ศรีสะเกษ จัดประกวด “นางนพมาศสูงวัย” สืบสานประเพณีไทย

วันนี้ (31 ต.ค.63) นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงตำบลน้ำคำ ประจำปี 2563 เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทย ณ วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ บ้านหว้าน ต.น้ำคำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

โดยภายในงานมีการประกวดกระทงสวยงามที่ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ และประกวดนางนพมาศผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป แต่งชุดไทยโบราณ มีนางนพมาศอายุมากสุด 85ปี เข้าประกวด สร้างสีสัน สนุกสนาน เรียกเสียงหัวเราะกับผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายวิทยา กล่าวว่า การจัดงานลอยกระทงครั้งนี้ นอกจากสืบสานวัฒนธรรมไทยอันดีงามสืบทอดไปถึงอนุชนรุ่นหลังแล้ว ยังเน้นเรื่องการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยรณรงค์ให้ใช้วัสดุที่ย่อยสลายจากวัดุธรรมชาติมาทำกระทง งดใช้โฟม ซึ่งย่อยสลายไม่ได้ ที่สำคัญ เพื่อลดปริมาณขยะไม่ให้เป็นภาระในการเก็บ

สยอง!! เบนส์ชนท้ายเก๋งเสียหลักชนกระบะพังยับ ดับ 2 ราย

เมื่อวันที่  30  ตุลาคม  2563  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนศรีสะเกษ – อ.กันทรารมย์  ช่วง ต.หนองบัว ก่อนเข้าถึงตัวอำเภอกันทรารมย์ เกิดอุบัติเหตุชนซ้ำ รถเก๋ง ยารีส ยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลขทะเบียน กท.7614 ศรีสะเกษ มี นางอุไร  ตอนศรี  อายุ  57  ปี ครูโรงเรียนบ้านหนองแก้วสำโรง เป็นคนขับ เดินทางมากับ  นางอภิณห์พร  เมืองจันทร์ธนชา อายุ  51  ปี ครูโรงเรียนเดียวกัน ถูกรถเก๋ง ยี่ห้อเบนส์ หมายเลขทะเบียน กจ.2552 ศรีสะเกษ ชนท้ายอย่างแรง

ขณะที่ รถของนางอุไร อยู่ช่องด้านขวา กำลังจะเลี้ยวเข้าบ้าน รถพุ่งข้ามช่องจราจร ไปอีกฝั่ง ทำให้ รถกระบะ นิสสันสีดำ หมายเลขทะเบียน กท.6040 ศรีสะเกษ มี นางสาววิชชุลดา  แห้วตะนะ  เป็นคนขับ ชนเข้าฝั่งผู้โดยสารอย่างแรง สภาพรถเก๋งยารีส พังยับเสียหายทั้งหมด 

จากอุบัติเหตุดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นางอุไร  ตอนศรี  อายุ  57  ปี ครูโรงเรียนบ้านหนองแก้วสำโรง เป็นคนขับ  และ นางอภิณห์พร  เมืองจันทร์ธนชา อายุ  51  ปี ครูโรงเรียนเดียวกัน  ส่วนคนขับรถกระบะนิสสัน ได้รับบาดเจ็บ พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลกันทรารมย์ 

ร.ต.ท.ภคพงศ์  ศรีชนะ พนักงานสอบสวน สภ.กันทรารมย์ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย กู้ชีพโรงพยาบาลกันทรารมย์ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่าง เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย  ออกจากตัวรถ โดยส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลกันทรารมย์ ส่วนผู้เสียชีวิตในที่เกิด เจ้าหน้าที่ได้นำร่างไปที่นิติเวช โรงพยาบาลกันทรารมย์ เพื่อรอญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศล ตามศาสนาต่อไป

ศรีสะเกษ แห่ใช้สิทธิ์”คนละครึ่ง”คึกคัก ผลตอบรับดี

วันที่ 28 ต.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลเริ่มเปิดให้ใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่รัฐร่วมจ่ายผ่านฝ่ายผู้ซื้อ 50 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่เกิน 150 บาท/ต่อ/คน/ต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดโครงการ โดยมีประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ได้ออกมาใช้สิทธิ์ซื้อของตามร้านค้าต่าง ๆ ที่ร่วมโครงการกันอย่างคึกคัก

นางกนกกร สารททอง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งการใช้ก็สะดวกสบาย ไม่ยุงยากอะไร ขอขอบคุณรัฐบาลรัฐบาลที่ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนเช่นนี้

นางนภัค เชิงชวโน เจ้าของร้านเพิ่มผลบะหมี่เป็ด จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า หลังจากที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ทำให้ยอดขายของร้านดีขึ้น ซึ่งร้านตนในช่วงเที่ยงๆ จะมีลูกค้าเดินทางมารับประทานอาหารมาก ขอขอบคุณรัฐบาลรัฐบาลที่ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน

ศรีสะเกษ จับมือ สยามคูโบต้า สร้างเมืองต้นแบบ “ปลอดการเผา”

จังหวัดศรีสะเกษ จับมือ สยามคูโบต้าสร้างเมืองต้นแบบปลอดการเผา” มุ่งพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน          

วันนี้ (27ต.ค.63) ที่โรงแรมศรีลำดวน อำเภอเมืองศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น และ บริษัทในเครือ เพื่อเดินหน้าผลักดันโครงการเกษตรปลอดการเผาหรือ Zero Burn ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

สร้างโมเดล “ ศรีสะเกษ เมืองต้นแบบปลอดการเผา ” มุ่งแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในภาคการเกษตร รวมถึงส่งเสริมระบบบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ภายใต้องค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร สานต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน   

เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ “ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ” โดยกว่า 54% เกิดจากการเผาในที่โล่ง  ซึ่งรวมถึงการเผาในพื้นที่ทางการเกษตรด้วย โครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเครื่องจักรกลการเกษตรได้โดยง่าย  เพื่อทำการเกษตรในรูปแบบปลอดการเผา สอดคล้องกับเป้าหมายภาครัฐในการลดการเผาในพื้นที่การเกษตรให้เป็นศูนย์ ภายในปีพ.ศ. 2565 

จึงได้ผนึกพลังภาครัฐและภาคเอกชนร่วมผลักดันให้ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมที่จะเป็นจังหวัดต้นแบบในการขับเคลื่อนโครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) ภายใต้แนวคิด “ศรีสะเกษ เมืองต้นแบบปลอดการเผา” เป็นจังหวัดลำดับที่ 3 ของประเทศ  

โดยภาคเอกชนยังเดินหน้าสนับสนุนรับซื้อฟางข้าวหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยเฉพาะฟางข้าวกว่า 120 ล้านก้อน เพื่อนำไปพัฒนาเป็นอาหารปศุสัตว์ และ โรงไฟฟ้าชีวมวลภายในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษด้วย

ระทึก!! กระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง

นายช่างใหญ่รับเหมาก่อสร้าง ขับรถยนต์กระบะส่วนตัวมาถึงหน้าโรงเรียนกีฬา บนถนนทองมาก ตำบลโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เสียหลัก รถปีนขึ้นฟุตบาท ชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูงอย่างแรง ตนเองติดภายในรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2563  ร้อยตำรวจเอก วีรวิชญ์ ศรีโพนดวน ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้าแรงสูง ที่ถนนทองมาก หน้าโรงเรียนกีฬาศรีสะเกษ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่จะรีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมแจ้งมูลนิธิกู้ภัย สว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน ร่วมออกช่วยคนเจ็บ เมื่อเดินทางมาถึง พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซุซุ แค็บ หมายเลขทะเบียน บต 11 ศรีสะเกษ ด้านหน้าชนเข้ากับเสาไฟฟ้าแรงสูงอย่างแรง จนทำให้ด้านหน้าของรถยนต์ยุบเข้ามายังที่นั่งคนขับ และคนขับยังติดอยู่ภายในรถ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้เข้าทำการช่วยเหลือ งัดร่าง ยกตัวนำออกมาได้อย่างปลอดภัย เบื้องต้นพบว่า มีแผลที่บริเวณศรีษะ มีเลือดไหลซึมออกมา และขาท่อนล่างด้านซ้ายหัก จากการที่ถูกแรงกระแทกเข้ากับด้านหน้ารถที่ยุบตัวเข้ามาอย่างแรง แต่คนเจ็บยังได้สติดีอยู่ สามารถบอกชื่อ ที่อยู่ และบอกว่าจะไปที่ไหน มาจากไหนได้ดี จึงรีบนำส่ง รพ.ศรีสะเกษ

จากสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ชื่อ นายสมพงษ์ ปราบวงศา อายุ 51 ปี บ้านเหล่ายอด ตำบลจาน อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเมื่อช่วงหัวค่ำได้เดินทางออกมาจากบ้านเหล่ายอด และกำลังจะเดินทางไปช่วยเพื่อนที่รับงานก่อสร้างที่อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งด้านหลังกระบะรถก็มีอุปกรณ์ก่อสร้างที่นำมาด้วยบางอย่าง

ตนเองก็เป็นหัวหน้าคนงาน รับเหมาก่อสร้างในจังหวัดศรีสะเกษ เช่นกัน แต่ขณะที่ขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ รถยนต์เสียหลักแฉลบออกจากถนน ปีนขึ้นฟุตบาทด้านซ้าย ชนต้นไม้ที่อยู่บนฟุตบาท ก่อนที่จะไปชนกำแพงรั่วโรงเรียนกีฬา และพุ่งเข้าไปชนเสาไฟฟ้าแรงสูง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบ ไม่พบว่ามีร่องรอยของการเบรคเลย จึงคาดว่า รถยนต์น่าจะพุ่งปีนฟุตบาทขึ้นมาอย่างแรง และรถยนต์ได้หยุดเองขณะชนเข้ากับเสาไฟฟ้า

จนเป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าแตกร้าวเสียหาย และต่อมาเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้า เข้ามาตรวจสอบเสา เพราะหวั่นจะหักลงมา เบื้องต้นเสายังพอที่จะพยุงสายไฟฟ้าแรงสูงไว้ได้ ยังไม่จำเป็นต้องตัดสัญญานไฟ เพื่อซ่อมเสาในทันที ยังสามารถรอไว้ได้จนพรุ่งนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อนำเดินคดี ขับรถโดยประมาท ชนเป็นเหตุให้ชนเข้ากับเสาไฟฟ้าแรงสูง ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ก่อนที่จะเร่งนำรถยกมายกรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุไปเก็บไว้ที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ และได้ติดตามไปแจ้งแพทย์ – พยาบาล ในการดูแลคนเจ็บ รอการรักษาตัวให้หายก่อนดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.ยิงปืนขู่ระงับเหตุ วัยรุ่นยกพวกตีกัน

คืบหน้าวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทในงานฉลองกฐินผู้หญิงถูกชกหน้าบาดเจ็บ ตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ให้หยุด

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 10.30น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว ซึ่งมีคลิปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทหน้าเวทีหมอลำฉลองกฐินสามัคคีที่วัดบ้านโนนเจริญ ตำบลซำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ  เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 24 ตุลาคม 2563 วัยรุ่นได้ชกต่อยกันอย่างชุลมุนใช้เก้าอี้พลาสติกทุบตีจนเก้าอี้แตกหักเสียหายหลายตัว และมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปห้ามปรามจังหวะนั้นก็ถูกหมัดชกเข้าที่ใบหน้าจนล้มลงกับพื้น

จนกระทั่งมีชายใส่เสื้อสีม่วงเป็นคนมีอายุ ถือปืนเข้ามาในวงวิวาทและชี้หน้าด่ากลุ่มวัยรุ่นพร้อมกับสั่งให้หยุดทะเลาะวิวาทกันแต่กลุ่มวัยรุ่นไม่ยอมฟังยังคงทะเลาะวิวาทกันอยู่ ชายเสื้อสีม่วงซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นตำรวจยศดาบตำรวจอยู่สถานีตำรวจภูธรพยุห์แต่มีบ้านอยู่ในหมู่บ้านโนนเจริญ และได้ร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ช่วยกันดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในงาน เมื่อห้ามวัยรุ่นไม่ฟังจึงได้ยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดเพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นสลายตัว


ความคืบหน้าในเรื่องนี้ พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นคืนวันที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลาประมาณห้าทุ่มครึ่ง ที่วัดบ้านโนนเจริญ ตำบลซำ ได้มีการแสดงหมอลำฉลองสมโภชผ้ากฐิน มีวัยรุ่นหลายหมู่บ้านมาชมหมอลำ จนเวลาห้าทุ่มกว่าการแสดงหมอลำใกล้จะเลิก มีวัยรุ่นสองกลุ่มซึ่งมาจากหมู่บ้านอื่นได้กระทบกระทั่งกันหน้าเวทีหมอลำและเกิดการชกต่อยกัน

มีตำรวจนายหนึ่งอยู่สถานีตำรวจภูธรพยุห์แต่มีบ้านอยู่ในหมู่บ้านโนนเจริญ ซึ่งได้ร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ช่วยกันดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในงาน เมื่อเห็นเกิดเหตุทะเลาะวิวาทจึงได้เข้าระงับเหตุ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ห้ามปรามแล้ววัยรุ่นไม่ฟังไม่ยอมหยุด ตำรวจจึงได้ยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดเพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นหยุดชกต่อยจนกระทั่งวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มสลายตัวหลบหนีไป การปฏิบัติของตำรวจนายนั้นก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามหลักยุทธวิธี

ส่วนทางด้านคดี ตนจะได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนและตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบภาพตามคลิป เพื่อสืบสวนติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุทะเลาะวิวาทเพื่อดำเนินการต่อไป” พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ กล่าว. 

ผู้ใหญ่บ้านแจงระงับเหตุ​ ยิงปืนขู่วัยรุ่นยกพวกตีกันงานบุญกฐิน

เกิดเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทในงานฉลองกฐิน ยิงปืนขู่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้หญิงถูกชกทำร้ายร่างกาย

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีคลิปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีมีกลุ่มวัยรุ่น อาการมึนเมา ก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในงานฉลองกฐิน สามัคคี ที่วัดบ้านโนนเจริญ ต.ซำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ภายในคลิปมีความยาว 1.45 นาที บันทึกโดยทีมงานเจ้าหน้าที่หมอลำ ที่เดินทางมาฉลองบุญกฐินในคืนวันที่ 24 ตุลาคม 2563 โดยในคลิปมีกลุ่มวัยรุ่นเริ่มก่อเหตุ ทะเลาะโดยการต่อว่า และชี้หน้าด่า กลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง จากนั้น ก็เริ่มลงมือชกต่อยกัน อย่างชุลมุน ใช้เก้าอี้พลาสติกทุบตีอีกฝ่ายนัวเนีย จนกระทั่งมี ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านในที่เกิดเหตุยืนยันว่า น่าจะรู้จักกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่าย และเข้าไปห้ามปราม ในจังหวัดนั้น ก็โดนหมัดชกเข้าที่ใบหน้า และล้มลงกับพื้น

เจ้าหน้าที่รักษาความสงบหมู่บ้าน ได้พยายามเข้าห้ามปรามแต่กลุ่มวัยรุ่นก็ยังไม่หยุด ทะเลาะกัน ทำลายข้าวของ มีเก้าอีกเสียหาย 7 ตัว สภาพแตกพังยับเยิน จนกระทั่งมีชายใส่เสื้อสีชมพู ท่าทางมีอายุ ถือปืนเข้ามาในงาน และชี้หน้าด่ากลุ่มวัยรุ่น รวมทั้งมีเสียงปืน ดังขึ้นไม่ทราบจำนวนครั้ง กลุ่มวัยรุ่นจึงพยายามถอนร่นไปด้านข้างเวที จากนั้น ก็ได้สลายตัวไป

นายนิรัญ ประจักษ์จิต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านโนนเจริญ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นกลุ่มวัยรุ่น จากที่อื่นมาทะเลาะกันเอง จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ไม่มี ชาวบ้านโนนเจริญเลย และยอมรับว่าผู้ชายถือปืนนั้น เป็นเพื่อนของผู้ใหญ่บ้านเอง เป็นตำรวจจากพื้นที่อื่น ซึ่งขอให้มาช่วยดูและความสงบในคืนวันงาน โดยตนเป็นคนสั่งให้ยิงปืนขู่ เพราะสถานการณ์เริ่มบานปลายแล้ว จึงอยากให้กลุ่มวัยรุ่นสลายตัว แต่คนถือปืนไม่ได้เป็นคู่กรณีกับ กลุ่มวัยรุ่นอย่างแน่นอน ในขณะที่ยอดกฐินสามัคคี ของชาวบ้านโนนเจริญ ที่ร่วมกันทำบุญยอดกฐินกว่า 8 แสนบาท

นทท.แห่สัมผัสอากาศหนาว “ผามออีแดง” คึกคัก

วันหยุดนักท่องเที่ยวกว่า 3,000 คนขึ้นสัมผัสอากาศหนาวเย็นบนจุดชมวิวผามออีแดง คึกคัก อุณหภูมิ 17 องศาเซลเซียส

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จุดชมวิวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อากาศหนาวเย็นอุณหภูมิอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียส ลมแรง จึงเพิ่มความหนาวเย็นขึ้นอีกมาก นักท่องเที่ยวกว่า 3,000 คนขึ้นไปชมทิวทัศน์ชมตะวันขึ้นสามแผ่นดิน ต่างก็ประทับใจที่ได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น

แต่วันนี้ไม่มีทะเลหมอกให้ได้ชมเนื่องจากฝนหยุดตกไปหลายวันแล้ว และนักท่องเที่ยวส่วนมากก็น่ารักที่ไม่ประมาทการ์ดไม่ตกต่างก็สวมใส่หน้ากากอนามัยกันแทบทุกคน แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่สวมใส่หน้ากาก

นักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่มาจากจังหวัดสุรินทร์ บอกว่า เพิ่งได้มีโอกาสมาเป็นครั้งแรก ดีใจได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น ทิวทัศน์สวยงาม แต่มีหมอกน้อยไปหน่อย ไม่เหมือนกับที่เคยเห็นในภาพข่าวตามสื่อต่างๆ ที่เคยเห็นซึ่งทะเลหมอกสวยงามมาก คงเป็นเพราะมาไม่ถูกเวลา ไว้โอกาสหน้าค่อยมาใหม่.  

ศรีสะเกษ พลังผู้นำชุมชนพร้อมใจปกป้องสถาบัน

วันนี้(22 ต.ค.63)  ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ พลังผู้นำชุมชนและประชาชนในเขตอำเภอเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 150 คน  ได้รวมตัวสวมเสื้อเหลืองแสดงพลังและประกาศจุดยืนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

โดยได้ถือป้ายปกป้องสถาบันพร้อมชูพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เดินออกจากบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ไปประกาศจุดยืนที่หน้าศาลหลักเมืองศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวศรีสะเกษ และต่างถิ่นต่างศรัทธามากราบไหว้บูชาสักการะ       

ก่อนประกาศจุดยืน  พลังมวลชนได้ร่วมร้องเพลงชาติไทย และ เพลงสรรเสริญพระบารมี  จากนั้นนางมัลลิกา คูรานี  แกนนำพลังมวลชน  ได้นำกล่าวแสดงจุดยืนของพลังมวลชนในครั้งนี้ว่า  ทุกคนจะร่วมปกป้องและเทิดทูนสถาบันชาติ  ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป      

นางมัลลิกา คูรานี แกนนำพลังมวลชน กล่าวว่า ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติในวิถีประชาธิปไตย การชุมนุมเรียกร้องต่างๆ ของนักศึกษาและประชาชนสามารถกระทำได้ แต่การก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเห็นว่าคนไทยจำนวนมาก ต่างก็ไม่เห็นด้วย จึงขอฝากให้ผู้ปกครองได้สร้างความเข้าใจแก่เยาวชนได้รับรู้พระมหากษัตริย์กับการปกป้องประเทศชาติจวบจนถึงปัจจุบันด้วย

เศร้า!! นักเรียน ม.3 ชวนกันเล่นน้ำจมหาย

วันนี้ (21 ต.ค. 63) เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฝายบ้านห้วยฆ้อง ต.พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เกิดเหตุเด็กนักเรียน ม.3 โรงเรียนหนึ่งใน อ.ปรางค์กู่ จมน้ำเสียชีวิตขณะลงเล่นน้ำในล้ำห้วยฆ้อง ซึ่งเป็นน้ำหลากจากเทือกเขาพนมดงรัก ไหลหลากผ่านลำน้ำสาขา

นายเอ นามสมมุติ เพื่อนของ นายอภิสิทธิ์ นรดี หรือ แม็กซ์ ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ในช่วงนั้นเป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว ตนกับ แม็กซ์ เดินทางจากโรงเรียนจะกลับบ้าน จึงได้ชวนกันลงเล่นน้ำ แม็กซ์ ได้ลื่นตะไคร่น้ำ ลอยออกไปกลางลำน้ำ ตนพยายามว่ายน้ำออกไปจะช่วยเพื่อน แต่น้ำไหลแรงมาก และตนเริ่มหมดแรง เนื่องจากลอยออกมากว่า 20 เมตร จึงได้ตัดสินใจสะบัดเพื่อนออก และรีบว่ายน้ำเข้าเกาะกิ่งไม้ข้างลำห้วย และตะโกนให้คนมาช่วย 

ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่านาที นายแม็กซ์ จมน้ำว่า ในช่วงเกิดเหตุนั้น ตนเดินทางจากไปรับหลานจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก พอมาถึงที่เหตุ ได้มองเห็นเด็ก ทั้ง 2 อยู่กลางลำห้วย ตนคิดว่าเล่นน้ำและหยอกกัน จึงไม่ได้สนใจอะไร แต่พอผ่านไปสักพัก ก็ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยเหลือ จึงรีบวิ่งไปดู แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะอยู่คนละฝั่งของลำห้วย  

นางอัมรัตน์ นรดี อายุ 42 ชาว ต.กู่  อ.ปรางค์กู่ เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ร่ำไห้ อย่างขาดสติ เพื่อนบ้านและแพทย์ประจำตำบล ต้องเข้าดูแลสภาพจิตใจ โดยพ่อของนายแม็กซ์ บอกว่า เคยบอก และเตือนลูกชายหลายครั้งแล้วว่าอย่างลงเล่นน้ำ เพราะลูกชายว่ายน้ำไม่เก่ง แต่ก็มาเกิดเหตุเศร้าสลดจนได้  

หน่วยกู้ภัย และฝ่ายปกครองอำเภอปรางค์กู่ ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการ ค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ผ่านไปกว่า 5 ชั่วโมง ยังไม่พบศพ แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจ ยุติการค้นหา เพราะเป็นช่วงเวลากลางคืน ซึ่งมีน้ำไหลแรง และอากาศเริ่มเย็นลง เกรงว่าเจ้าหน้าที่จะได้รับอันตราย โดยจะเริ่มค้นหาอีกครั้งในเช้าวันพรุ่งนี้