นศ.อาชีวะนั่งดื่มน้ำกระท่อมสูบกัญชา ถูกอริว่ามองหน้า ยกพวกตะลุมบอน-ยิงปืนขู่

อาชญากรรม

วันที่ 6 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.ท.สุรพงศ์ วรพิมพ์รัตน์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุโพธิ์ทอง ว่า เกิดเหตุทะเลาะวิวาท ที่บริเวณซอยตัน ตรงข้ามสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ เจริญเกษสุวรรณ์ ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ ทราบ และรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบกลุ่ม นศ.จำนวนประมาณ 7 คนรวมกลุ่มกันอยู่ภายในหอพักแห่งหนึ่ง ในซอยดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้ โดยในที่เกิดเหตุพบอุปกรณ์การต้มใบกระท่อมและใบกระท่อมสด พร้อมด้วยอุปกรณ์การสูบกัญชาและกัญชาที่หั่นเป็นฝอยอยู่บนเขียง ส่วนวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาหาเรื่องกับ นศ.วัยรุ่นกลุ่มนี้ได้หลบหนีไปแล้ว

 

จากการสอบถาม นศ. ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า พวกตนไม่ได้มีเรื่องกับกลุ่มที่มาก่อเหตุแต่อย่างใด ซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มที่มาก่อเหตุเคยตะโกนด่าพวกตน และเหมือนพยายามจะมาหาเรื่องพวกตนหลายครั้ง โดยหาว่าพวกตนได้ไปมองหน้ากลุ่มของผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะเกิดเหตุพวกตนกำลังนั่งดื่มน้ำกระท่อม และสูบกัญชาอยู่ภายในหอพัก จนกระทั่งกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งเป็น นศ.สถาบันเดียวกันแต่คนละแผนกได้ยกพวกเข้ามาหาเรื่องพวกตน มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ซึ่งตนไม่ทราบว่า เสียงปืนยิงมาจากทิศทางใด จึงได้แตกฮือพากันวิ่งหนี จนกระทั่งสุดท้ายกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ได้พากันหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ ตร.จะมาถึงที่เกิดเหตุ

 

ทางด้านผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รักษาความปลอดภัยภายในสถาบันอาชีวศึกษาแห่งนี้ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 15.00 น. ตนได้ยินเสียงดังคล้ายกับเสียงปืน จำนวน 3 นัด บริเวณซอยตรงข้ามถนน หลังจากนั้น กลุ่มนักศึกษา 2 กลุ่ม ก็ได้เปิดศึกทะเลาะวิวาทกัน ตนจึงได้วิ่งเข้าไปดูและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ตร.ทราบ เพื่อเข้ามาระงับเหตุ เบื้องต้น ตนไม่ทราบว่า เป็นกลุ่มใดมาทะเลาะวิวาทกันบ้าง เพราะบางส่วนเป็น นศ.ในสถาบันแห่งนี้ และมีคนนอกสถาบันเข้ามาร่วมก่อเหตุทะเลาะวิวาทด้วย หลังจากนั้น กลุ่วัยรุ่นก็ได้พากันหลบหนีไปเมื่อเจ้าหน้าที่ ตร.มาถึงที่เกิดเหตุ

 

พ.ต.ท.สุรพงศ์ วรพิมพ์รัตน์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองศรีสะเกษ ซึ่งนำกำลังเจ้าหน้าที่ ตร.เข้าไประงับเหตุยังที่เกิดเหตุ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นเสียงดัง 2 – 3 ครั้งนั้น คาดว่าเป็นเสียงประทัด เนื่องจากว่าไม่มีผู้ใดยืนยันว่าเป็นเสียงปืนจริง ตนจึงได้ประสานงานกับคณะอาจารย์ของสถาบันดังกล่าว เพื่อขอให้มาร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหากลุ่ม นศ.ที่ทะเลาะวิวาทกัน ส่วน นศ.จำนวน 7 คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน จะได้นำตัวไปทำประวัติเอาไว้ และจะเชิญผู้ปกครองของวัยรุ่น นศ.ทั้ง 7 คน มาพบเพื่อให้ข้อแนะนำในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ส่วนกลุ่ม นศ.ที่ก่อเหตุหลบหนีไปนั้น เจ้าหน้าที่ ตร.จะได้ติดตามมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป