คลังเก็บหมวดหมู่: อุบัติเหตุ

ทหารเหยียบกับระเบิด ดับ 1 เจ็บ 1 ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา 500 เมตร

ทหารเหยียบกับระเบิดตาย 1 เจ็บ 1 ห่างจากชายแดนไทย – กัมพูชาประมาณ 500 เมตร เป็นทหารชุดเก็บกู้กับระเบิดศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ

 

วันที่ 5 ม.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลขุนหาญ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี)และคณะ ได้เดินทางมาเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ ส.อ.วรงค์กร ศรีงาม ผู้บังคับสุนัขตรวจค้นทุ่นระเบิด ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการตรวจค้นทำลายวัตถุระเบิดที่บริเวณฐานทหารพรานเก่า ช่องพระพะลัย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารอีก 1 รายคือ ส.อ.อรรคพล ภูวดลวรนาถ เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดที่พลาดไปเหยียบกับระเบิดเสียชีวิต

 

นายชัยวัฒน์ ได้มอบกระเช้าเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับ ส.อ.วรงค์กร และมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับญาติของ ส.อ.อรรคพล เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยมี พ.อ.อนุวัตร เก็บรักษา รอง ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติและคณะนายทหารร่วมให้การต้อนรับ

 

พ.อ.อนุวัตร เปิดเผยว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.37 น. ของวันที่ 5 ม.ค. 2566 ขณะนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติกำลังดำเนินการเก็บกู้กับระเบิดอยู่ที่บริเวณฐานทหารพรานเก่า ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติงานได้พลาดไปเหยียบกับระเบิดที่ฝังอยู่ในพื้นดิน เป็นระเบิดชนิด TNN หรือที่เรียกกันว่า ปิ่นโต เนื่องจากลักษณะของระเบิดคล้ายกับปิ่นโต ผลิตในประเทศรัสเซีย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นป่ารกทึบมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย โดนสะเก็ดระเบิดที่หน้าอกข้างขวา และบริเวณหน้าแข็งขาข้างซ้าย เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บ 1

 

ทั้งนี้ สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ฐานทหารพรานเก่าช่องพระพะลัย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ห่างจากฐานทหารของกัมพูชาประมาณ 500 เมตร สามารถมองเห็นและพูดคุยกันได้อย่างชัดเจน

 

ไฟไหม้บ้าน ผญบ.วอด 2หลัง คาดไฟฟ้าลัดวงจร

อากาศร้อนอบอ้าว ไฟไหม้บ้านผู้ใหญ่บ้านวอด 2 หลัง เสียหายร่วม 2 ล้านบาท คาดไฟฟ้าลัดวงจร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 ธ.ค.65 พ.ต.ท.ธงชัย ตอพิมาย สว. (สอบสวน) สภ.อุทุมพพิสัย จ.ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านที่บ้านยาง หมู่ 6 ต.สำโรง อ.อุทุมพรพิสัย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและประสานรถดับเพลิง จาก เทศบาลตำบลกำแพง เทศบาลตำบลสระกำแพงใหญ่ เทศบาลตำบลแต้ อบต.สำโรง อบต.หนองไฮ อบต.ปะอาว รวม 6 คันเร่งรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายศราวุธ ทรงโฉม นายอำเภออุทุมพรพิสัย นายประวิทย์ จารุรัชกุล นายก อบต.สำโรง หน่วยกู้ภัยดับเพลิงศรีสะเกษสงเคราะห์อุทุมพรพิสัย พบไฟกำลังลุกไหม้บ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 74/1 หมู่ 6 ต.สำโรง ก่อนที่จะลามไปบ้านเลขที่ 74 หมู่ 6 ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้อยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำจากรถดับเพลิง สกัดไฟ ใช้เวลา 45 นาทีจึงควบคุมเพลิงได้ แต่บ้านทั้ง 2 หลังก็ถูกไฟเผาผลาญวอดเป็นเถ้าถ่านหมด

 

