ศรีสะเกษสำรวจนาข้าวน้ำท่วม เบื้องต้นเสียหายกว่า 2 แสนไร่

เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่สำรวจนาข้าวเสียหายภายหลังน้ำลดสู่ภาวะปกติเบื้องต้นนาข้าวเสียหายกว่า 2 แสนไร่พร้อมกำชับให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อเยียวยาตามขั้นตอนภายใน 90 วัน    

วันนี้ (15 ต.ค. 64) นายวิชัย  ศรีโพธิ์งาม  เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ  พร้อมด้วยนายพนม คงสีไพร เกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ  ลงพื้นที่สำรวจเพื่อชี้แจงแนวทางให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ที่บ้านโพธิ์ หมู่ 1 ตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ  ซึ่งจากผลการประเมินความเสียหายในเบื้องต้น คาดการณ์ความเสียหายเบื้องต้น มีพื้นที่ประสบภัย 211,894.-ไร่ คาดว่าจะนาข้าวเสียหายถึง 149,500.- ไร่ ครอบคลุม 18 อำเภอ 120 ตำบล 803 หมู่บ้าน

ภายหลังสำรวจข้อเท็จจริงของนาข้าวที่ถูกน้ำท่วมเสียหายร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าแล้ว  เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ  กล่าวว่า  เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ได้กำชับสำนักงานเกษตรอำเภอ ให้ตรวจสอบพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงจริงตามกลไก ขั้นตอน และกระบวนการตรวจสอบ พร้อมบันทึกผลตรวจสอบในระบบข้อมูลเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช

อีกทั้งมีการประชาคมข้อมูลเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบ โดยมีการปิดประกาศผลการตรวจสอบประชาคม และ ประมวลผล รวบรวม เสนอต่อคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ หรือ ค.ช.ภ.อ. พิจารณากลั่นกรองและอนุมัติ ก่อนนำส่งหลักฐานให้จังหวัดพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกรภายใน 90 วัน ซึ่งเกณฑ์ช่วยเหลือกรณีนาข้าวเสียหายตามจริง ไร่ละไม่เกิน 1,340.- บาท และ ไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน..

ศรีสะเกษ เตือนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ (24 ก.ย. 64) นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปผิดเผยว่า ขณะนี้ อ่างเก็บน้ำหนองสิ .ขุนหาญ และอ่างเก็บน้ำห้วยตามาย .กันทรลักษ์ มีระดับน้ำเกิน 100% ประกอบช่วงวันที่ 24-25 ..2564 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษศรีสะเกษ และอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ .ขุนหาญ ไพรบึง ศรีรัตนะ .กันทรลักษ์ เบญจลักษ์ และโนนคูณ

ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้

ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ทุ้มงบ 9 ล้าน แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก คาดว่าต้องใช้งบประมาณ 9 ล้านบาทในการสร้างฝายชะลอน้ำ

วันนี้ (21 เม.ย.63) นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเขตรอยต่อระหว่าง จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี โดยในพื้นที่ดังกล่าวจะมีประชาชนในเขต ต.โนนสำราญ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และ ต.โคกสะอาด อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ที่ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ทางการเกษตรสร้างความเสียหายในช่วงฤดูน้ำหลาก หรือ ฤดูฝน ขณะเดี่ยวกันในช่วงฤดูแล้งต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และเพื่อการเกษตร

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาข้อเท็จจริงพบว่า ในแต่ละปี องค์กรปกครองท้องถิ่นต้องดำเนินการจัดงบประมาณในการช่อมบำรุงถนนที่ชำรุดเสียหายจากการถูกน้ำท่วมทุกปี จึงกลายเป็นปัญหาช้ำชาก ในการแก้ไขปัญหาได้หมอบให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ประสานสำนักงานชลประทานศรีสะเกษ ได้ทำการศึกษา ออกแบบ ขุดลอกห้วยซอม เพื่อรองรับน้ำที่ไหลมาจากห้วยขนุน เขตเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดปี พร้อมกับมีการสร้างฝายชะลอน้ำ

โดยฝ่ายท้องที่ท้องถิ่นของทั้ง 2 จังหวัด ต้องเร่งประชาคมทำความเข้าใจแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีพื้นที่อยู่ในบริเวณห้วยซอม ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง คาดว่าต้องใช้งบประมาณ จำนวน 9 ล้านบาท เพื่อเสนอรัฐบาลได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้กับประชาชนทั้ง 2 จังหวัดต่อไป