หลานเขยโหด!! คว้ามีดแทงลุงดับ

หลานเขยแทงลุงของเมียตาย สาเหตุเพราะผู้ตายมาขอข้าวแม่ยายซึ่งเป็นน้องสาว แต่มาเอะอะโวยวายเสียงดังทนไม่ไหวจึงลงมือก่อเหตุ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2564 พันตำรวจ ชัยฤทธิ์ ตังตา สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรศาลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน นำตัวนายจิรภัทร รัตนอนุชาติกมล อายุ 21 ปี หมู่ 3 ตำบลกุง อำเภอศิลาลาด ผู้ต้องหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ไปชี้ที่เกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพ การชี้ที่เกิดเหตุ เริ่มจากที่นายจิรภัทรนั่งเล่นเกมส์อยู่หลังบ้าน พอได้ยินเสียงตะโกนเสียงดังจึงลุกขึ้นเดินมาที่ผู้ตายยืนอยู่ จับไหล่แล้วแทงก่อนที่จะนำมีดไปโยนทิ้งข้างรั้วบ้าน จากนั้นตำรวจนำตัวนายจิรภัทรไปกราบขอขมาศพนายอุดรซึ่งญาติได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านสงยาง ตำบลกุง

 

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 30 ตุลาคม 2564 พันตำรวจเอก พงษ์พิเชษฐ์ นิลจันทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศิลาลาด ได้รับแจ้งว่า มีเหตุทำร้ายร่างกันมีคนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านเลขที่ 189 หมู่ 11 ตำบลกุง อำเภอศิลาลาด จึงสั่งการให้ พันตำรวจ ชัยฤทธิ์ ตังตา สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรศิลาลาด พร้อมชุดสืบสวน ไปตรวจที่เกิดเหตุ พบรอยเลือดกองใหญ่ ตำรวจชุดสืบสวนตรวจรอบบ้านที่เกิดเหตุพบมีดปลายแหลมยาว 20 เซนติเมตรเปื้อนเลือดตกอยู่ข้างรั้วบ้าน 1 เล่ม ผู้บาดเจ็บคือนายอุดร พร้อมบัวป่า อายุ 46 ปี เป็นพี่ชายของนางบังอร พร้อมบัวป่า อายุ 44 ปีเจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ อยู่บ้านอีกหลังหนึ่งถูกญาตินำส่งโรงพยาบาลศิลาลาดไปก่อนแล้วและได้เสียชีวิตในหลังถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายจิรภัทร รัตนอนุชาติกมล อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 3 ตำบลกุง อำเภอศิลาลาดซึ่งเป็นลูกเขยของนางบังอรเจ้าของบ้าน หลังก่อเหตุได้ขี่จักรยานยนต์หนีไป เจ้าหน้าที่จึงตามไปที่บ้านของนายจิรภัทรพบนั่งอยู่ที่ร้านค้ารอมอบตัวกับตำรวจอยู่ จึงนำตัวมาสอบสวน

 

นายจิรภัทร ให้การว่า เมื่อวานนี้ ตนกลับจากไปช่วยงานกฐินที่บ้านของตน กลับมาถึงบ้านแม่ยายก็ได้นั่งเล่นเกมส์อยู่หลังบ้าน จนกระทั่ง ก่อนเกิดเหตุผู้ตายซึ่งเป็นพี่ชายของแม่ยายซึ่งอยู่บ้านคนละหลังได้มาที่บ้านเพื่อมาขอข้าวไปกินมื้อเย็น แต่ได้มาโวยวายเสียงดังทะเลาะกับแม่ยายตนเห็นดังนั้นจึงลุกจากที่นั่งเล่นเกมส์ดึงมีดออกจากกระเป๋มที่สะพายอยู่เดินมาที่หน้าประตูห้องที่ผู้ตายยืนส่งเสียงดังกับแม่ยายอยู่จึงเดินเข้าไปทางด้านหลังใช้มีดจ้วงแทงไป 3 ทีถูกเข้าที่ไหล่ขวา 2 แผล ที่ใต้คาง 1 แผล ก่อนที่ภรรยาตนและพ่อตาจะเข้ามาห้าม ตนจึงขี่จักรยานยนต์กลับบ้านไปรอมอบตัวกับตำรวจ ซึ่งปีนี้ตนเกณฑ์ทหารติดจะต้องไปเข้ากองประจำการที่ดอนเมืองในวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2564

 

หลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วตำรวจได้แจ้งข้อหานายจิรภัทรว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา นำตัวเข้าห้องควบคุม เพื่อเตรียมส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษในวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นี้.

รวบแล้ว! มือยิงคู่อริดับ 1 เจ็บ 1 ตร.คุมตัวทำแผน

วันนี้ (26 .. 64) ...ศุภชัย ศักรินพานิชกุล รอง ผบก.ตร..จวศรีสะเกษ พร้อมด้วย ...สวัสดิ์ ศรีเกษม ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย ได้นำตัวนายทวีศักดิ์ สืบราช อายุ 32 อยู่บ้านเลขที่ 3 .6 .ขะยูง.อุทุมพรพิสัย .ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงคู่อริบริเวณลานจอดรถร้านอาหารแห่งหนึ่งถนนศรีสะเกษอุทุมพรพิสัย นำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุและะจุดทิ้งปืนลูกโม่ไทยประดิษฐ์ พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยนายทวีศักดิ์ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งมาทั้งหมด 8 คน ช่วงเกิดเหตุได้เดินออกไปนอกร้านอาหาร เพียงคนเดียวส่วนวัยรุ่นอีกกลุ่มเดินตามไป 3 คน แล้วเกิดทะเลาะวิวาทกัน นายทวีศักดิ์ สู้ไม่ได้จึงใช้ปืนยิงสวน ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิตอีก 1 ราย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.ศรีสะเกษ เร่งล่าตัวมือยิงวัยรุ่นคู่อริเจ็บ 2 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.15 น.วันที่ 26 ตุลาคม 2564 ร้อยตำรวจโท กิตติพงษ์ พันธ์ศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ออกตรวจที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีคนได้รับบาดเจ็บ ที่ลานจอดรถข้างร้านอาหารร้านหนึ่ง อยู่ถนนศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย ช่วงบ้านหนองยาง หมู่ 6 ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย ที่เกิดพบกองเลือดและเสื้อเปื้อนเลือดกองอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บมี 2 คน หน่วยกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลศรีสะเกษไปก่อนแล้ว

 

นายโกวิทย สิงห์คำ อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ตนพร้อมน้องๆซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกันทั้งหมด 4 คน ได้พากันมานั่งรับประทานอาหารและดื่มกินกัน ตนรู้สึกเมาจึงออกจากร้านมานอนในรถ จนกระทั่งได้ยินเสียงปืนออกไปดูก็เห็นน้องล้มอยู่จึงบอกให้คนในร้านแจ้งกู้ภัยมารับคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

 

ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่ง เล่าว่า ตนนั่งอยู่ในร้าน ตอนร้านปิด ตนยังไม่ทันจะได้ออกจากร้าน ผู้ถูกยิงเดินออกจากร้านไปโดยมีเพื่อนเขาคนหนึ่งเดินไปด้วย มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่นั่งในร้านเดียวกัน มีประมาณ 8 คนได้เดินตามมาแล้วชกต่อยนายสุวิทย์ ดวงปฏิ อายุ 27 ปีจนได้รับบาดเจ็บ นายวีรยุทธ์ ดีเลิศ อายุ 33 ปีที่เดินออกมาพร้อมกันได้เข้าไปห้าม แต่กลุ่มพวกก่อเหตุได้ใช้ปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่นายวีรยุทธ์ 1 นัดถูกบริเวณใบหน้าล้มลง พอดีจังหวะนั้น มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่งที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านเดียวกันได้ออกมาช่วยเหลือ เรียกรถกู้ชีพมารับคนเจ็บ

 

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังเกิดเหตุ พันตำรวจเอก สวัสดิ์ ศรีเกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพิสัยได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนออกไล่กล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณใกล้เคียงหาเส้นทางผู้ก่อเหตุหลบหนี เวลานี้ตำรวจพอจะรู้แล้วว่ากลุ่มก่อเหตุเป็นใคร คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวได้ตัวในเร็วๆ นี้.

ไฟไหม้โชว์รูมรถยนต์อีซูซุศรีสะเกษ คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 25 ตุลาคม  2564 พันตำรวจเอก หัสพงศ์ เติมศิริตังคโณบล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก อภิสิทธิ์ สุโพธิ์ รองสารวัตร (สอบสวน) พันตำรวจโท พิเนตร ดาวเรือง รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม ออกตรวจที่เกิดเหตุ หลังจากได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ ที่ศูนย์จำหน่ายรถยนต์อีซูซุ เลขที่ 2/15 หมู่ 6 ถนนศรีสะเกษ-กันทรลักษ์ ตำบลหนองครก อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

 

ไปถึงที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังลุกไหม้บนชั้นสองของตัวอาคาร รถดับเพลิงเทศบาลเมืองศรีสะเกษ พร้อมด้วยรถดับเพลิงองค์กรปกครองส่วนถิ่นใกล้เคียงกว่า 10 คันเร่งฉีดน้ำสกัดไฟ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงได้ 

นายธนา ธานานุศักดิ์ อายุ 53 ปี ประธานกรรมการผู้จัดการศูนย์จำหน่ายรถยนต์อีซูซุ ให้การกับตำรวจว่า ตนได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานรักษาความปลอดภัยเมื่อประมาณ 19.30 น.ว่าเกิดไฟไหม้ จึงแจ้งรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ตำรวจ บนชั้นสองที่เกิดไฟไหม้เป็นห้องธุรการ ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาหลังเลิกงานแล้ว ไม่มีพนักอยู่ในห้อง จึงไม่มีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 

นายสุทัศน์ พรหมชาติ อายุ 62 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของศูนย์ที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนนั่งอยู่หน้าประตูทางเข้าออกของศูนย์ฯ เพื่อคอยเปิดปิดประตูให้ผู้บังคับบัญชา ระหว่างนั้น ตนได้ยินเสียงแป๊บๆ คล้ายเสียงอะไรแตก หรือเสียงไฟประทุ จึงมองขึ้นไปดูตามเสียงก็เห็นควันไฟพวยพุ่งขึ้น จากนั้นก็มีเปลวไฟลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง จึงโทรศัพท์รายงานหัวหน้า ก่อนที่จะแจ้งดับเพลิงและตำรวจมาตรวจสอบ

 

ด้านพันตำรวจเอก หัสพงศ์ เติมศิริตังคโณบล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจมาจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่จะต้องแจ้งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง เบื้องต้น ได้สั่งการให้ พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ว่า หลังจากเพลิงสงบแล้ว ให้เจ้าหน้าที่นำกรวยมาตั้ง นำเทปกั้นเขตมากั้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่อันตรายไว้ ห้ามไม่ให้คนเข้าใกล้ เนื่องจากเกรงว่าอาคารถูกความร้อนแล้วอาจจะถล่มลงมาได้.  

เดือด!! ศึกชิงนายก อบต.สุขสวัสดิ์ ผู้สมัครถูกทำลายป้าย

หาเสียงเลือกตั้ง อบต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง ศรีสะเกษ เดือด! อดีตนายก อบต.ถูกทำลายป้าย เสียหาย 2 ป้าย

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 24 ตุลาคม  2564 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 29 บ้านหนองยาว หมู่ 9 ตำบลสุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ไปพบกับนายภูริต อภิรักษ์วรการ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สุขสวัสดิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.สุขสวัสดิ์ เบอร์ 1 เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากทราบว่า ป้ายหาเสียงของนายภูริตถูกผู้ไม่หวังดีใช้ของมีคมกรีดทำลายได้รับความเสียหายไป 2 ป้าย

นายภูริต อภิรักษ์วรการ เปิดเผยว่า ป้ายหาเสียงของตนทำของมีคมกรีดเป็นรอยขาดได้รับความเสียหาย ซึ่งตนมองว่าการกระทำแบบนี้อาจจะต้องการสร้างสีสันของการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งป้ายที่ถูกทำลายนั้นเป็นป้ายที่ติดตั้งอยู่ที่สี่แยกบ้านโพนปลัด หมู่ 1 อีกป้ายอยู่ที่ปากทางเข้าบ้านหนองอีไทย หมู่ 4 ตำบลสุขสวัสดิ์ ซึ่งทั้งสองป้ายเพิ่งนำไปติดตั้งเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2564 พอถึง วันที่ 21 ตุลาคม 2564 ในตอนเช้าก็พบว่าป้ายถูกทำลายจึงคาดว่าคนที่ก่อเหตุจะทำในช่วงเวลากลางคืน

ตนคิดว่าน่าจะเกิดจากความคึกคะนองของคนบางคนทำไปเพราะนึกสนุก ทำไปเพราะขาดความยังคิด ตนไม่ได้มองไปว่าเป็นการกระทำของคู่แข่งหรือฝ่ายตรงข้าม ซึ่งคิดว่าผู้สมัครเบอร์อื่นคงไม่คิดทำอะไรแบบนี้ เพราะอย่างไรเสีย ผลกระทบก็จะเกิดกับคนที่กระทำอยู่แล้ว แต่ตนไม่ได้คิดที่จะนำคนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี แต่ก็ได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพราะเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับจำนวนป้ายหาเสียงที่จะต้องติดตั้งตามระเบียบของ กกต. เพราะถ้าหากจะต้องทำป้ายใหม่มาทดแทนก็จะได้รายงานให้ถูกต้อง” นายภูริต กล่าว.

“ยกเหล็กศรีสะเกษ”พร้อมลุยศึกชิงแชมป์แห่งประเทศ

วันนี้ (22 .. 64) นายวิทยา วิรารัตน์  นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักจังหวัดศรีสะเกษ  เป็นประธานมอบโอวาทแก่นักกีฬายกน้ำหนัก .ศรีสะเกษ ก่อนเดินทางไปแข่งขันกีฬา EGET(อีแกท) ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2564

สำหรับประเภทยุวชนจะแข่งระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2564 จากนั้นวันที่ 30 ตุลาคม-2 พฤศจิกายนจะเป็นการแข่งขันระดับประชาชน สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

วอนรัฐบาล “วอร์มอัพ”เปิดผับ-บาร์

หอการค้าศรีสะเกษ เสนอรัฐบาลวอร์มอัพเปิดผับบาร์เป็นบางวันก่อนเปิดจริงทั่วประเทศ

 

นายสฤษฏ์ นาควารินทร์ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ 1 พฤศจิกายนนี้ ในฐานะภาคีเครือข่ายภาคเอกชนตนเห็นด้วย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวและการส่งออกได้รับกระทบอย่างมาก การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติถือว่ามีความจำเป็น แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานกระทรวงสาธารสุขอย่างเข้มข้นด้วย

ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวอีกว่า แต่สิ่งที่อยากสะท้อนถึงการเปิดสถานบริการที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ผับ บาร์ น่าจะทดลองเปิดเพื่อทดสอบก่อนวันที่ 1 ธันวาคม โดยลองเปิดเป็นบางวันเพื่อให้มีการปรับตัวรับกับสถานการณ์จริง ทั้งเจ้าของกิจการและนักท่องเที่ยว ว่ามีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน

 

ก่อนเปิดจริงพร้อมกันทั้งประเทศ เพราะกระทรวงสาธารณสุขตระหนักว่า ผับบาร์เป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด 19 ยิ่งดื่มแอลกอฮอล์แล้วจะขาดสติและมีการใกล้ชิดกันมากขึ้น จึงเห็นควรให้เปิดก่อนเพื่อทดสอบประเมินผลสู่การวางแผนบริหารจัดการจริงได้อย่างเหมาะสม

หนาวนี้ที่ “ศรีสะเกษ” เปิดเมืองฉลอง 239 ปี

วันนี้ (21 ต.ค.64) นายวัฒนา  พุฒิชาติ  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประสานภาคีเครือข่ายภาคเอกชนเตรียมพร้อมจัดงานเฉลิมฉลอง 239 ปี จังหวัดศรีสะเกษ ด้วยการร่วมจัดพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การปฏิบัติธรรม และ ทำบุญตักบาตร ภายใต้ชื่องาน “ หนาวนี้ศรีสะเกษ พร้อมสู่ขวัญบ้าน บายศรีเมือง รุ่งเรือง 239 ปี ” ระหว่างวันที่ 18 – 21 พฤศจิกายน 2564  เพื่อสืบสานรักษาและต่อยอดมรดกภูมิปัญญาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม สู่การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก  พร้อมสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนคน 4  เผ่าทั้ง 22 อำเภอ 

โปรแกรมสำคัญ “ หนาวนี้ศรีสะเกษ พร้อมสู่ขวัญบ้าน บายศรีเมือง รุ่งเรือง 239 ปี ” ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564  กิจกรรมนุ่งผ้าไทยร่วมใส่บาตรเพื่อความสิริมงคล , วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 จัดแข่งขันกีฬาพายเรือแบบยืนกลางน้ำ หรือ กีฬา Sup Board , วันที่  1 ธันวาคม 2564  เปิดผามออีแดง สัมผัสทะเลหมอกยามเช้า รับแสงแดดพร้อมกัน 3 แผ่นดิน และ วันที่ 19 ธันวาคม 2564 เปิดมหกรรมวิ่งกะบาลกะไบ Sisaket Rum               

ขณะที่บรรยากาศการจัดงานของค่ำคืนวันที่ 19 ธันวาคม 2564 และ เป็นวันลอยกระทงด้วยนั้น  จังหวัดศรีสะเกษและภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ต่างจะพร้อมใจปฏิบัติธรรมในคืนวันเดือนเพ็ญ 15 ค่ำเดือน 12  กับบรรยากาศอาบด้วยแสงจันทร์ อิ่มด้วยแสงธรรม เสริมสิริมงคลร่วมกัน 

ศรีสะเกษแถลงจับเครือข่าย”ปูหนองขอน” ลอบขนยาข้ามฝั่งโขง

ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ โชว์ผลงานจับเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ยึดทรัพย์กว่า 1 ล้าน พร้อมของกลางยาบ้ากว่าครึ่งแสน

วันนี้ (19 .. 64)  ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พลตำรวจตรี คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค  3  นายสำรวย  เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ ... ศุภชัยศักรินพานิชกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมแถลงผลจับกุมยาเสพติดรายสำคัญภายใต้ยุทธการ “238 พิทักษ์นครลำดวนและ ยุทธการพิฆาตทรชนคนค้ายา ตำรวจภูธรภาค  3 ”

 

โดยตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ ... ฝ่ายปกครอง และ เจ้าหน้าที่เรือนจำ ได้สนธิกำลังร่วมกันจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ 2 คน ในพื้นที่ สภ.ขุขันธ์ และ สภ.กันทรลักษ์ ได้ของกลางยาบ้า 56,000.-เม็ด พร้อมยึดทรัพย์สินอีก 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครือข่ายของนายปรีชา หรือ ปู  ชาวตำบลหนองขอน อำเภอเมืองอุบลราชธานี

 

พลตำรวจตรี คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค  3 กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญดังกล่าว เป็นเครือข่ายข้ามชาติโดยส่งยาบ้าข้ามฝั่งแม่น้ำโขง  ซึ่งกำลังทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองได้บูรณาการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานข่าวจนนำไปสู่การจับกุม

 

ด้านนายสำรวย  เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ผลการจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดดังกล่าว มาจากการข่าวและความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่  ขณะที่การป้องกันและบำบัดฟื้นฟูผู้เสพติดได้สร้างชุมชนเข้มแข็งที่ยั่งยืนทั้ง 32 สถานีตำรวจ  จนสามารถลดการแพร่ระบาดจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงร้อยละ 50 และ ต้องดำเนินการต่อไป เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัย    

นักโทษศรีสะเกษติดโควิดตายรายแรก

นักโทษเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ติดโควิด-19 เสียชีวิตเป็นรายแรก หน่วยกู้ภัยนำร่างไปฌาปนกิจทันที


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 17 ตุลาคม 2564 ที่เมรุวัดเพียนาม ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ หน่วยกู้ภัยสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน ได้นำร่างของผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นผู้ต้องขังชายอยู่ในเรือนจำ จ.ศรีสะเกษ ออกจากโรงพยาบาลศรีสะเกษไปฌาปนกิจ

 

โดยมี นายเริงศักดิ์ เกตุจันทึก ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยญาติของผู้เสียชีวิตนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีทางศาสนาสวดอภิธรรมเพื่อส่งวิญญาณของผู้เสียชีวิตให้ไปสู่สุคติ ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นรายที่ 85 ของจังหวัดศรีสะเกษ ที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19

 

นายเริงศักดิ์ เกตุจันทึก ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ผู้ต้องขังรายที่เสียชีวิตวันนี้ เป็นรายแรกของเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษที่ป่วยจากโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 40 ปี ชาวอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ต้องโทษคดียาเสพติดเข้ามาอยู่ในเรือนจำเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาคดี ศาลยังไม่ได้พิพากษา

 

ผู้ต้องขังที่เข้ามาใหม่ทางเรือนจำจะต้องตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK ถ้าพบเชื้อก็ส่งไปโรงพยาบาลสนามของเรือนจำ ถ้าไม่พบเชื้อก็ให้กักตัวอยู่ในสถานแรกรับ เป็นเวลา 28 วัน จากนั้นจึงจะให้เข้าไปอยู่ในแดนต่างๆ ภายในเรือนจำ

 

ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ผู้ต้องขังรายนี้ได้เข้าไปอยู่ในแดนข้างในแล้ว เมื่อมีผู้ต้องขังในแดนป่วยเป็นไข้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาเชื้อปรากฏว่าพบเชื้อโควิด-19 จึงได้ทำการตรวจสวอป ผู้ต้องขังที่อยู่ห้องใกล้กัน 3 ห้อง รวม 96 คน พบติดเชื้อ 50 คน โดยพบติดเชื้อเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2564 ผู้ติดเชื้อคนอื่นอาการเป็นสีเขียวหมด แพทย์ได้ให้ยา ฟาวิพิราเวียร์ ทุกคนอาการดีขึ้นหมด

 

ส่วนผู้ต้องขังที่เสียชีวิตรายนี้ มีโรคประจำตัว คือโรคอ้วน ซึ่งผู้ป่วยมีน้ำหนัก 100 กว่ากิโลกรัม นอกจากนั้นมีโรคความดันโลหิตสูง และอีกหลายโรค จึงได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.เช้าวันนี้

 

ผู้ต้องขังในเรือนจำ จ.ศรีสะเกษ มีทั้งหมด 1,950 คนบพป่วยติดเชื้อโควิด-19 แล้วจำนวน 1,340 คน รักษาหายป่วยแล้ว 595 คน ยังรักษาอยู่ 745 คน เป็นผู้ป่วยสีเขียวทั้งหมด นายเริงศักดิ์ กล่าว.