ศรีสะเกษเชิญสัมผัส “ตลาดนัดวัฒนธรรมวัดไพรพัฒนา” แหล่งแลกเปลี่ยนสิ้นค้าพื้นถิ่นกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน

นายสมยศ พันธ์มา เลขาธิการมูลนิธิหลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา เปิดเผยว่า ตลาดนัดวัฒนธรรม วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ชายแดนไทย – กัมพูชา มูลนิธิหลวงปู่สรวง โดยพระครูโกศล สิกขกิจ เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา และประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ได้จัดให้มีตลาดนัดสินค้า อุปโภค – บริโภค พืชผลทางการเกษตร ทุกวันศุกร์ และวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น จนถึงเวลา 20.00 น. มีร้านค้ามาจำหน่ายสินค้ามากกว่า 300 ร้าน

การเปิดตลาดนัดวัฒนธรรม วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ชายแดนไทย – กัมพูชา มีวัตถุประสงค์จะให้พี่น้องที่อาศัยตามแนวชายแดนได้มีรายได้ นอกเหนือจากการทำนา ทำสวน ทำไร่กัน เพราะจากสถานการณ์โควิดระบาด ทำให้พี่น้องประชาชน ลูกหลานตกงานพากันกลับมาอยู่บ้าน ไม่มีงานทำ ขาดรายได้กันพอสมควร การเปิดตลาดของมูลนิธิก็เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะให้ผู้ซื้อ กับผู้ขายมาเจอกัน

อาหารก็จะมีทั้งพืชผักพื้นบ้านชายแดนที่ชาวบ้านปลูกกันได้ อาหารปรุงสำเร็จ ผลไม้นานาชนิด ทั้งของพื้นบ้าน และจากส่วนกลางกรุงเทพฯ รวมทั้งอาหารทะเลสดๆ กุ้งหอยปูปลาทะเล มีจำหน่ายกันสดๆ เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของพี่น้องตามแนวชายแดน โภชนาการจะได้ครบหมู่ขึ้น

ขณะเดียวกัน ช่วงระยะ 2 – 3 วันมานี้ ได้มีอากาศหนาวเย็นแผ่ปกคลุมมาแถบชายแดน ชาวบ้านก็มาหาซื้อเสื้อผ้าห่มกันหนาวมือสอง มือหนึ่ง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายดีกันเพิ่มขึ้น ตลาดก็จะเปิดเฉพาะวันศุกร์ และวันเสาร์ จาก สิบโมงเช้า ถึงราวๆ 20.00 น. ก็อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยว นักช็อปมาเที่ยวชมสินค้าชายแดนกันได้

หนุ่มใหญ่หายจากบ้าน​ 3 วัน​ พบอีกทีเป็นศพอยู่ข้างทาง

หนุ่มใหญ่หายจากบ้านไป 3 วัน พบเป็นศพนอนเสียชีวิตอยู่ในป่าข้างทาง ตำรวจคาดว่าขับขี่จักรยานยนต์มาเร็วแล้วเสียหลักลงข้างทาง ญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต

*เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอก อัทธชนม์ ช่วงงาม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย พันตำรวจโท ณฐพงศ์ แก้วเหลา รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ร้อยตำรวจเอก วีรวิชญ์ ศรีโพนดวน รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ พร้อมด้วยชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดศรีสะเกษ นายแพทย์อังกูร แก่นจำปา แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศรีสะเกษหน่วยกู้ภัยสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน ร่วมกันออกตรวจที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่า มีคนพบผู้เสียชีวิตที่ถนนระหว่างบ้านหนองครก-อำเภอเมืองศรีสะเกษกับบ้านปะหละ อำเภออุทุมพรพิสัย ห่างจากบ้านกลาง หมู่ 3 ตำบลหมากเขียบประมาณ 800 เมตร ที่ข้างทางซึ่งเป็นป่าหญ้ารกทึบ พบผู้เสียชีวิตเป็นชายทราบชื่อต่อมาคือนายแสวง ชนะพจน์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 3 ตำบลหนองครก อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นอนเสียชีวิตอยู่ข้างจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำทะเบียน 1 กญ 163 ศรีสะเกษ

*นายประเสริฐ จันทจิตต์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 3 ตำบลหมากเขียบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ผู้พบศพคนแรก ให้การกับตำรวจว่า ก่อนหน้านั้น ตนได้นำวัวไปเลี้ยงที่กลางทุ่งนา หลังจากผูกวัวล่ามให้กินหญ้าเสร็จแล้วก็เดินกลับบ้าน ผ่านบริเวณนี้ได้กลิ่นเหม็นเน่า จึงได้เดินหาพบว่ามีจักรยานยนต์ล้มอยู่ในป่า มีคนนอนอยู่ข้างจักรยานยนต์ด้วย ตนเห็นแล้วก็ตกใจจึงวิ่งไปบอกคนในหมู่บ้านให้ช่วยโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

*นางรุณนี บุญอ้อม ภรรยาของนายแสวงผู้ตายได้มาดูศพหลังจากได้รับแจ้ง ให้การกับตำรวจว่า เป็นนายแสวงสามีของตนจริงๆ ซึ่งผู้ตายได้หายออกจากบ้านไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 16.00 น.เศษ บอกว่าจะไปหารถเกี่ยวข้าวเมื่อหารถเกี่ยวไม่ได้ผู้ตายได้ไปบ้านเพื่อนที่ฝั่งอำเภออุทุมพรพิสัยซึ่งเป็นเขตติดต่อกัน จนกระทั่งทุ่มกว่า เพื่อนได้โทรศัพท์มาบอกว่าสามีมาเที่ยวที่บ้านทางเพื่อนได้ให้เหล้ามา 1 ขวดให้มากินอยู่บ้าน เพราะถ้ากินอยู่ที่บ้านเพื่อนเมาแล้วขี่จักรยานยนต์กลับจะอันตราย จนกระทั่งเช้าสามีก็ยังกลับไม่ถึงบ้าน จึงโทรไปบ้านเพื่อนว่าสามียังไม่ถึงบ้านก็ได้ช่วยกันออกตามหาสองวันมาแล้วก็ไม่พบจนได้รับแจ้งว่าสามีเสียชีวิตอยู่ข้างทาง ซึ่งเชื่อว่าสามีขี่จักรยานยนต์มาด้วยความเร็วแล้วเกิดอุบัติเหตุรถแฉลบออกข้างทางจนเสียชีวิต ตนไม่คิดว่าจะมีใครมาทำร้ายหรือฆ่าสามี น่าจะเป็นอุบัติเหตุ

*พันตำรวจโท ณฐพงศ์ แก้วเหลา รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า สภาพศพไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย ดูจากถนนและพื้นที่พบศพแล้ว มีรอยจักรยานยนต์แฉลบออกข้างทางมาเป็นระยะทางยาวจึงสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะอยู่ในอาการมึนเมาแล้วขับขี่จักรยานยนต์มาด้วยความเร็วและเสียหลักลงข้างทางจนเสียชีวิต ซึ่งญาติไม่ได้ติดใจในการเสียชีวิตจึงได้มอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไปแล้ว.

สลด!! พระวิ่งให้รถไฟชน

วันนี้ (24 พ.ย. 63) เมื่อเวลา 10.29 น. ร.ต.อ.มงคล พิลัย ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจากนายสถานีรถไฟศรีสะเกษ ว่า มีเหตุขบวนรถไฟ ที่ 146 วิ่งรับส่งผู้โดยสารมาจากสถานีอุบลราชธานี เพื่อที่จะไปส่งผู้โดยสารปลายทางสถานีกรุงเทพมหานคร

เมื่อรถไฟแล่นมาถึงสถานีศรีสะเกษ ขณะที่ขบวนรถไฟกำลังเคลื่อนเข้าสู่ชานชลา จู่ๆ ก็มีพระภิกษุรูปหนึ่งกระโดดลงไปในร่องรางรถไฟรางที่ 1 ลงไปยืนกางแขนออก และนอนลงไปกับรางรถไฟ อยู่ด้านหน้ารถไฟในระยะกระชั้นชิด เป็นเหตุให้พนักงานควบคุมรถไฟไม่สามารถที่จะเบรกได้ทัน จึงเหยียบเข้าไปที่ร่างของพระภิกษุ รูปดังกล่าว มรณภาพ

ภายหลังเมื่อรับแจ้งเหตุเจ้าที่ตำรวจได้รุดไปตรวจสอบยังสถานีรถไฟทันที เมื่อเดินทางไปถึงพบขบวนรถไฟ ขบวนที่ 146 จอดอยู่บน ชานชาลารางที่หนึ่ง ติดกับฟุตพาทของสถานี จากการตรวจสอบ ทราบชื่อภายหลัง พระสมพงษ์ บุญธง อายุ 55 ปี มีที่อยู่ตามใบสุทธิ บ้านเลขที่ 121 หมู่ที่ 2 ต.ห้วยติ๊กชู อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เสียชีวิตคาที่ เลือดไหลนองเต็มรางรถไฟ ศรีษะขาดออกตกอยู่ตรงรางรถไฟตรงกลาง

ตำรวจได้ประสานหน่วยกู้ภัยมูนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน และหน่วยแพทย์ EMS โรงพยาบาลศรีสะเกษ เข้าช่วยมาตรวจสอบง พร้อมด้วยขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดของ สถานีรถไฟเพื่อประกอบหลักฐานในการสอบสวนการเกิดเหตุตามกฏหมายต่อไป


ด้าน นายธนชัย ทองลอง พนักงานคุมประแจสถานีรถไฟศรีสะเกษ เล่าภาพเหตุการให้ฟังว่า ขณะที่ขบวนรถไฟกำลังเคลื่อนเข้าสถานี ขณะนั้นเองก็ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่ง กระโดดลงไปในรางรถไฟ พร้อมกับนั่งลงด้านหน้าขบวนรถไฟที่กำลังเคลื่อนมาในระยะกระชั้นชิด ทุกคนที่มองเห็นต่างตกตะลึงและเข้าไปช่วยเหลือไม่ทัน จากนั้นขบวนรถไฟได้หยุด จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ พร้อมเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบหลักฐานภาพเหตุการณ์จริงต่อไป

https://youtu.be/3zB7EhnZ_m0

ศรีสะเกษ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพ่อหลวง ร.9

องค์กรภาคเอกชนจังหวัดศรีสะเกษ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความสิริมงคลแก่ประเทศและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าเนื่องในโอกาสวันชาติจนถึง 5 ธันวาคมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์พ่อหลวง ร.9

วันนี้ (24 พ.ย. 63) นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประธานประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความสิริมงคลแก่ประเทศ และ ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า  เนื่องในโอกาสวันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ  5 ธันวาคม 2563 เป็นการแสดงความจงรักภักดีและต่างน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยมีพระมหาสิงโห ปุณฺณเมโธ รักษาการเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  ร่วมเจริญพุทธมนต์กับองค์กรภาคเอกชน ได้แก่ หอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ พุทธสมาคมจังหวัดศรีสะเกษ ชมรมคนรักในหลวงจังหวัดศรีสะเกษ ประธานชมรมครูประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ  พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร ครู โรงเรียนวัดมหาพุทธาราม ผู้นำชุมชนและประชาชนร่วมในพิธี  

นายวิทยา กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และ โรคระบาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้คนภายในประเทศเกิดความขัดแย้งทางความคิด  มีความแตกแยกในสังคม ขณะที่สังคมส่วนใหญ่ในประเทศนับถือพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมติมหาเถรสมาคม จึงเห็นควรให้นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา มาเป็นกรอบแนวคิดในการดำรงชีวิตอย่างมีสติ  เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี  

ศรีสะเกษ วิ่งการกุศลขอพรหลวงปู่สรวง ชมผาพญากูปรี

สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับมูลนิธิหลวงปู่สรวง จัดวิ่งนมัสการหลวงปู่สรวง เที่ยวผาพญากูปรี ในวันหยุดยาว ชมชิมช็อปตลาดอาเซียน ร่วมเฉลิมฉลอง 238 ปีศรีสะเกษ พร้อมไหว้ขอพรลอดโลงศพหลวงปู่สรวง

วันนี้ (21 พ.ย. 63) ที่ ตลาดนัดวัฒนธรรมวัดไพรพัฒนา (ตลาดอาเซียน) ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ มูลนิธิหลวงปู่สรวง โดย พระครูโกศล สิกขกิจ หรือ หลวงพ่อพุฒิ วายาโม ประธานมูลนิธิและเจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ร่วมกับ สำนักงานสาธารรสุขจังหวัดศรีสะเกษ โดย นายพิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกันจัดงาน “วิ่งนมัสการหลวงปู่สรวง” เพื่อการกุศล ร่วมเฉลิมฉลอง 238 ปี จ.ศรีสะเกษ

โดยได้มีการปล่อยตัว แบ่งระยะการวิ่งออกเป็น ระยะ 5.5 กิโลเมตร, ระยะ 10 กิโลเมตร และระยะ 23.2 กิโลเมตร ชาย – หญิง ชิงถ้วยและเหรียญรางวัลหลวงปู่สรวง โดยเฉพาะที่จุดกลับตัว ที่หน้าผาพญากูปรี สถานที่ท่องเที่ยว ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งช่วงเช้าๆ จะมีหมอกลอยขึ้นมาจากอ่างเก็บน้ำคลองธรรมชาติที่อยู่ด้านล่าง บรรยากาศสวยงาม มีรูปปั่นของกูปรี สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายวัว แต่เป็นวัวป่า หาดูได้ยาก ตั้งไว้ให้คนได้รู้จัก สัตว์ป่าที่ ชื่อ กูปรี จัดภูมิทัศน์สวนหิน 3 ล้านปี ไว้ที่ตรงหน้าผาอย่างสวยงดงาม มีนักวิ่งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่มาอาศัยทำงานในประเทศไทย ที่มีวันหยุดยาวช่วงนี้ 4 วันติดต่อกัน มาร่วมวิ่งกว่า 3 พันคน

ภายหลังจากที่การวิ่งจบลง นักวิ่ง นักท่องเที่ยว ต่างขึ้นรถ มินิบัสของทางมูลนิธิหลวงปู่สรวง ที่ได้นำมาให้บริการฟรี นำคณะนักวิ่งที่ประสงค์จะเดินทางไปกราบไหว้ขอพรหลวงปู่สรวง ยังมณฑปหลวงปู่สรวง ภายในวัดไพรพัฒนา เพื่อมากราบขอพรองค์หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ที่ท่านละสังขารไปนาน 20 ปีแล้ว แต่สรีระสังขารยังคงอยู่ในโลง เพื่อขอพรหลวงปู่สรวงกันเป็นจำนวนมาก ก่อนเดินทางกลับด้วย

ร้อยดวงใจจากภูมิปัญญาสู่ผืนผ้าศรีสะเกษ

ชาวศรีสะเกษร้อยดวงใจจากภูมิปัญญาสู่ผืนผ้าศรีสะเกษเฉลิมฉลอง 238 ปีการจัดตั้งเมืองศรีสะเกษ

วันนี้ (20 พ.ย.63) ที่บริเวณลานโคปุระ เกาะห้วยน้ำคำ สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา อำเภอเมืองศรีสะเกษ นายสุทธิพงษ์  จุลเจริญ  อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ได้เป็นประธาน แสดงผ้าพื้นถิ่นอัตลักษณ์ศรีสะเกษ จากทั้ง 22 อำเภอ ซึ่งได้นำมาเย็บต่อรวมกันยาวถึง 238 เมตร ซึ่งหมายถึงการร้อยดวงใจ จากภูมิปัญญาสู่ผืนผ้าชาวศรีสะเกษ  เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 238 ปีการจัดตั้งศรีสะเกษ

                                          

โดยนายวัฒนา พุฒิชาติ  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน และ ภาคประชาชน ร่วมกันจัดงานเป็นครั้งแรก  เพื่อประกาศเชิดชูบรรพบุรุษผู้สร้างบ้านแปลงเมืองครบ 238 ปี การจัดตั้งเมืองศรีสะเกษ แสดงออกถึงความตระหนัก และ ความภาคภูมิในประวัติศาสตร์อันเจริญรุ่งเรืองของเมืองศรีสะเกษ อีกทั้งเสริมสร้างความรักความสามัคคี ตลอดจนร่วมสืบสานรักษา และ ต่อยอดมรดกภูมิปัญญาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้วย

โดยผืนผ้ายาวทั้งหมด  238 เมตร จาก  22  อำเภอที่นำมาเย็บต่อรวมกัน เป็นการผสมผสานวิถีและอัตลักษณ์ของคน 4 เผ่า คือ เผ่าเยอ เผ่าส่วย เผ่าลาวและเผ่าเขมร ซึ่งมีภาษาที่แตกต่างกัน แต่อยู่อาศัยอย่างมีความสุข  เพราะความรักความสามัคคี และ เทิดทูนเคารพสถาบันชาติ  ศาสนา พระมหากษัตริย์  อีกทั้งทุกเผ่าต่างได้สืบสานรักษา และ ต่อยอดมรดกภูมิปัญญาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาโดยตลอด 

จนสามารถพัฒนาผืนผ้ามาเป็นผืนผ้าธานี “ เบญจศรี” หรือ ผ้า 5 สี ได้แก่ สีมะเกลือ สีมะดัน สีลำดวน สีลาวา และ สีกุลา พร้อมการปักลวดลายอย่างสวยงาม หรือ เรียกว่าการแส่วผ้า ที่เป็นลายเฉพาะประจำถิ่นศรีสะเกษ            

จากนั้น อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน และ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมคณะได้ร่วมกันกรอผ้าทั้งหมดซึ่งมีความยาว 238 เมตร เพื่อม้วนเก็บรวมกันก่อนส่งมอบให้กับผู้แทนมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษได้เก็บรักษาและใช้สืบค้นทางวิชาการต่อไป

ผู้สนใจสามารถมาเที่ยวงาน และ เลือกซื้อผ้าพื้นถิ่นของแต่ละเผ่าได้จนถึงวันที่  22 พฤศจิกายน 2563  ณ บริเวณลานโคปุระ เกาะห้วยน้ำคำ สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา อำเภอเมืองศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ บวงสรวงทั่วจังหวัดเฉลิมฉลอง 238 ปี

ศรีสะเกษ ประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์จัดงานเฉลิมฉลอง 238 ปี     

วันนี้ (18 พ.ย. 63) นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนางมัลลิกา  พุฒิชาติ  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ และ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขออนุญาตจัดงานเฉลิมฉลอง 238 ปีการจัดตั้งเมืองศรีสะเกษ  โดยได้บวงสรวงที่ศาลพระภูมิจวนผู้ว่าราชการจังหวัดแล ะศาลหลักเมืองศรีสะเกษ       

การประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์จัดงานเฉลิมฉลอง 238 ปี  กำหนดประกอบพิธีพร้อมกันในเวลา 09.09 น. ทั้งหมด  9  แห่ง  รวมทั้งทุกอำเภอใน 22 อำเภอด้วย  ประกอบด้วย ศาลพระภูมิจวนผู้ว่าราชการ , ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ , พระบรมราชานุสาวรีย์  รัชกาลที่ 5  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธาน ,หลวงพ่อโต วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน,

พระพ่อเมือง แม่เมือง  รองผู้อำนวยการกองการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธาน, ต้นโพธิ์หน้าศาลากลางจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธาน, ศาลเจ้าปู่ตาหน้าโรงเรียนวัดหลวง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน , แม่ศรีสระเกษ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษเป็นประธาน , ศาลเจ้ามูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธาน และศาลหลักเมืองหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในทุกอำเภอโดยมีนายอำเภอเป็นประธาน               

เพื่อขออันเชิญดวงพระวิญญาณ บูรพามหากษัตราริราชเจ้า ทุกพระองค์ พร้อมทั้งเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสถิตในพื้นที่แห่งนี้ และ ขอน้อมนมัสการดวงวิญญาณบรรพบุรุษผู้สร้างบ้านแปงเมือง ขออานุภาพแห่งสัพพะเทวา จงกำจัดอุปสรรค ปัดป้องผองเหตุเภทภัย อุปัทวะอันตรายทั้งปวง อย่ามีมาแผ้วพาน ขอบเขตสถาน จังหวัดศรีสะเกษ 

ขอเดชบารมีแห่งเทพทวา จงคุ้มครองป้องกันให้การจัดงานเฉลิมฉลอง 238 ปี ระหว่างวันที่ 18 – 22 พฤศจิกายนนี้  ณ ลานโคปุระ เกาะห้วยน้ำคำ สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา อำเภอเมืองศรีสะเกษ และบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ขอให้การจัดงานประผลสำเร็จพร้อมความภาคภูมิใจของชาวศรีสะเกษทุกคน

ฝันขายข้าว 16​ ตัน​ ดีใจซื้อหวยถูกรางวัลรับ​ 12​ ล้า

ศรีสะเกษ เศรษฐีใหม่ ถูกลอตเตอรี่ 2 ใบ 12 ล้านบาท จากการที่ภรรยาฝันว่านายก อบต. มาหา เพื่อมาตรวจข้าวได้ 16 ตัน บอกสามีซื้อเลขกลับถูกเต็มๆ ชาวบ้านแห่แสดงความยินดีเฮกันทั้งหมู่บ้านโนนใหญ่

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ที่ เลขที่ 154 บ้านโนนใหญ่ หมู่ที่ 5 ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านที่ได้รับทราบข่าวว่าสองสามี-ภรรยา นายสุพิศ ศิลาโชติ อายุ 56 ปี และ นางประไพ ศิลาโชติ อายุ 53 ปี ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ

ต่างเดินทางมาแสดงความยินดี นำฝ้ายมาผูกข้อมือเรียกขวัญว่าจากนี้สุขสบายแล้ว หมดหนี้ หมดสิน ได้โชคใหญ่มีเงินใช้หนี้ มีเงินให้ลูกเรียน ส่งเสียงไชโยหอร้องกันทั้งหมู่บ้าน พร้อมขอดูลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัล 1 งวดที่ 44 หมายเลข 972661

โดยนายสุพิศ และนางประไพ ต่างยิ้มจนแก้มจะปริพร้อมเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า สามีตนเป็นพนักงานเปลที่โรงพยาบาลศรีสะเกษมา 30 ปี แล้วมีหนี้สินอยู่พอสมควร ส่วนภรรยาเป็นเกษตรกรชาวนาก่อนหวยออก 2 วันได้ซื้อลอตเตอรี่ ที่มีคนมาขายอยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลศรีสะเกษจำนวน 2 ใบคือหมายเลข 972661 นี้ และพอหวยออกมีความรู้สึกว่าหมายเลขท้าย 661 จะตรงกับลอตเตอรี่ของตนเอง

จึงได้นำมาตรวจดูและเมื่อพบว่าตรงกับสลากที่ออกรางวัลที่หนึ่ง ดีใจมากนำไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ก่อนที่จะรีบกลับบ้านไปเล่าให้ภรรยาฟัง

ขณะที่ภรรยาได้เล่าว่าก่อนหน้านี้ได้ฝันว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ชัย ซึ่งเป็นญาติกันอยู่ ๆ ก็มาขอตรวจข้าวในยุ้งของตนเอง และเมื่อตรวจก็พบว่ามีข้าวอยู่ 16 ตัน ตนดีใจมากเพราะไม่เคยทำนาได้เยอะขนาดนี้

จึงเชื่อว่าจะถูกเลขรางวัลใหญ่ หรือถูกหวยใหญ่แต่ก็ไม่คิดว่าสามีจะซื้อลอตเตอรี่และถูกรางวัลที่หนึ่ง ดีใจมากจะได้นำเงินทั้งหมดไปแบ่งทำบุญจากนั้นจะใช้หนี้และเก็บไว้ให้ลูกได้ทำธุรกิจต่อไป

ศรีสะเกษ ขอเชิญเที่ยวงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทย 64

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่าจังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดจัดงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ ประจำปี 2564 ขึ้นในระหว่างวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563 ถึงวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2563 รวม 10 วัน 10 คืน ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อหารายได้ช่วยเหลือกิจการสาธารณะกุศลต่าง ๆ

โดยกิจกรรมในงานประกอบด้วย การออกร้านธารากาชาด โดยเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ นำสิ่งของที่รับบริจาคมาออกรางวัลเป็นจำนวนมาก ทั้งกลางวันและกลางคืน เช่น จักรยานยนต์ ตู้เย็น ทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ บัตรราคาใบละ 20 บาท และการออกสลากกาชาด ราคาฉบับละ 50 บาท ลุ้นรางวัล รถเก๋งมาสด้า 1 รางวัล

รถกระบะบรรทุกตอนเดียว Navara 1 รางวัล รถจักรยานยนต์ 5 รางวัล ทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท 5 รางวัล โทรทัศน์สี 45 นิ้ว 5 รางวัล เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ 5 รางวัล ตู้เย็น 2 ประตู 5 รางวัล ไมโครเวฟ 5 รางวัล หม้อหุงข้าวไฟฟ้า พัดลมตั้งพื้น และรางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 เป็นทองรูปพรรณน้ำหนัก 2 สลึง 2 รางวัล 

นอกจากนี้ยังมีการออกร้านนิทรรศการและการจำหน่ายสินค้า หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ การประกวดผลผลิตทางการเกษตร การประกวดการแข่งขันแส่วผ้า การแข่งขันกีฬาและนันทนาการ อบจ.ศรีสะเกษ คัพเช่นการแข่งขันตะกร้อ และวอลเลย์บอล การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งประกอบแดนเซอร์ ประเภทประชาชน การประกวดทูบีนัมเบอร์วัน Street Dance 2021 

การประกวดร้องเพลงพร้อมหางเครื่องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น การประกวดธิดาสี่เผ่าไทย และพบกับคอนเสิร์ต อาม ชุติมา บัวผัน ทังโส+สด นำชัย ปะทะซุปเปอร์วาเลนไทน์ เนสกาแฟ ศรีนคร ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ นุช ปทุมทองและโอม ศิวะกร มหาหิงค์ แสงดาว สแน๊ก เดอะเคส ลาบานูน YOUNGOHM, FiiXED ,GAVIN D ครูเต้ย

โดยจังหวัดศรีสะเกษ กำหนดจัดงานวันรวมน้ำใจสู่ชาวจังหวัดศรีสะเกษในวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 เวลา 07.30 น. ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขอรับบริจาคเงินสด ทรัพย์สิ่งของจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเป็นรางวัลร้านธารากาชาด ประจําปี 2564 และจัดแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ ประจำปี 2564 

โดยวันที่ 25 ธันวาคม 2563 เวลา 17.00 น. เป็นพิธีเปิดงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ และจัดพิธีอวยพรปีใหม่ ณ เวทีกลางในวันที่ 31 ธันวาคม 2553 เวลา 24.00 น. และร่วมพิธีทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ 2564 ณ บริเวณศาลหลักเมือง ในวันที่ 1 มกราคม 2564 เวลา 06.30 น.

ศรีสะเกษ รวบผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุยิงอริในงานบวชเจ็บ 13 คน

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กรณีวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืนยิงใส่คู่อริมีคนเจ็บ 13 คน ในงานบวชที่วัดสำโรงสูง ตำบลสะเดาใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เหตุเกิดเมื่อบ่ายสามโมงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ความคืบหน้าของคดี

โดยวันนี้ 11 พฤศจิกายน 2563 เวลา 16.00 น. พันตำรวจโท จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรขุขันธ์ พร้อมกำลังชุดสืบสวน ได้นำหมายศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ 333/2563 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563

ผู้ต้องสงสัยที่ร่วมกันก่อเหตุยิงคู่อริในงานบวช ในฐานความผิด “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืน(ปืนลูกซองสั้น) และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์” และนำตัวไปค้นหาเสื้อผ้าที่เยาวชนชายคนดังสวมใส่ในวันเกิดเหตุ

จากการสอบปากคำในเบื้องต้น เยาวชนชายอายุ 19 ปี ผู้ต้องสงสัยร่วมกันก่อเหตุยิงคู่อริที่ถูกตำรวจจับกุมมาในครั้งนี้ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าวันเกิดเหตุ ตนได้ไปเที่ยวชมงานแสดงมหอรสพในงานดังกล่าว แต่ตนไม่ได้ใช้ปืนยิงใคร ขณะที่กำลังเต้นกันอย่างสนุกสนานนั้น ได้มีเสียงปืนดังขึ้น ตนตกใจเสียงปืนจึงได้วิ่งหนีออกไปนอกเขตวัด

ถึงแม้ผู้ต้องสงสัยที่จับกุมมาให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน เชื่อว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลจนสามารถพิจารณาลงโทษได้อย่างแน่นอน.