นายศักดิ์ชาย ไชยสาร ผู้ใหญ่บ้าน บ้านยาง หมู่ 6 ต.สำโรง ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านทั้งสองหลัง กล่าวว่า บ้านชั้นเดียวตนอาศัยอยู่ ส่วนหลัง 2 ชั้นเปิดเป็นร้านค้าขายของชำ ขณะเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน กำลังออกไปซื้อของที่ตลาด ไปยังไม่ทันถึงตลาดก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวว่าไฟไหม้บ้าน จึงรีบกลับมาก็พบว่าไฟลุกไหมบ้านที่เป็นที่ทำการผู้ใหญ่บ้านจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจทราบ เบื้องต้นค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

 

นางสมหมาย ศิลาชัย อายุ 70 ปี พี่สาวของนายศักดิ์ชาย กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า ตอนเกิดเหตุหลานอยู่ในบ้านกำลังจัดของขายอยู่ ก็ได้กลิ่นไฟไหม้จึงหันไปดูก็พบเปลวไฟพวยพุ่งออกมา จึงตะโกนเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วยกันดับไฟแต่ไฟลุกไหม้รุนแรงไม่สามารถดับได้จนรถดับเพลิงมาช่วย

 

น.ส.ปัทมาวดี ไชยสาร อายุ 17 ปี ลูกสาวนายศักดิ์ชายให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนเลี้ยงหลานอยู่ในบ้านชั้นเดียวที่เป็นต้นเพลิง ตนนั่งอยู่หน้าห้องนอน ไฟลุกไหม้จากในห้องนอน โดยไม่มีเสียงดังเสียงระเบิดอะไร ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วลามไปติดบ้านหลังที่เป็นร้านค้า จึงยังไม่รู้ว่าสาเหตุการที่ไฟไหม้เกิดจากอะไร

 

ด้าน พ.ต.ท.ธงชัย ตอพิมาย สว. (สอบสวน) สภ.อุทุมพพิสัย กล่าวว่า เนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว สภาพอากาศแห้ง ไฟจึงลุกไหม้อย่างรวดเร็วและลามติดบ้านที่อยู่ติดกันจนวอดทั้ง 2 หลัง เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเกิดไฟไหม้น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ดีจะได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจที่เกิดเหตุโดยละเอียดหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ที่แท้จริงต่อไป.

ระทึก! ไฟไหม้ร้านถ่ายรูปกลางเมืองกันทรลักษ์วอด 2 คูหา

เมื่อเวลา 19.35 น. วันที่ 21 พ.ย. 2565 เกิดเพลิงไหม้ร้านดิแองเจิ้ล  ซึ่งเป็นร้านบริการรับถ่ายรูปและทำป้ายไวนิล ตั้งอยู่เลขที่  203/102  ถนนหน้าวัดสิริวราวาส ม.5 ต.น้ำอ้อม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  โดยไฟได้โหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วมาก  เนื่องจากว่า วัสดุสิ่งของภายในร้านเป็นวัสดุเชื้อไฟจำนวนมาก เช่น กระดาษและผ้าไวนิล โดยมีรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองกันทรลักษ์  อบต.หนองหญ้าลาด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อบต.น้ำอ้อม อบต.จานใหญ่  และ อบต.กระแชง  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้มาระดมช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงไฟไหม้อย่างเต็มที่  

 

โดยมี นายวิชิต  ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ  นายสุกิจ  เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์  พ.ต.อ.นรินทร์  บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์  นายสงวนศักดิ์  ชโลธร  นายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษ์ มาร่วมกันอำนวยการดับเพลิงอย่างเต็มที่ใช้เวลาประมาณ  1 ชม.เศษ จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ส่วนค่าเสียหายทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ เล่าด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่หายจากอาการตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ร้านที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ มีนายอ่างทอง บุญโสภา เป็นเจ้าของบ้าน เป็นร้านประกอบกิจการร้านถ่ายรูปและทำป้ายไวนิล  โดยก่อนเกิดเหตุ ได้เกิดมีไฟฟ้าช็อตที่บริเวณเสาไฟฟ้าหน้าร้านที่เกิดเหตุ จากนั้น ไฟได้ลุกลามไหม้ตามสายไฟฟ้าเข้าไปภายในบริเวณชั้น 2 ของตัวร้าน  และเกิดไฟไหม้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

พวกตนได้พยายามนำเอาถังดับเพลิงมาช่วยกันฉีดสารเคมีเพื่อดับเพลิง แต่ว่าสามารถดับไฟเฉพาะที่เป็นสายไฟด้านนอกเท่านั้น ส่วนภายในร้านไม่สามารถดับไฟได้  เนื่องจากว่า ไม่สามารถฉีดสารเคมีเข้าไปดับไฟได้ ซึ่งที่บริเวณชั้น 2 ของร้านที่เกิดเหตุ มีพนักงานพักอาศัยอยู่ 2 คน และสามารถวิ่งหนีออกจากเพลิงไหม้ร้านเอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย ต่อมารถดับเพลิงจึงได้มาเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงไหม้เอาไว้ได้  โดยร้านแห่งนี้ถูกไฟไหม้ 2 คูหาด้วยกัน 

 

ทางด้าน พ.ต.อ.นรินทร์  บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์  ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมทั้งได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ที่ ภ.จว.ศรีสะเกษ เพื่อให้มาทำการตรวจพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ระดมทีม! กู้รถบรรทุกก๊าซ LPG ฝ่ากระแสน้ำท่วมพลิกตกคลอง จ.ศรีสะเกษ

วันนี้ (9 ต.ค. 65) จนท.ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ปภ.ศรีสะเกษ ผู้เชี่ยวชาญด้านแก๊ส และทีมงานรถยกรถแคนจาก หจก.ส.รัตน์ศิริ เอ็มเตอร์ไพรส์ ลงพื้นที่เก็บกู้รถบรรทุกก๊าซ LPG 10 ล้อ อีโน่ หมายเลขทะเบียน 70-1982 มหาสารคาม ซึ่งเป็นของ บริษัทจำกัด ศรีสุขเจริญผล ขึ้นจากน้ำหลังพลิกคว่ำตกถนนขณะกำลังวิ่งฝ่ากระแสน้ำท่วมช่วงบ้านเหม้า หมู่ 2 ตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวานช่วงเย็น (8 ต.ค. 65)

 

โดยใช้รถยก 2 คัน ดึงรถบรรทุกแก๊สขึ้นจากน้ำ ด้วยการใช้รถทหารยึดหัวรถบรรทุกแก๊สไว้ไม่ให้ตกถนนไปมากกว่านี้ โดยใช้เวลาในการดึงรถขึ้นประมาณกว่า 1 ชั่วโมง ถึงสามารถนำรถขึ้นมาจากน้ำได้

 

นายระดม หงส์พิพัฒน์ ผู้แทนของบริษัทจำกัด ศรีสุขเจริญผล  เปิดเผยว่า  ในการเก็บกู้นี้ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนในการช่วยเก็บกู้ในครั้งนี้ ส่วนสภาพรถและความปลอดภัย จากการตรวจสอบเบื้องต้นตัวรถ และตัวถังบรรจุแก๊สไม่ได้รับความเสียหาย ยังมีความปลอดภัยอยู่ ส่วนผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด

 

เบื้องต้นทางบริษัท จะเร่งนำรถบรรทุกแก๊สไปเปลี่ยนถ่ายออกที่คลังกักเก็บที่ใกล้ที่สุดต่อไป เพื่อไม่ให้ประชาชนในพื้นที่เป็นกังวนถึงความปลอดภัย

ระทึก! รถบรรทุกก๊าซ LPG ถูกกระแสน้ำซัดพลิกจมบาดาล

วันนี้ (8 ต.ค. 65) พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ รับแจ้งมีเหตุรถบรรทุกก๊าซ LPG พลิกคว่ำลงข้างทาง บริเวณถนนสายกันทรารมย์-ยางชุมน้อย จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรารมย์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานจังหวัดศรีสะเกษ ไปตรวจสอบ

 

พบว่าเป็นจุดที่มีน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยว ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีการสั่งปิดถนนสายดังกล่าวแล้ว โดยไม่อนุญาตให้รถทุกชนิดสัญจรผ่านไปมาเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ปรากฏว่า รถบรรทุกคันดังกล่าว ได้ฝ่าฝืนขับรถฝ่าสายน้ำ

 

จนเป็นเหตุให้กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ซัดเอารถบรรทุก ยีห้อ ฮีโน่ ทะเบียน 70-1982 มหาสารคาม ที่ขนก๊าซ LPG มาเต็มคันรถ พลิกคว่ำตะแคงข้างไหลไปกับน้ำ ตกข้างทาง โชคดีที่คนขับหนีออกมาได้ทัน รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ศรีสะเกษท่วม 22 อำเภอ ห้วยสำราญล้นตลิ่งร่วม 3 เมตร

ศรีสะเกษเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมทั้ง 22 อำเภอโดยขณะนี้ลำห้วยสำราญสูงกว่าตลิ่งร่วม 3 เมตร ชุมชนเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก       

 

วันนี้ (3 ต.ค.65)  นายสำรวย เกษกุล รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดศรีสะเกษ ได้ติดตามสถานการณ์น้ำและภาวะน้ำท่วมทั้ง 22 อำเภอ ล่าสุด สถานีวัดน้ำ M9 สะพานขาว เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ปริมาณน้ำในลำห้วยสำราญสูงกว่าตลิ่ง ร่วม 3 เมตร และ มีเเนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก  เนื่องจากมวลน้ำตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา แถบอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และ อำเภอบัวเชด  อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ไหลรวมเข้ามายังห้วยสำราญอย่างต่อเนื่อง  

 

จากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำ และ พายุ”โนรู” จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับผลกระทบทั้ง 22 อำเภอ 1 เทศบาลเมือง 16 ชุมชน 121 ตำบล 679 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนกว่า 32,800.- ครัวเรือน โดยเฉพาะได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย 15 อำเภอ 45 ตำบล 170 หมู่บ้าน พร้อมทำการอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว 6 อำเภอ จำนวน 23 จุด แยกเป็นอำเภอเมืองศรีสะเกษ 17 จุด อำเภอห้วยทับทัน 1 จุด อำเภอยางชุมน้อย 1 จุด, อำเภอวังหิน 1 จุด , อำเภออุทุมพรพิสัย และ อำเภอกันทรารมย์ 2 จุด  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม  ก็ยังมีประชาชนที่ยังห่วงทรัพย์สินและบ้านเรือนของตน จึงยังคงอาศัยอยู่ในบ้านตนเอง จำนวน 3,637 ครัวเรือน  

 

ขณะที่พืชผลทางการเกษตรได้รับผลเป็นนาข้าว 179,713.- ไร่ พืชไร่ 12,548.- ไร่ และ พืชสวน 350 ไร่ขณะที่ด้านปศุสัตว์มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 3,832.- ราย ใน 9 อำเภอ  สัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบ 27,288.- ตัวเป็นโคมากที่สุด 13,635.- ตัว และ กระบือ 3,633.- ตัว ไก่เนื้ออีก 10,000.- ตัว ขณะที่ถนนหนทางอยู่ระหว่างสำรวจเพื่อความชัดเจน

พบแล้วร่าง 2ตายายขี่จยย.ข้ามฝายน้ำล้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเย็น วันที่ 30 กันยายน 2565 เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยชาวบ้านและจิตอาสาที่ได้ลงค้นหาผู้สูญหายซึ่งยังเหลืออยู่อีก 1 ราย ก็ได้พบร่างนายสุวรรณ ยาศรี อายุ 78 ปี สามีนางคอง ยาศรี อายุ 67 ปีซึ่งทั้งสองคนถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปที่ฝายน้ำล้นห้วยผับ บ้านหนองแวง หมู่ 10 ตำบลหนองกุง อำเภอโนนคูณ ซึ่งเจ้าหน้าที่ค้นหาได้พบร่างนางคอง ไปก่อนหน้านี้แล้ว

 

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาได้พบร่างนางคอง ยาศรี แล้ว จึงได้หยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่จะพากันลงน้ำในลำห้วยค้นหาร่างนายสุวรรณต่อ โดยเรียงแถวหน้ากระดานกวาดค้นหาอีกรอบ จนกระทั่งเวลา ประมาณ 16.20 น.จึงพบร่างนายสุวรรณ ติดอยู่กอหญ้าห่างจากจุดจมที่สันฝายน้ำล้นประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลโนนคูณให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

“ศรีสะเกษ” ฝนถล่ม-จมหลายพื้นที่ “2 ตายาย” น้ำพัดจมหาย ไม่รู้ชะตากรรม

ฤทธิ์พายุโนรู ทำฝนตกหนักน้ำหลากลงลำห้วย ตายายสองสามีภรรยาขี่จักรยานยนต์ข้ามฝายน้ำล้นถูกกระแสน้ำพัดจมหาย นักประดาน้ำลงค้นหาพบเพียงจักรยานยนต์

 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 29 กันยายน 2565 พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรโนนคูณ ออกตรวจที่เกิดเหตุ หลังจากที่ได้รับแจ้งว่า มีคนขี่จักรยานยนต์ถูกน้ำพัดจมหายไป ที่ฝายน้ำล้นห้วยผับ บ้านหนองแวง หมู่ 10 ตำบลหนองกุง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ พบเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง, สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา, นักประดาน้ำร่มไทรทองและนักประดาน้ำสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน ช่วยกันลงค้นหาผู้สูญหาย ซึ่งทราบว่า ผู้ถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปคือ นายสุวรรณ ยาศรี อายุ 78 ปี และ นางคอง ยาศรี อายุ 67 ปี สองสามีภรรยา ราษฎรบ้านหนองแวง หมู่ 10 ตำบลหนองกุง โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ประชาชนมาช่วยดูแลช่วยอำนวยความสะดวก

 

นางบุญล้อม ภักดี อายุ 50 ปี ลูกสาวของผู้สูญหายเล่าว่า พ่อกับแม่ ไปเลี้ยงหลานลูกของน้องชายคนเล็ก ซึ่งรับราชการเป็นครู ทุกวันพ่อกับแม่จะไปตอนเช้าพอน้องชายกับภรรยาเขาเลิกงานกลับมาพ่อกับแม่ก็จะกลับบ้านเป็นประจำ จนกระทั่งเวลาประมาณบ่ายสี่โมงเศษวันนี้ ได้มีเด็กในหมู่บ้านมาบอกว่าพ่อกับแม่ถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปที่ฝายน้ำล้นตนจึงแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันค้นหาอย่างเต็มที่แต่ยังไม่พบต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกฝ่าย ตนขอกราบวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยพ่อแม่ด้วย ขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง ขอให้พ่อกับแม่แคล้วคลาดปลอดภัยขอให้กลับมาหาลูกด้วย

 

พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ตามที่ได้รับรายงานทราบว่า คุณตาคุณยายซึ่งเป็นสามีกับภรรยาขี่จักรยานยนต์พยายามข้ามฝายน้ำล้นแห่งนี้ แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ฝนตกหนักน้ำในลำห้วยเพิ่มปริมาณมากกระแสน้ำไหลเชี่ยวจักรยานยนต์ของคุณตาถูกน้ำพัดจนเสียหลักคุณยายที่ซ้อนท้ายพลัดตกจากรถคุณตาพยายามช่วยเหลือคุณยายแต่ถูกน้ำพัดจมหายไปทั้งสองคน เจ้าหน้าที่กู้ภัยน้ำประดาน้ำพยายามช่วยค้นหาตั้งแต่เวลาบ่ายสี่โมงจนถึงสี่ทุ่มแล้วพบเพียงจักรยานยนต์ของคุณตา เนื่องจากนำไหลแรงและลึกอากาศเย็นนักประดาน้ำต้องหยุดการค้นหาไว้ก่อนและจะกลับมาค้นหาใหม่ในวันรุ่งขึ้น.

โนรูพ่นพิษ! ต้นไม้ใหญ่โค่น ทับรถรถยนต์แค๊บ รอด3 ดับ1 

วันนี้ (28 ..) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ...เทพพิทักษ์ แสงกล้า รอง ผบก..จว.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนต้นไม้ที่ถนนสาย ศก 3013  ห้วยทับทันปรางค์กู่  บริเวณใกล้ห้วยยาง .ห้วยทับทัน .ศรีสะเกษ

โดยที่เกิดเหตุ จนท.พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูสุ รุ่นดีแมคแบบแค็บ สีขาว หมายเลขทะเบียน บม 9971 สุรินทร์ ถูกต้นไม้ใหญ่ล้มทับอยู่บนถนน ด้านหน้ารถพังเสียหาย พบร่าง นายบัวสอน พิมดา อายุ 51 ปี ชาว.กล้วยกว้าง นั่งอยู่เบาะคู่คนขับติดอยู่ภายในรถ และมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ถูกนำส่ง รพ.ห้วยทับทัน

นายลาชันย์  ครุฑแก้ว  อายุ 31 ปี คนขับรถยนต์ เล่าว่า ขณะที่ตนขับรถจู่ๆ ได้ยินเสียงโครม ซึ่งตนไม่ทราบว่าต้นไม้ล้มทับรถ หรือขับรถชนต้นไม้ที่ล้มอยู่ เพราะขณะที่เกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก

หนุ่มออกทอดแหหาปลา พลาดจมน้ำดับ

ฝนตกหนักน้ำขึ้น ปลาว่ายน้ำเล่น ชายวัยกลางคนออกทอดแหจับปลา พลาดจมน้ำเสียชีวิต

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 09.45 .วันที่ 21 สิงหาคม 2565 ร้อยตำรวจเอก วิศรุต สุขสกุล รองสารวัตร(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ออกตรวจที่เกิดเหตุคนจมน้ำเสียชีวิต ที่ฝายน้ำล้นห้วยปากเทิน บ้านหนองเทา หมู่ 9 ตำบลเมืองน้อย อำเภอกันทรารมย์ พบนักประดาน้ำหน่วยกู้ชีพหลักเมืองกันทรารมย์ นำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากลำห้วยแล้ว ทราบชื่อคือนายมนูญศักดิ์ เหมือนมาต์ อายุ43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 บ้านหนองเทา หมู่ 9 ตำบลเมืองน้อย สภาพศพไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย

 

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีคนจมน้ำหายไปที่ฝายน้ำล้นห้วยปากเทิน จึงแจ้งนักประดาน้ำหน่วยกู้ชีพหลักเมืองกันทรารมย์ ให้ช่วยค้นหา จนกระทั่งเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมงจึงพบร่างนายมนูญศักดิ์จมอยู่ใต้น้ำเสียชีวิตแล้ว ญาติของผู้เสียชีวิต ให้การกับตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายพร้อมญาติ และเพื่อนรวม 4 คนพากันมาทอดแหหาปลาที่ฝายดังกล่าว ซึ่งช่วงนี้ฝนตกน้ำในลำห้วยเพิ่มระดับขึ้นมากปลามาว่ายน้ำจำนวนมาก ขณะที่ผู้ตายเดินบนสันฝายซึ่งกว้างประมาณ 50 เมตร ถึงกลางฝายผู้ตายใส่รองเท้าบู้ทเดินไม่ถนัดจึงถูกกระแสน้ำพัดลอยไปตามน้ำพยายามว่ายตะเกียกตะกายเพื่อเข้าฝั่งแต่น้ำแรงว่ายไม่ไหว ญาติได้กระโดดลงไปช่วยแต่ไม่ทัน ผู้ตายหมดแรงจมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วย

 

หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วตำรวจได้ให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไปตรวจสภาพศพที่โรงพยาบาลกันทรารมย์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตก่อนที่จะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป.