นักโทษศรีสะเกษติดโควิดตายรายแรก

นักโทษเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ติดโควิด-19 เสียชีวิตเป็นรายแรก หน่วยกู้ภัยนำร่างไปฌาปนกิจทันที


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 17 ตุลาคม 2564 ที่เมรุวัดเพียนาม ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ หน่วยกู้ภัยสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน ได้นำร่างของผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นผู้ต้องขังชายอยู่ในเรือนจำ จ.ศรีสะเกษ ออกจากโรงพยาบาลศรีสะเกษไปฌาปนกิจ

 

โดยมี นายเริงศักดิ์ เกตุจันทึก ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยญาติของผู้เสียชีวิตนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีทางศาสนาสวดอภิธรรมเพื่อส่งวิญญาณของผู้เสียชีวิตให้ไปสู่สุคติ ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นรายที่ 85 ของจังหวัดศรีสะเกษ ที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19

 

นายเริงศักดิ์ เกตุจันทึก ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ผู้ต้องขังรายที่เสียชีวิตวันนี้ เป็นรายแรกของเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษที่ป่วยจากโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 40 ปี ชาวอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ต้องโทษคดียาเสพติดเข้ามาอยู่ในเรือนจำเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาคดี ศาลยังไม่ได้พิพากษา

 

ผู้ต้องขังที่เข้ามาใหม่ทางเรือนจำจะต้องตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK ถ้าพบเชื้อก็ส่งไปโรงพยาบาลสนามของเรือนจำ ถ้าไม่พบเชื้อก็ให้กักตัวอยู่ในสถานแรกรับ เป็นเวลา 28 วัน จากนั้นจึงจะให้เข้าไปอยู่ในแดนต่างๆ ภายในเรือนจำ

 

ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ผู้ต้องขังรายนี้ได้เข้าไปอยู่ในแดนข้างในแล้ว เมื่อมีผู้ต้องขังในแดนป่วยเป็นไข้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาเชื้อปรากฏว่าพบเชื้อโควิด-19 จึงได้ทำการตรวจสวอป ผู้ต้องขังที่อยู่ห้องใกล้กัน 3 ห้อง รวม 96 คน พบติดเชื้อ 50 คน โดยพบติดเชื้อเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2564 ผู้ติดเชื้อคนอื่นอาการเป็นสีเขียวหมด แพทย์ได้ให้ยา ฟาวิพิราเวียร์ ทุกคนอาการดีขึ้นหมด

 

ส่วนผู้ต้องขังที่เสียชีวิตรายนี้ มีโรคประจำตัว คือโรคอ้วน ซึ่งผู้ป่วยมีน้ำหนัก 100 กว่ากิโลกรัม นอกจากนั้นมีโรคความดันโลหิตสูง และอีกหลายโรค จึงได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.เช้าวันนี้

 

ผู้ต้องขังในเรือนจำ จ.ศรีสะเกษ มีทั้งหมด 1,950 คนบพป่วยติดเชื้อโควิด-19 แล้วจำนวน 1,340 คน รักษาหายป่วยแล้ว 595 คน ยังรักษาอยู่ 745 คน เป็นผู้ป่วยสีเขียวทั้งหมด นายเริงศักดิ์ กล่าว.

ตร.ศรีสะเกษ รวบตัวทันควันผู้ต้องหาหลบหนีระหว่างส่งเรือนจำ

วันนี้ (1 ก.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ผู้คุมเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ระดมเร่งล่าตัว นายธนกฤติ  แพงพรม อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด 766 เม็ด ของสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย  ขณะนำตัวมาฝากขังที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ศาลจังหวัดศรีสะเกษ มีคำสั่งให้ฝากขังผู้ต้องหา ซึ่งปกติแล้วจะมีการฝากขังที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษ แต่ในช่วงภาวะโควิด19 จึงงดการฝากขังที่ศาลฯ  และในเวลานั้น นักโทษของสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย นั่งมากับรถของนักโทษ จำนวน 3 คน แต่ต่างคดีกัน 

โดยวิ่งผ่านถนนหน้าเรือนจำ จากนั้นได้กระโดดลงป่าข้างเรือนจำ  วิ่งเข้าไปในป่าทึบด้านหลัง ประกอบกับบริเวณดังกล่าวเป็นป่าทึบกว้างติดกับลำห้วยสำราญ ทำให้เหมาะแก่การหลบหนี รวมทั้งนักโทษเป็นคนในพื้นที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ ทำให้ทราบเส้นทางหลบหนี

นักโทษได้หอบสิ่งของใช้ส่วนตัวไปด้วย ซึ่งอาจมีโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วย  ขณะนี้ ตำรวจชุดสืบสวนได้เดินทางไปพบญาติของผู้ต้องหาแล้ว เพราะเกรงว่าจะมีการโทรศัพท์ติดต่อญาติให้มารับตัว  แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถตามจับกุมได้ 

ด้าน พล.ต.ต.สันติ  เหล่าประทาย  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ  สั่งระดม ตำรวจจากทุกสถานีในเขตพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อปูพรมตามล่านักโทษหลบหนีรายนี้ จนกระทั่งเมื่อเวลา  15.00 น.  ชุดสืบสวนตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ สามารถจับกุมตัวได้ ในขณะที่นนายธนกฤติ หลบอยู่ใต้คลองระบายน้ำ และนำตัวออกมาเพื่อทำแผลเนื่องจาก ขณะหลบหนี ผู้ต้องหายังคงใส่กุญแจมือ อยู่

จากการสอบถามผู้ต้องหาบอกว่าน้อยใจที่ญาติไม่ มาเยี่ยมและไม่มาประกันตัว และสบโอกาสที่เห็นช่องทางหลบหนีเพราะอยู่ระหว่างทำเอกสารการส่งมอบตัว 

พ.ต.อ.สันติ ได้สั่งการด่วนให้ทุกสถานี เข้มงวดในเรื่องการส่งมอบตัวนักโทษก่อนส่งไปยังศาลจังหวัด และเรือนจำ ซึ่งจะไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก