สุดสะเทือนใจ ยายวัย 76 ปี หอบตะกร้าหมาก กระเป๋าส่วนตัว และสมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม เดินทางจากบ้านไกลกว่า 20 กิโลเมตร มุ่งหน้าธนาคารหวังเบิกเงินไปใช้จ่าย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกลับพบว่า ยอดเงินในบัญชีเหลือเพียงไม่กี่สิบบาท บางบัญชีถูกปิดไปแล้ว สุดท้ายไม่มีเงินติดตัวกลับบ้าน พลเมืองดีแจ้งตำรวจเข้าช่วย ก่อนสายตรวจพาส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัย
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งจากพลเมืองดีให้เข้าช่วยเหลือหญิงชรารายหนึ่ง ที่เดินทางมายังธนาคารออมสิน สาขาถนนเทพา อำเภอเมืองศรีสะเกษ หลังตั้งใจมาเบิกเงินในบัญชี แต่กลับไม่พบยอดเงินตามที่เข้าใจ ทำให้เกิดความกังวลและไม่มีเงินเดินทางกลับบ้าน
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบหญิงชรานั่งอยู่บริเวณข้างตู้กดบัตรคิว ภายในธนาคาร ด้วยอาการอิดโรย พร้อมตะกร้าหมาก กระเป๋าส่วนตัว และเอกสารสำคัญที่ห่อด้วยผ้า ทราบชื่อคือ ยายทองม้วน สุขเกษม อายุ 76 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.หมากเขียบ อ.เมืองศรีสะเกษ
จากการตรวจสอบทรัพย์สินที่ยายพกติดตัว พบสมุดบัญชีธนาคารออมสินจำนวน 3 เล่ม โดยมีรายการเคลื่อนไหวในช่วงปี 2566 แต่ยอดเงินคงเหลือปัจจุบันมีเพียงไม่กี่สิบบาท ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในบัญชีเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบบัตรสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งมียอดเงินล่าสุดเมื่อปี 2565 จำนวน 3,472 บาท
ยายทองม้วนเล่าว่า ตั้งใจเดินทางมาเบิกเงินเพื่อนำไปใช้จ่าย เพราะจำได้ว่าเคยมีเงินอยู่ในบัญชี อีกทั้งก่อนหน้านี้ได้รับข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านว่า มีคนมาเบิกเงินในบัญชีของยายไปหมดแล้ว จึงอยากมาตรวจสอบด้วยตนเอง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารตรวจสอบกลับแจ้งว่า ไม่พบยอดเงินตามที่ยายเข้าใจ และสมุดบัญชีบางเล่มถูกปิดบัญชีไปแล้ว ทำให้ยายเกิดความสับสน ก่อนบอกว่าจะเดินทางกลับบ้าน ทั้งที่ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่ค่ารถ
ด้าน นางจุฑาทิพย์ แซ่โค้ว อายุ 47 ปี พลเมืองดี เปิดเผยว่า เห็นยายนั่งรออยู่ภายในธนาคาร ก่อนหัวหน้าสาขาเข้าตรวจสอบและแจ้งผลเรื่องบัญชี ยายจึงบอกว่าจะกลับบ้าน แต่เมื่อสอบถามกลับพบว่าไม่มีญาติ ไม่มีคนมารับ และไม่มีเงินสำหรับเดินทางกลับ จึงเกรงว่าจะเกิดอันตรายหากต้องเดินกลับเพียงลำพัง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือ
ขณะที่ ร.ต.ท.บุญเลื่อน ผลเลขา รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่รู้จักยายทองม้วนมาหลายปีแล้ว เนื่องจากยายมักเดินทางเข้ามาสอบถามเรื่องเงินในบัญชีที่ธนาคาร รวมถึงแวะมาที่สถานีตำรวจและหน่วยงานต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ โดยทุกครั้งยายจะเดินทางจากบ้านใน ต.หมากเขียบ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 20 กิโลเมตร
จากการพูดคุยพบว่า ยายสามารถจดจำเรื่องราวได้เพียงบางช่วง ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับเงินและบัญชีของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมดูแลความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
ร.ต.ท.บุญเลื่อน ยังฝากถึงญาติ พี่น้อง หรือลูกหลานของยาย หากมี ขอให้เข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยายมีอายุมากแล้ว และต้องเดินทางไกลเข้าตัวเมืองเพียงลำพังเป็นประจำ ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ
ภายหลังประเมินสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถสายตรวจมารับยายทองม้วน ช่วยประคองขึ้นรถ ก่อนพาเดินทางกลับไปส่งถึงบ้านใน ต.หมากเขียบ อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความโล่งใจของผู้พบเห็นเหตุการณ์


