น้อยใจผัวผูกคอดับใต้ต้นมะม่วง

วันนี้ (29 ม.ค. 64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทุ่งนาบ้านอาวอย  ต.โสน  อ.ขุขันธ์  จ.ศรีสะเกษ  เกิดเหตุหญิงผูกคอตัวเองเสียชีวิต ใต้ต้นมะม่วง ห่างจากบ้านตัวเองไปทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน 1.5 กิโลเมตร ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาวสมคิด  บานชื่น  อายุ 34  ปี  อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 21  ต.โสน  อ.ขุขันธ์  จ.ศรีสะเกษ  

จากการถาม นายบุญชื่น พันธุ์ชาติ  อายุ 41 เลขที่ 15 หมู่ 13 บ้านอาวอยใต้ ต.โสน อ.ขุขันธ์  สามีผู้ตาย เล่าว่า เมื่อช่วงเช้า ภรรยาได้เข้ามาขอเงิน ซึ่งตนบอกว่ารอสักครู่ กำลังจะหาเงินให้ เพราะเงินอีกส่วนหนึ่งก็ให้ ลูกๆ ไปโรงเรียนแล้ว 

โดยก่อนนางสาวสมคิดจะผูกคอตาย ได้โทรศัพท์ไป เล่าให้พี่สาวของเธอเอง ฟังว่า จะไปแล้วนะ พี่สาวของ น.ส.สมคิด ก็ถามว่า จะไปไหน จากนั้นก็ตัดสัญญาณไป ทำให้ญาติๆ ได้ออกตามหา จนกระทั่งมาพบว่า ผูกคอตัวเองเสียชีวิต กลางทุ่งนา

นายบุญชื่น  เล่าต่อว่า ในช่วงปัญหาเศรษฐกิจ ตกต่ำ งานก็หายาก โดยเฉพาะตนเป็นต้องออกรับจ้าง ซึ่งในช่วงโควิด ระบาด งานก็หายหมด ไม่มีเงินมาจุนเจือครอบครัว ยอมรับว่ากำลังจะไปหา เงินให้ภรรยา แต่ไม่คิดว่า ภรรยากจะน้อยใจถึงขนาดต้อง ฆ่าตัวตาย  

จากนั้น ชาวบ้านและหน่วยกู้ภัยได้ นำร่างของ น.ส.สมคิด  ลงจากต้นราวกิ่งไม้ เพื่อให้แพทย์จากโรงพยาบาลขุขันธ์ เข้าชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ซึ่งสามี และญาติ ไม่ติดใจสาเหตุ การตายของ ภรรยา จึงได้รับศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ศรีสะเกษ เร่งเก็บพริกขาย ราคาดี เกษตรกรยิ้มออก

วันนี้ (29 ม.ค. 64) ที่ สวนพริกของเกษตรกรในเขตตำบลบุสูง อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการระดมแรงงานมาช่วยกันเร่งเก็บพริกทั้งพริกสดแดงและพริกที่เริ่มสุกยังเขียวอยู่ เพื่อเร่งส่งตลาดให้ทันราคา หากเป็นพริกเขียวแก่ พริกแดง จะขายได้ในราคากิโลกรัมละ 125 บาท แต่หากเป็นพริกเขียวอ่อน ก็จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 – 35 บาท

นาย บุญฮู บุพบุญ อายุ 61 ปี เจ้าของสวนพริกแจ้งว่า ได้แรงงานจากหมู่บ้านต่างๆ มารับจ้างเก็บพริก โดยค่าจ้างกิโลกรัมละ 7 บาท หากเก็บพริกแดงสดหรือกำลังสุกหามๆ ขายได้กิโลกรัมละ 125 บาท ปีนี้เกษตรกรปลูกพริกน้อย

เนื่องจากปีที่แล้วประสบปัญหาราคาถูก เกษตรกรบางส่วนงดการปลูก ประกอบกับปลูกยากเนื่องจากมีฝนในช่วงต้นปี พริกที่ปลูกได้ก็ได้น้อยกว่าปีที่แล้วในอัตราต่อไร่ จึงปลูกกันน้อย ทำให้ราคาดี เกษตรกรที่ปลูกพริกปีนี้เลยยิ้มออกกันได้บ้าง ถือว่าเกษตรกรโชคดี

ตร.ศรีสะเกษ รณรงค์ “1 อำเภอ 1 เซฟตี้โซน”

ตำรวจศรีสะเกษ รณรงค์ป้องกันการเกิดอาชญากรรมในที่ชุมชน ในโครงการ “1 อำเภอ 1 เซฟตี้โซน” เป็นการลดและปราบปรามการกระทำผิดต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน โดยใช้หลักฐานจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)

วันนี้ (29 ม.ค. 64) ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ พันตำรวจเอก หัสพงศ์ เติมศิริตังคโนบล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ,พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ร่วมกับ สำนักงานป้องกันบรรเทาและสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ, เทศบาลเมืองศรีสะเกษ, โรงพยาบาลศรีสะเกษ และมูลนิธิกู้ภัยสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน  ร่วมกันรณรงค์ตามโครงการ “1 อำเภอ 1 เซฟตี้โซน” ภารกิจในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

โดยใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ และของประชาชน เพื่อที่จะสามารถนำมาในการสืบสวนจับกุมหรือรู้ตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว และเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จะทำให้มีความโปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากมีเหตุเกิดขึ้นและจับกุมได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นนี้ จะเป็นสิ่งที่บ่งชี้ให้เห็นว่าในพื้นที่นี้อาชญากรรมจะลดลงได้ในที่สุด

ทั้งนี้ การจัดทำโครงการ 1 อำเภอ 1 เซฟตี้โซน (ONE DISTRICT,  ONE SAFETY  ZONE หรือ 1-DOSZ ) เพื่อลดและป้องกันปราบปรามการกระทำผิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน  เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ เป็นการแสวงหาความร่วมมือจากส่วนราชการ ภาคเอกชนให้มีส่วนร่วม ในการป้องกันอาชญากรรม พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่น ศรัทราในเรื่องความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีในภายหลัง โดยใช้หลักฐานจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)

(คลิป) จับเซียนโบกวัย 70 พร้อมของกลางเงินสด 60 บาท

จับเซียนโบกวัย 70 ของกลางเงินสด 60 บาท

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอภูสิงห์ ร่วมกับตำรวจ ทหาร วิ่งไล่จับคุณยายล้อมวงเล่นเบี้ยโบกไม่สน พรก. รวบมาได้ 10 คน วิ่งหนีไปจำนวนหนึ่ง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ใต้ต้นมะม่วงด้านหลังกระท่อมปลายนา นอกหมู่บ้าน ด้านทิศตะวันตกบ้านลุมพุกพัฒนา หมู่ 11 ตำบลโคกตาล อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

นายสรศิริ จันดีบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคงอำเภอภูสิงห์ นำกำลัง อาสารักษาดินแดนอำเภอภูสิงห์ สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ ทหารชุดปฏิบัติการข่าวหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี เข้าจับกุมกลุ่มนักพนัน ที่ลักลอบเล่นการพนันเบี้ยโบก

ขณะที่เจ้าหน้าที่ไปถึงนักพนันกำลังเล่นกันอยู่อย่างเมามัน เมื่อเซียนพนันเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ได้พากันวิ่งหนีลงทุ่งนาลุยน้ำหนีหายไปหลายคน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ 10 คนเป็นผู้หญิงอยู่ในวัยชราอายุ 70 ปีขึ้นไปทั้งหมด พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์การเล่นเบี้ยโบก 1 ชุด เงินสด 60 บาท

สืบเนื่องจากก่อนหน้านั้น นายอรรถพล อรรคบุตร นายอำเภอภูสิงห์ ได้รับรายงานจากสายลับว่า มีการลักลอบมั่วสุมเล่นการพนันเบี้ยโบกกันแบบไม่สนใจ พรก.ฉุกเฉินฯ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าฝ่ายปกครองสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานข้างเคียง เข้าจับกุมดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาว่า ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (เบี้ยโบก) พนันเอาทรัพย์สินโดยผิดกฎหมายและมั่วสุมฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ป้าวัย 47 ร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกยึดเงินจ้างกรีดยางเป็นของกลาง

 

ชาวบ้านเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม หลังถูกตำรวจยึดเงินที่ได้จากทำงานรับจ้างมาอย่างถูกต้อง ไปเป็นของกลางขณะมาตรวจค้นที่บ้านในคดียาเสพติด พอไปทวงถามเจ้าหน้าที่ก็ไม่คืนให้  

 


*****เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสมบัติ สาระพงษ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านบ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 9 ตำบลห้วยติ๊กชู อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมสามี และญาติพี่น้อง เดินทางมาศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อมาร้องทุกขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ หลังเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2564 ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เข้าไปตรวจค้นเพื่อหาของกลางในคดียาเสพติดที่ลูกชายถูกจับ และได้ยึดเงินของเธอที่ทำงานรับจ้างกรีดยางพาราเก็บสะสมไว้เอาไปหมด โดยมี ร้อยตำรวจโท ณพัฒน์ สิทธิเสือ รองสารวัตรกลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ รับเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้

 


*****นางสมบัติ สาระพงษ์  เปิดเผยว่า  ในเรื่องคดียาเสพติดที่ลูกชายตนถูกจับนั้นตนไม่ติดใจอะไร ที่ติดใจก็เรื่องเงินที่ตำรวจเจอขณะเข้าไปตรวจค้นที่บ้านของตน ซึ่งเงินนั้นอยู่ในกระเป๋ากางเกงของตน และก็เป็นเงินที่ตนไปรับจ้างทำงานกรีดยางพารา ขายยางได้เงินมา ซึ่งเงินนี้ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด พอตนไปถามเอาเงินกับเจ้าหน้าที่ เขาก็บอกว่าเงินดังกล่าวเป็นของกลาง ที่มีคนแจ้งว่าลูกชายของตนไปขโมยเงินที่ร้านขายของมา แล้วเอามาเก็บไว้กับแม่ ซึ่งตนไปถามลูกชายก็ยืนยันว่าไม่ได้ไปขโมยเงินอะไรของใครมา  พอถามถึงหลักฐานว่าเอาหลักฐานไหนมาว่าเงินนี้เป็นเงินที่ขโมยมา  เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ตอบอะไร  ตนกลัวว่าเงินของตนจะกลายเป็นเงินของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่ถูกต้อง ประกอบกับช่วงนี้สถานการณ์โรคโควิด19 กำลังระบาดหนัก การทำมาหากินหาเงินมาใช้ในชีวิตประจำวันก็ลำบากแล้ว ยังมาถูกตำรวจยึดเอาเงินที่ตนทำงานรับจ้างมาอย่างถูกกฎหมายไปอีก ตนเลยเดินทางมาขอความเป็นธรรม ร้องทุกข์ กับศูนย์ดำรงธรรม ให้ช่วยในปัญหาครั้งนี้

 


*****ด้าน ร้อยตำรวจโท ณพัฒน์ สิทธิเสือ รองสารวัตรกลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า  จากการฟังเรื่องราวแล้วถ้าเป็นของกลางจริงเงินก็ไม่ไปไหนอยู่แล้ว แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบระยะหนึ่ง ขอให้ทางผู้ร้องสบายใจได้ถ้าคิดว่าเป็นเงินที่ได้มาอย่างถูกต้อง ซึ่งตนจะช่วยติดตามสอบถามให้ แล้วจะแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดอย่างชัดเจนในวันพรุ่งนี้.

โผล่อีกรายที่ศรีสะเกษ!! เรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุ

วันนี้ ( 28 ม.ค. 64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติผู้สูงอายุรายหนึ่งได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนให้เข้าช่วยเหลือ กรณีถูก เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม เรียกเงินคืนจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นเงินกว่า 45,000 บาท ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

นางรุ่งฤดี สมนา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 11 ต.ทุ่ม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เล่าว่า เมื่อ 5 ปีก่อน นายสุพี จันผิว หรือ พลทหารสุพี จันผิว พ่อของตน มีอายุในตอนนั้น 60 ปี พอดี จึงได้ไปขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

โดยตนก็กรอกเอกสาร ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น และไม่มีเจ้าหน้าที่ใดๆ มาให้คำแนะนำ หรือ ขั้นตอนการกรอกเอกสาร จากนั้น ทางผู้ใหญ่บ้านก็ นำเอกสารของพ่อ ไปขึ้นทะเบียนที่ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม

ซึ่งก็ไม่มีการโต้แย้ง หรือ แจ้งข้อมูลกลับมาในช่วงเวลานั้น จนกระทั่ง พ่อได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นรายเดือน เดือนละ 800 บาท ระยะเวลาผ่านมากว่า 5 ปี ก็มีหนังสือจาก สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตอุบลราชธานี ส่งหนังสือให้ไป ญาติ ไปขอยกเลิกเบี้ยยังชีพ เพราะมีการรับเงินซ้ำซ้อนกัน

นางรุ่งฤดี จึงเดินทางไปติดต่อสอบถามที่ อบต.ทุ่ม จึงทราบว่า ต้องคืนเงินทั้งหมดที่รับไปเป็นเบี้ยยังชีพ กว่า 50,000 บาท ตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา เพราะเป็นการรับเงินที่ซ้ำซ้อนกัน จึงทำให้ตนต้องขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไข เพราะครอบครัวในขณะนี้ ไม่สามารถหาเงินมาคืนได้อย่างแน่นอน รวมทั้งเงินเบี้ยยังชีพ ก็ให้พ่อ ใช้ไปในแต่ละเดือน

จึงทำให้เป็นหนี้โดยที่ไม่ทราบมาก่อน โดยสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ อบต.ทุ่ม ได้นัดหมายให้ตน และพ่อ ไปเซ็นเอกสารการเป็นหนี้ และชดใช้เงิน จึงอยากขอความเป็นธรรมกับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้ด้วย

 

ผลตรวจโควิด ชาวบ้าน อ.วังหิน เป็นลบ

19.55 น. มีรายงานว่า ผลตรวจหาเชื้อโควิด19 ชาวบ้าน ใน ต.ธาตุ อ.วังหิน เป็นลบ โดยยังอยู่ในกระบวนการเฝ้าระวัง และกักตัวเพื่อเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ศรีสะเกษ สนธิกำลังจับขบวนการค้ายาเสพติด

ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจภูธร ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 และฝ่ายปกครองอำเภอกันทรลักษ์ จับกุมกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ได้ของกลางทั้งยาบ้าและไอซ์  

*****เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 21.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทางหลวงหมายเลข 24 ถนนสายโชคชัย-เดชอุดม กิโลเมตรที่ 329 เขตท้องที่ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พันตำรวจตรี ทวี คำแพง ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 224 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าวศูนย์ปราบปรามยาเสพติดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22, เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 กองกำลังสุรนารี, เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) กองบัญชาการสอบสวนกลาง, เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรไพร ร่วมกันตรวจยึดยาบ้า 9 มัด ประมาณ 18,000 เม็ด ซึ่งกลุ่มขบวนการค้ายาบ้าได้นำมาวางไว้ที่ใกล้หลักกิโลเมตร

*****ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผล เข้าจับกุมนายวิสันต์ หรือต้วย อาจทวีกุล อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 11 ตำบลหนองหัวแรต อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา และนายเอกภพ หรือต้น จุลหอม อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 บ้านหนองตาสา หมู่ 14 ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ  ขณะที่ทั้งสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟไอ สีชมพู ทะเบียน 2 กก 810 นครราชสีมา เข้าไปเก็บยาบ้า จำนวน 10  มัด (ประมาณ 20,000 เม็ด) ยาไอซ์ 1 ถุงน้ำหนัก 99.77 กรัม ที่มีนักบินหรือคนส่งของนำไปวางไว้โคนเสาป้ายบอกทางใกล้ปั้มแก๊ส ถนนสายกันทรลักษ์-วารินชำราบ ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์

*****สืบเนื่องจากก่อนหน้านั้น พันตำรวจตรี ทวี คำแพง ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 224 ได้รับรายงานจากสายลับว่า จะมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาบ้ามาส่งมอบกันที่บริเวณดังกล่าว จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าซุ่มใกล้บริเวณที่ได้รับแจ้งจนกระทั่งจับกุมได้ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนขยายผลติดตามจับกุมกลุ่มเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังนำมาดำเนินคดี  

 *****จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองคน ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้มาเก็บยาบ้าที่ใกล้เสาป้ายบอกทางบริเวณดังกล่าวโดยได้ค่าจ้างคนละ 2,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ผู้ถูกกล่าวหา ยิงหนุ่ม 18 ปีดับ ดอดเข้ามอบตัว

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายธนาเทพ เถาว์ทุมมา หรือ โก้ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 ต.หนองหัวช้าง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ. นิลกาฬ พรศักดิ์ ผกก.สภ.กันทรารมย์ หลังถูกกดดันจากตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องสงสัยยิง นายพรรษชล เชียงกา อายุ 18 ปีอยู่บ้านเลขที่ 326 บ้านโพนเมือง หมู่ 8 ต.โนนกาเล็น อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี ถูกเข้าศรีษะด้านหลังอาการสาหัส จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา หลังจากผู้ถูกกล่าวหา ได้เดินทางมามอบตัวกับ ผู้กำกับการสภ.กันทรารมย์

นายธนาเทพ ไม่ขอให้การใดๆ กับพนักงานสอบสวน แต่อย่างใด เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2564 บ้านบกขี้ยาง ต.หนองหัวช้าง อ.กันทรารมย์ ในงานผูกแขนบายศรีสู่ขวัญ คนที่จะไปเกณฑ์ทหารโดยมีการเลี้ยงอาหาร และเล่นดนตรีอีเล็กโทน จนกระทั่งบ่ายสองโมงกว่าก็เลิกเล่นดนตรี ผู้ร่วมงานก็ได้ทยอยเดินทางกลับ ขณะนั้น ได้มีวัยรุ่นเกิดทะเลาะวิวาทกันเล็กน้อย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ผู้เสียชีวิตได้ขับขี่จักรยานยนต์กลับบ้านที่อยู่ฝั่งทาง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี โดยจุดเกิดเหตุที่ถูกลอบยิงเป็นพื้นที่ป่าอยู่ห่างไปจากบ้านงานประมาณ 1 กม.และอีก 2 กม.ก็จะถึงบ้านของผู้เสียชีวิต แต่ถูกซุ่มยิงก่อน

พ.ต.อ. นิลกาฬ พรศักดิ์ ผกก.สภ.กันทรารมย์ เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ด้วยตัวเอง และส่งชุดสืบสวน สภ.กันทรารมย์ ร่วมกับชุดสืบสวน ภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เข้าร่วมทำงานด้วยกัน จนกระทั่งสอบสวนพยานแวดล้อม หลายปาก รวมทั้งเพื่อนของ นายธนาเทพ หรือ โก้ มีหลักฐานและประจักพยานเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยได้กดดันผู้ถูกกล่าวหา ให้เข้ามอบตัวก่อนที่จะมีการออกหมายจับ

โดยตำรวจพบ ปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ซึ่งห่างจากจุดที่ นายพรรษชล ถูกยิง 64 เมตร จากคำให้การของพยานพบว่าได้เดินมารอผู้ตาย บริเวณทางกลับบ้านก่อนจะพบว่า กลุ่มของนายพรรษชล ขับขี่รถจักรยานยนต์มา และใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงไปยังกลุ่มของนายพรรษชล 2 นัด จนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ดังกล่าว

ผกก.สภ.กันทรารมย์ ยืนยันว่า พนักงานสอบสวน มีหลักฐานชัดเจน และเชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหา เป็นคนก่อเหตุ และเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

พ่อเมืองแม่เมืองศรีสะเกษมอบกระเช้าความสุข ครบรอบวันเกิดประธานสภาวัฒนธรรม

วันนี้ (26 ม.ค. 64) ที่ลานโคปุระ ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เกาะห้วยน้ำคำ อ.เมืองศรีสะเกษ ภายหลังกิจกรรมศรีสะเกษพร้อมใจ นุ่งผ้าไทยใส่บาตร ทำความดี วิถีพอเพียง

พ่อเมืองศรีสะเกษ วัฒนา พุฒิชาติ จูงมือแม่เมือง มัลลิกา พุฒิชาติ ร่วมมอบกระเช้า OTOP ของดีศรีสะเกษ ส่งความสุขครบรอบวันเกิด 73 ปี ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ วิทยา วิรารัตน์ ขอให้สุขภาพแข็งแรงและเป็นเสาหลักในการร่วมพัฒนาให้ศรีสะเกษอยู่ดีมีแฮง และร่มเย็นเป็นสุขร่วมกันตลอดไป