป่าช้า” หน้าปั๊มดังปรางค์กู่ ลอบขายน้ำกระท่อมขัดประกาศ สธ.

ศรีสะเกษ – ชุดปฏิบัติการ 238 พิทักษ์นครลำดวน สนธิกำลังฝ่ายปกครอง-ตำรวจ-สรรพสามิต บุกรวบหนุ่มวัย 23 ปี คาร้าน “ป่าช้า” หน้าปั๊มน้ำมันดังอำเภอปรางค์กู่ หลังชาวบ้านร้องเรียนลอบผลิต-จำหน่ายน้ำกระท่อมขัดประกาศ สธ. สนองนโยบาย “อำเภอพึ่งได้”

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ, นายสะอาด วงศ์รักษ์ ปลัดจังหวัดฯ, นายมะสักรี ขาลี นายอำเภอปรางค์กู่, พ.ต.อ.ขวัญเมือง โกสุมา ผกก.สภ.ปรางค์กู่ และ นายมนัสพล ไชยโยธา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ได้ร่วมกันสั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ “238 พิทักษ์นครลำดวน” จังหวัดศรีสะเกษ เข้าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่

โดยการปฏิบัติการนำโดย นายสรศิริ จันดีบุตร หัวหน้าผู้ประสานงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ (ศอ.ปส.จ.ศก.) พร้อมด้วย นายภัทร อาจภักดี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง, นายฉัตรชัย อินตา ปลัดอำเภอฝ่ายอำนวยความเป็นธรรม, สมาชิก อส.อำเภอปรางค์กู่ ที่ 8, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปรางค์กู่ และ เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ศรีสะเกษ สาขาขุขันธ์

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ “ร้านป่าช้า” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. (ไม่มีเลขที่) เขตตำบลพิมายเหนือ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ พบการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อม เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการจับกุม นายกาณ์ชนก ทองละมูล อายุ 23 ปี ชาวตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมของกลางในที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ผลิตหรือจำหน่ายอาหาร (กระท่อม) อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 430 พ.ศ. 2564 ออกตามในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามบัญชีแนบท้ายประกาศลำดับที่ 52 (กระท่อม)” ซึ่งถือเป็นความผิดตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ ภายใต้นโยบาย “อำเภอพึ่งได้” ของกรมการปกครอง เพื่อกวาดล้างสถานประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปรางค์กู่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Exit mobile version