รวบหนุ่มวัย 25 ขายยาบ้า สั้งขยายผลทลายเครือข่าย

อาชญากรรม

ศรีสะเกษ ตชด.ปกครอง ทหารพราน ตม.จับหนุ่มวัย 25 ปีขายยาบ้า 12,000 เม็ด ขณะที่นายอำเภอกันทรลักษ์ ไปตรวจสอบสั่งขยายผลทลายเครือข่ายยานรก

 

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนข้างโรงสีข้าวแห่งหนึ่ง ต.จานใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ ตชด.ชุด ชปส.ร้อย.ตชด.224 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.กันทรลักษ์ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 และเจ้าหน้าที่ ตม.จ.ศรีสะเกษ สืบทราบว่า ที่บริเวณถนนดังกล่าวมีการแอบลักลอบจำหน่ายยาบ้า และมักจะมีกลุ่มวัยรุ่นใช้เป็นเส้นทางในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ดังนั้น จึงได้สนธิกำลังร่วมกันจัดชุดเข้าตรวจสอบพื้นที่กระจายตรวจตามเส้นทางที่ต้องสงสัย

 

จากการที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบตามเส้นทางได้พบรถต้องสงสัย เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1 กฒ 2119 ศรีสะเกษ โดยมีนายวีรเทพ ปัญญาวรรณ์ อายุ 25 ปี เป็นผู้ขับขี่ผ่านมา และมีอาการท่าทางมีพิรุธและมีกระเป๋าสะพายมาด้วยหลายใบ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอทำการตรวจค้น เมื่อตรวจสอบภายในย่ามที่นายวีรเทพ สะพายมาด้วยพบว่ามีกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 2 มัด เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการแกะออกเพื่อตรวจสอบ พบยาบ้าแบ่งในถุงซิบสีน้ำเงินจำนวนมาก ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มียาบ้าบรรจุในถุงซิบ จำนวนทั้งสิ้น 12,000 เม็ด

 

ต่อมา นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ ได้เดินทางเข้ามาที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 224 เพื่อตรวจติดตามการจับกุมยาบ้าในครั้งนี้ ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น นายวีรเทพ ปัญญาวรรณ์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหารายนี้ ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นเจ้าของยาบ้าทั้งหมดจริง อีกทั้งตนก็มีพฤติกรรมในการเสพยาบ้าด้วย โดยได้นำเอายาบ้ามาขายให้กับเครือข่ายยาบ้าบริเวณนี้ ซึ่งนายอำเภอกันทรลักษ์ ได้กล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลเพื่อติดตามทลายเครือข่ายยาบ้าแก๊งนี้ให้หมดสิ้นไป และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ได้ช่วยกันทำงานเร่งป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเต็มที่

 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหากับ นายวีรเทพ ปัญญาวรรณ์ ว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จากนั้น ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป