ศรีสะเกษ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรน้ำท่วมแปลงหอมแดง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะกษ รุดติดตามน้ำท่วมพื้นที่ปลูกหอมแดงในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อยพร้อมบูรณาการช่วยหาตลาดรับซื้อหอมสดขณะที่การเยียวยาคาดไม่เกิน 60 วัน      

 

วันนี้ (3 พ.ย. 64) นายอนุรัตน์  ธรรมประจำจิต  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะกษ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมภาคีผู้ประกอบการภาคเอกชน ล่องเรือรุดติดตามน้ำท่วมแปลงปลูกหอมแดงของเกษตรกรชาวบ้านค้อเมืองแสน ตำบลคอนกาม อำเภอยางชุมน้อย

พบว่าแปลงหอมแดงกว่า 250 ไร่ ที่เกษตรกรปลูกไว้ถูกน้ำจากลำน้ำมูลเอ่อเข้าท่วมเสียหายทั้งหมด โดยหอมแดงดังกล่าวอยู่ในระยะเวลาใกล้จะเก็บเกี่ยวแล้ว คาดว่าประมาณ 15 -20 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวไว้ทำพันธ์หรือจำหน่ายได้แล้ว

หากราคาอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมล่ะ 25 – 30 บาท เกษตรกรจะมีรายได้เมื่อหักต้นทุนแล้ว ก็ประมาณ 2 – 3 แสนบาทเลยทีเดียว  แต่เมื่อถูกน้ำท่วมจนจมมิดแบบนี้  เกษตรกรต้องอกช้ำน้ำตาหมองแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ไหนจะเงินค่าลงทุน ไหนจะเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทุกเดือน เรียกว่า เงินแสนต้องสูญหายไป เหลือเพียงน้ำตากับหนี้สิน       

การช่วยเหลือเบื้องต้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะกษ ได้ประสานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ และผู้ประกอบการภาคเอกชน ได้รับซื้อหอมแดงสดนำไปแปรรูป หรือ นำไปจำหน่ายตามท้องตลาด เพื่อให้เกษตรกรพอมีรายได้ นำไปเป็นทุนรอนลงมือปลูกใหม่ภายหลังน้ำลด 

ขณะที่การสำรวจความเสียหายของแปลงหอมแดงทั้งหมดในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อย พบว่ามากกว่า 2,000.-ไร่  ซึ่งจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบราชการไร่ละไม่เกิน 1,980.- บาทต่อไร่

โดยจังหวัดศรีสะเกษจะเร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือภายใน 60 วัน หรือ ก่อนปีใหม่แน่นอน เป็นการช่วยซับน้ำตาของเกษตรกรพร้อมเป็นของขวัญปีใหม่ด้วย

ศรีสะเกษสำรวจนาข้าวน้ำท่วม เบื้องต้นเสียหายกว่า 2 แสนไร่

เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่สำรวจนาข้าวเสียหายภายหลังน้ำลดสู่ภาวะปกติเบื้องต้นนาข้าวเสียหายกว่า 2 แสนไร่พร้อมกำชับให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อเยียวยาตามขั้นตอนภายใน 90 วัน    

วันนี้ (15 ต.ค. 64) นายวิชัย  ศรีโพธิ์งาม  เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ  พร้อมด้วยนายพนม คงสีไพร เกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ  ลงพื้นที่สำรวจเพื่อชี้แจงแนวทางให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ที่บ้านโพธิ์ หมู่ 1 ตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ  ซึ่งจากผลการประเมินความเสียหายในเบื้องต้น คาดการณ์ความเสียหายเบื้องต้น มีพื้นที่ประสบภัย 211,894.-ไร่ คาดว่าจะนาข้าวเสียหายถึง 149,500.- ไร่ ครอบคลุม 18 อำเภอ 120 ตำบล 803 หมู่บ้าน

ภายหลังสำรวจข้อเท็จจริงของนาข้าวที่ถูกน้ำท่วมเสียหายร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าแล้ว  เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ  กล่าวว่า  เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ได้กำชับสำนักงานเกษตรอำเภอ ให้ตรวจสอบพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงจริงตามกลไก ขั้นตอน และกระบวนการตรวจสอบ พร้อมบันทึกผลตรวจสอบในระบบข้อมูลเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช

อีกทั้งมีการประชาคมข้อมูลเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบ โดยมีการปิดประกาศผลการตรวจสอบประชาคม และ ประมวลผล รวบรวม เสนอต่อคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ หรือ ค.ช.ภ.อ. พิจารณากลั่นกรองและอนุมัติ ก่อนนำส่งหลักฐานให้จังหวัดพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกรภายใน 90 วัน ซึ่งเกณฑ์ช่วยเหลือกรณีนาข้าวเสียหายตามจริง ไร่ละไม่เกิน 1,340.- บาท และ ไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน..

ธกส.ศรีสะเกษ เปิดชะลอข้าว จ่ายชดเชยคืนดอกเบี้ย

ธกส.ศรีสะเกษ ยืนยันจ่ายเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีไร่ละ 500 บาท พร้อมจ่ายชดเชยส่วนต่างให้ไปแล้วด้วย ขณะที่โครงการชะลอการขายข้าวคาดมีปริมาณไม่น้อยกว่า140,000 ตัน          

วันนี้ (14 ธ.ค. 63) นายสุทัย  ฉกะนันท์  ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดศรีสะเกษ  ได้นำผู้จัดการสำนักงาน ธ.ก.ส. ทั้ง 20 สาขาของจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมชี้แจงความคืบหน้าต่อสื่อมวลชนของจังหวัดศรีสะเกษ ถึงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้งระบบ ผ่านโครงการไร่ละ 500 บาท หรือ สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/2564

โดยจังหวัดศรีสะเกษ ได้จ่ายเงินไปแล้ว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา จำนวน 224,410.- ครัวเรือน เป็นเงินกว่า  1,312,000,000.-บาท ( หนึ่งพันสามร้อยสิบสองล้านบาท )  ขณะที่โครงการสนับสนุนชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/2564 จังหวัดศรีสะเกษ ได้โอนเงินไปแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 266,903.-  ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 2,855,000,000.- บาท (สองพันแปดร้อยห้าสิบห้าล้านบาท)         

ขณะที่โครงการจำนำข้าวหรือโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี การผลิต 2563/2564  เพื่อชะลอปริมาณข้าวเปลือกในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวไม่ให้ออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดศรีสะเกษ  กล่าวว่า  มุ่งให้เกษตรกรเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางตนเองในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวไว้ก่อนเพื่อรอขาย 

โดยระหว่างรอการขายเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับสินเชื่อเพื่อเป็นคำใช้จ่ายในการรับค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกหลักประกันตันละ 1,500 บาทครัวเรือน

โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 กำหนดชำระคืนเงินกู้ภายใน 5 เดือน โดยทาง ธ.ก.ส. ไม่คิดดอกเบี้ยหากผู้กู้สามารถชำระเงินคืนในระยะเวลาที่กำหนด คาดจะเกษตรกรตลอดจนสถาบันการเกษตรใน จังหวัดศรีสะเกษ นำข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการฯ ประมาณ 145,000.- ตัน      

นอกจากนี้ ช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19  เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าโครงการพักชำระหนี้ที่มีศักยภาพและสามารถชำระหนี้ได้  ธนาคารจะคืนดอกเบี้ยเงินกู้บางส่วนให้กับลูกค้าที่มีต้นเงินเป็นหนี้คงเหลือ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2563 และ ได้ชำระหนี้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 3 มีนาคม 2564 ผ่านโครงการชำระดีมีคืน

จะได้รับคืนดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราร้อยละ 20 ของ ดอกเบี้ยที่ได้ชำระจริงแต่ไม่เกิน 5,000 บาท ขณะที่กลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกร ตลอดจนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง  จะได้รับคืนดอกเบี้ยเงินในอัตราร้อยละ 10  ของดอกเบี้ยที่ได้รับชำระจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท