สลด 3 ศพ!! กระบะวิ่งฝ่าสายฝนเสียหลักชนปิกอัพ

วันนี้ (30 ก.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนสายศรีสะเกษ – อุบลราชธานี ช่วงตำบลหนองแก้ว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถกระบะชนกัน ในที่เกิดเหตุมีคนขับติดภัยในรถ ทั้ง 2 คัน ส่วนผู้โดยสาร เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ 2 ราย โดยกู้ภัยต้องใช้ความพยายามเข้าช่วยเหลือคนขับรถกระบะทั้ง 2 คัน ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากขาของคนขับติดอยู่ภายในรถ จึงต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ

ร้อยตำรวจเอก สุรินทร เกยมาศ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรโพนเขวา (อ่านควบกล้ำ) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า มีรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ 4 ประตูสีขาว หมายเลขทะเบียน กง.9775 ศรีสะเกษ ถูกชนด้านหน้าสภาพพังยับเยิน มีนายณฐนน ฉัตรแก้วภนกุล คนขับ ยังให้การไม่ได้เนื่องจากยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสูญเสียภรรยา คือ นางมุทิตา ละดาดก อายุ 29 ปี และ เด็กหญิงฉัตรลดา ฉัตรแก้วภณกุล อายุ 11 เดือน ลูกสาว ใกล้กันพบกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน บห-1031 อุบลราชธานี

สอบถาม​ นายธวัชชัย พรมมา อายุ 47 คนขับรถกระบะ สีเทา บอกว่ากำลังเดินทางออกจาก จ.ศรีสะเกษ มีภรรยานั่งมาเป็นเพื่อน เพื่อไปซื้อของ ที่ จ.อุบลราชธานี พอมาถึงที่เกิดเหตุ พบว่าพื้นถนนเปียกและมีน้ำขัง ประกอบกับถนนเป็นเนิน ทำให้รถเกิดเสียหลัก และเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยภรรยา เสียชีวิตภายในรถ ยังไม่ทราบชื่อ

ด้าน ร.ต.อ.สุรินทร เกยมาศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังสอบปากคำคนขับรถยังไม่ได้เนื่องจากยังได้รับบาดเจ็บ และอยู่ในอาการโศกเศร้า ซึ่งจะสอบถามพยานแวดล้อมและสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะเป็นเหตุใหญ่ มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย

ศรีสะเกษ พบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า เตือน ปชช นำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีน

ศรีสะเกษ เตือนประชาชน นำสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า พบผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า แล้ว 1 ราย “

จังหวัดศรีสะเกษ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษรายงานสถานการณ์โรคติดต่อที่สำคัญ โดยได้รับรายงานผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 54 ปี อยู่ที่อำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีประวัติถูกสุนัขเลี้ยงข่วน เมื่อเดือนเมษายน 2563 ที่บริเวณแขน เป็นแผลถลอก ไม่ได้ล้างแผล ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และสุนัขเลี้ยงดังกล่าวไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ภายหลังสุนัขตาย ซึ่งก่อนตายมีอาการเดินโซเซ น้ำลายไหลตลอดเวลา ตาแดงก่ำ หวาดระแวง วิ่งไล่กัดสุนัขตัวอื่นในหมู่บ้าน และไม่ได้ส่งหัวสัตว์ ตรวจ

โดยผู้ป่วยได้เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2563 มีอาการไข้สูง ซึม เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2563 ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบึงบูรพ์ ด้วยอาการปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ วิงเวียน วันที่ 10 กันยายน 2563 มีอาการกระสับกระส่ายมากขึ้น ปัสสาวะราด ไม่ยอมเข้าห้องน้ำ คอแข็ง หวาดระแวง ไม่กล้าสัมผัสน้ำ สับสนคลื่นไส้ จึงส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลศรีสะเกษ จากผลตรวจยืนยันจากน้ำลาย จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พบเชื้อพิษสุนัขบ้า  และผู้ป่วยได้เสียชีวิตลง ในวันที่ 19 กันยายน 2563

ด้านการดำเนินการควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษร่วมกับโรงพยาบาลบึงบูรพ์ ได้ค้นหาผู้สัมผัสในชุมชน  ในโรงพยาบาลและในอาสาปศุสัตว์อำเภอบึงบูรพ์ จำนวน 29 คน และโรงพยาบาลศรีสะเกษ จำนวน 41คน ทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ทีมปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ ได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์รัศมี 3 กิโลเมตร รอบจุดเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 และออกให้ความรู้ และสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชนที่มีความตื่นตระหนก ที่มาขอรับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลบึงบูรพ์ และมีการออกให้ความรู้กับนักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะบ้านหาด ตำบลเป๊าะ ที่มีนักเรียนสัมผัสสุนัขที่โดนสุนัขที่มีอาการคุ้มคลั่งกัด ในวันที่ 22 กันยายน 2563 พร้อมทั้งได้เปิดศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคพิษสุนัขบ้าขึ้น ที่อำเภอบึงบูรพ์ โดยมีนายอำเภอบึงบูรพ์ เป็นประธาน พร้อมทั้งได้จัดทีมดูแลสุขภาพจิตและติดตามในชุมชน

โรคพิษสุนัขบ้าเป็นแล้วไม่มียารักษา แต่สามารถป้องกันได้  จังหวัดศรีสะเกษจึงขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นสัตว์ที่มีอาการโรคพิษสุนัขบ้า ให้ทำการค้นหาผู้สัมผัสโรค หากถูกสัตว์กัด ข่วน ให้ล้างแผล ใส่ยาเบต้าดีนและไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยเร็วและขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้นำสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วย

 

ขอบคุณสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

วธ.ศรีสะเกษ ขับเคลื่อน บวร On Tour ต่อยอด 12 ชุมชนท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรม

วันนี้ (28 ก.ย. 63) นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของชุมชนคุณธรรมฯ “บวร On Tour” ตามโครงการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตร์พระราชาเพื่อชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน “บวร On Tour” ของชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร จังหวัดศรีสะเกษ ประจำปี พ.ศ. 2563 โดยมี นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวรายงาน  มีหัวหน้าส่วนราชการและเครือข่ายแกนนำพลัง บวร ร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองฯ จังหวัดศรีสะเกษ

นายวิทยา กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษ มีชุมชนคุณธรรมกว่า 398 แห่ง ซึ่งมีชุมชนคุณธรรมฯ จำนวน 12 แห่ง ที่มีผลงานโดดเด่น และมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตร์พระราชาเพื่อชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน (บวร O Tour) ซึ่งมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 และการจัดอบรมในวันนี้ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ให้ความรู้ในการนำหลัก บวร มาใช้ในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และมีความยั่งยืนตามรอยศาสตร์พระราชา ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการฟื้นฟู สร้างโอกาส สร้างอาชีพ และรายได้ให้แก่ประชาชน

โดยนำทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นทั้งภูมิสังคม ภูมิปัญญา และภูมิทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น มาต่อยอดเพื่อให้เกิดคุณค่า และมูลค่าอย่างสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดคุณค่าทางสังคมและนำมาซึ่งรายได้สู่ชุมชน สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนสืบไป

สื่อด้วยใจไปด้วยกัน สานสัมพันธ์สื่อศรีสะเกษ

ส.ปชส.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรม “สื่อด้วยใจไปด้วยกัน สานสัมพันธ์สื่อศรีสะเกษ” เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น

วันนี้ ( 28 กย. 2563) ณ เดอะซีมูนศรีสะเกษ นายสุพิชัย หล่าสกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดกิจกรรม “สื่อด้วยใจไปด้วยกัน สารสัมพันธ์สื่อศรีสะเกษ” ขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่าย อป.มช. วิทยุชุมชน และสื่อบุคคล จำนวน 30 คน โดยมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสื่อมวลชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์ ทั้งยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์จังหวัด วาระสำคัญจังหวัด ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง สังคม การศึกษาและการท่องเที่ยว เพื่อทิศทางที่เป็นเอกภาพของการประชาสัมพันธ์ 

พร้อมนี้ยังได้เปิดเวทีเสวนาให้มีการถอดบทเรียนถึงการทำหน้าที่และบทบาทของสื่อมวลชนที่ผ่านมา รวมทั้งแนวทางที่สื่ออยากได้รับการสนับสนุนเพื่อสร้างการยอมรับ เชื่อมั่น และศรัทธาจากภาครัฐและประชาชน นอกจากนี้ยังได้มีกิจกรรมล่องแพเพื่อศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติตามลำน้ำมูลและการบริหารจัดการนำ้ของจังหวัดศรีสะเกษ

นายมหาหิงคุ์ ไพรสิน ประธานเครือข่าย อป.มช. จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นตัวแทนของสื่อมวลชนท้องถิ่นศรีสะเกษ​ กล่าวว่า ในส่วนของเครือข่ายสื่อท้องถิ่นศรีสะเกษ ต้องขอบคุณสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษที่ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะได้มีการปัดฝุ่นในการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสื่อมวลชน โดยเฉพาะในยุคสมัยของสื่อโซเชียลมีเดีย ที่ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ด้วยตัวเอง จนทำให้เกิดความหลากหลายของข้อมูล จนบางครั้งทำให้ชาวบ้านเกิดความสับสนของข้อมูลที่เกิดขึ้น ทั้งข่าวลวง ข่าวเท็จ และความไม่รู้เท่าทันสื่อ และที่ผ่านมาการดำเนินงานด้านการเสริมสร้างเครือข่ายสื่อท้องถิ่นยังขาดความต่อเนื่อง

วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ทางเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่นได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การทำงานร่วมกัน พร้อมทั้งมีช่องทาองเพื่อที่จะร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร อันเป็นการขับเคลื่อนส่งต่อข้อมูลให้ถึงพี่น้องชาวบ้านอย่างถูกต้องและทั่วถึงอันจะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆมีประสิทธิภาพ โดยเครือข่ายสื่อมวลชนถิ่นมีความพร้อมและเต็มใจอย่างที่จะร่วมเป็นเครือข่ายในการพัฒนาประเทศต่อไป

ศรีสะเกษ จัดกิจกรรมปั่นไปปัวเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ

วานนี้ (26 ก.ย. 63) ที่วัดสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการพัฒนาเมืองกีฬา (Sports city) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 กิจกรรมปั่นไปปัว (Tours de Sisaket 2020) เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา กระตุ้นเศรษฐกิจ และการส่งเสริมการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา ตามรูปแบบคู่มือการจัดกีฬาแบบ New normal ภายหลังมาตรการผ่อนคลายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

โดยเริ่มต้นปั่นจักรยานจากวัดสระกำแพงใหญ่ ผ่านไปยังพื้นที่ อบต. หนองห้าง อบต. ทุ่งไชย เทศบาลตำบลโคกจาน อบต. ก้านเหลืองและกลับมายังจุดสตาร์ทในพื้นที่เทศบาลตำบลกำแพง รวมระยะทาง 39.3 กิโลเมตร ภายในงานได้นำเอาของดีจังหวัดศรีสะเกษที่มีชื่อเสียง เช่น ผ้าเบญจศรี สินค้าการเกษตรปลอดสารพิษ สินค้า OTOP ของจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคแก่ผู้ป่วย ผู้ยากไร้ จำนวน 7 ราย ในเขตพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัย โดยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดศรีสะเกษ

อธิบดี สค. มอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมอาชีพ

อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ลงพื้นที่มอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมอาชีพ ที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่สตรีและครอบครัว  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2563 ที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ นางสาวอุษณี กังวารจิตต์ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมอาชีพ รุ่นที่ 62 จำนวน 150 คน โดย นางสาวจารุวรินทร์ ธนาชนะสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีฯ กล่าวรายงาน ในการนี้ อธิบดี สค. ได้เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์จะฝึกอาชีพ เพื่อจะได้มีงานทำและมีรายได้เลี้ยงครอบครัวมาสมัครเข้ารับการฝึกอาชีพได้ที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวของ สค. 

นางสาวอุษณี กังวารจิตต์ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) หน่วยงานในสังกัด พม. มีความมุ่งหวังให้ประชาชนทุกคนสามารถพัฒนาตนเอง และพึ่งพาตนเองในการประกอบอาชีพ มีรายได้ที่ยั่งยืน ครอบครัวมีความมั่นคง ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข เป็นพื้นฐานในการพัฒนาสังคมด้านอื่นๆ

โดยมีกลไกระดับพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการ ชื่อว่า ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว 8 ศูนย์ 8 เขตรับผิดชอบ ให้บริการด้านการฝึกอบรมอาชีพแก่สตรีและครอบครัวที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ตลอดจนกลุ่มสตรีที่ต้องการเพิ่มทักษะฝีมือในวิชาชีพด้านต่างๆ ให้มีทักษะฝีมือในการประกอบอาชีพ เพื่อหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งเป็นการสนองตอบต่อนโยบายของรัฐบาลที่เห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชนในชนบท และเห็นความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในท้องถิ่น เพื่อป้องกันปัญหาสังคมด้านอื่น ๆ

นางสาวอุษณี กล่าวต่ออีกว่า สำหรับศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ แห่งนี้ เป็น 1 ใน 8 ศูนย์ดังกล่าวที่ได้ดำเนินการฝึกอบรมวิชาชีพให้กับสตรีและครอบครัว ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในเขตพื้นที่ดำเนินการ 10 จังหวัด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในหลักสูตรการฝึกอบรมต่าง ๆ โดยในรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 62 มีผู้สำเร็จการฝึกอบรมอาชีพรวมทุกประเภทจำนวน 940 คน มีความประสงค์เข้ารับวุฒิบัตร จำนวน 150 คน ซึ่งเป็นผู้สำเร็จหลักสูตรระยะสั้น 1 เดือน และ 3 เดือน ได้แก่ หลักสูตรเสริมสวย ตัดผมชาย อาหารและโภชนาการ ตัดเย็บเสื้อผ้า นวดไทยเพื่อสุขภาพ การปักเสื้อแส่ว การออกแบบเสื้อผ้า การแต่งหน้าเกล้าผม การจัดดอกไม้ การเย็บกระเป๋า และการประดิษฐ์ดอกไม้จากผ้า ฯลฯ จำนวน 412  คน เข้ารับวุฒิบัตรในวันนี้ 60 คน และหลักสูตรการฝึกอาชีพตามโครงการสร้างชีวิตใหม่ให้สตรีและครอบครัว 

โดยรวมกลุ่มฝึกอาชีพในชุมชน จำนวน 17 รุ่น รวมทั้งสิ้น 528 คน ประสงค์เข้ารับวุฒิบัตรในวันนี้ จำนวน 90 คน จากพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ กลุ่มบ้านเมืองหลวง ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มบ้านกวางขาว ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ และกลุ่ม อบต.บากเรือ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร

หลังจากมอบวุฒิบัตรแล้ว อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้เยี่ยมชมศูนย์แห่งการเรียนรู้ครบวงจรด้านสตรีและครอบครัว (Learning Center) ที่เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านสตรีและครอบครัว และเป็นห้องเรียนรู้สำหรับทุกคน ทุกช่วงวัย ตามวัฏจักรของชีวิตตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา 

จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์จำหน่ายสินค้า อีหล่า…ลำดวน โดยให้บริการกาแฟสดคุณภาพ เครื่องดื่มและเบเกอรี่ และร้านของฝากซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยกลุ่มสตรีที่ได้รับการสนับสนุนการรวมกลุ่มจากศูนย์ ภายใต้แบรนด์ อีหล่าลำดวน” รวมทั้งให้บริการนวดแผนไทย.

(ชมคลิป) ชาวบ้านศรีสะเกษผวา”ชาลาวัน”โผล่กลางห้วยแฮด

ชาวบ้านศรีสะเกษต่างหวาดกลัวหลังพบจระเข้ขึ้นมาจะกินเป็ด ไก่ ของชาวบ้านในลำห้วยแฮด วอนเจ้าของฟาร์ม เจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้ามาดูแลรับผิดชอบ และล่าจับจระเข้ด้วย

 วันนี้ (26 ก.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านโพธิ์ศรี ต.โนนเพ็ก อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ มีชาวบ้านพบเห็นจระเข้โผล่กำลังจะกินเป็ดในลำห้วยแฮด โชคดีที่เป็ดหลบได้ทัน นายบังอร คำวง อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านที่พบเห็นจระเข้ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวาน (25 ก.ย. 63) ประมาณ 18.00 น. ตนได้ออกตกปลาที่ริมลำห้วยแฮด พอเดินมาตรงจุดที่พบจระเข้ ตอนแรกตนนึกว่าเป็นคอนไม้อยู่ในน้ำ แต่ไม่นานจากที่เห็นเป็นคอนไม้ก็กลายเป็นจระเข้ไล่เป็ดที่กำลังลอยน้ำเล่นอยู่ โชคดีที่เป็ดหลบหนีได้ทัน ส่วนตนได้แต่ร้องวิ่งหนีเพราะตกใจไม่คิดว่าจะมีจระเข้ หลังจากชาวบ้านรู้ข่าวต่างช่วยกันออกค้นหา พบเพียงลอยเท้าบริเวณริมลำห้วยแฮด

นายบังอร เล่าอีกว่า ช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา มีชาวบ้านพบจระเข้ ที่เชื่อว่าหลุดออกมาจากฟาร์ม โดยมีชาวบ้านจับตัวจระเข้ได้ ทั้งจับ เป็นและจับตายได้ 4 ตัว และนำไปส่งคืนที่ฟาร์มเลี้ยง แล้ว และเหตุการณ์เมื่อวานก็น่าจะเป็นจระเข้ ที่หลุดออกมาจากฟาร์ม ซึ่งยังตามจับตัวไม่หมด จึงอยากวอนเจ้าของฟาร์ม และเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าช่วยจับจระเข้ด้วย เพราะอาจเป็นอันตรายกับชาวบ้านที่หาปลาในลำห้วยได้

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า เจ้าของฟาร์มจระเข้ แห่งนี้อ้างว่าจระเข้ที่หลุดออกมา สามารถจับตัวได้หมดแล้ว แต่ชาวบ้านยังไม่เชื่อเพราะเมื่อวานยังเห็นจระเข้โผล่ขึ้นมาไล่กินเป็ดชาวบ้าน

ศรีสะเกษ บุกรวบพระคาวัด ยึดยาบ้า-ไอซ์-ปืน

ตำรวจเมืองศรีสะเกษ จับสึกพระเพิ่งพ้นโทษคดีจำหน่ายยาเสพติดก่อนบวช ครอบครองยาบ้า ไอซ์และปืน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 25 กันยายน 2563 ที่ห้องปฏิบัติการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมือง จังหวัดศรีสะเกษ พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ นำตัวนายนัฐดนัย ใสยเหล็ก อายุ 27 ปี หรือ พระนัฐดนัย รรวิโส (อ่านว่า ระ-ระ-วิ-โส) พระลูกวัด วัดบ้านคูซอด ตำบลคูซอด อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาครอบครองยาบ้า มาสอบปากคำ หลังถูก พันตำรวจโท พิเนตร ดาวเรือง รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ พร้อมทีมงานจับกุมมาได้ พร้อมของกลางยาบ้า 708 เม็ด ยาไอซ์ 1 ถุงหนัก 1.1 กรัม ปืนลูกโม่ไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก

พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก ตนได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ที่วัดบ้านคูซอด มีพระรูปหนึ่งไม่ปฏิบัติศาสนกิจ ไม่ทำกิจของสงฆ์ ไม่ออกรับบิณฑบาตร หมกตัวอยู่แต่ในห้องในกุฏิ และมีวัยรุ่นแวะเวียนเข้าไปหาเป็นประจำ สงสัยว่าจะมีการขายยาบ้า

ตนจึงสั่งการให้ พันตำรวจโท พิเนตร ดาวเรือง รองผู้กำกับการสืบสวน นำกำลังเข้าไปสืบสวนหาข่าวจนทราบชัดว่า พระนัฐดนัย มีพฤติการณ์เสพยาเสพติดทั้งยาบ้าและยาไอซ์ จึงเข้าทำการตรวจค้นห้องนอนบนกุฏิ ในห้องมีแต่ขยะวางกองเกลื่อนห้องส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เจ้าหน้าพบกล่องกระดาษวางอยู่ข้างที่นอน เปิดดูพบยาบ้า 708 เม็ด ยาไอซ์ 1 ถุงหนัก 1.1 กรัม ปืนลูกโม่ไทยประดิษฐ์ (ดัดแปลงจากปืนบีบีกัน) 1 กระบอกไม่พบกระสุน จึงนำตัวไปให้พระครูสถิตรัตนาภรณ์ เจ้าคณะตำบลคูซอดทำการสึก

พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ กล่าวอีกว่า ตรวจสอบประวัติแล้วพบว่า นายนัฐดนัยเคยมีประวัติเคยถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาจำหน่ายยาเสพติด ติดคุก 2 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หลังพ้นโทษก็เข้าบวชเมื่อเดือนเมษายนปีเดียวกัน ขณะบวชอยู่ก็มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก

จึงถูกตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมได้ดังกล่าว ตำรวจได้แจ้งข้อหาว่า มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นายนัฐดนัยได้ให้การรับสารภาพ จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษดำเนินคดีต่อไป.

ศรีสะเกษ เตรียมรับมวลน้ำเทือกเขาพนมดงรัก

ชลประทานจังหวัดศรีสะเกษ เร่งระบายน้ำเตรียมรับมวลน้ำจากเทือกเขาพนมดงรัก

วันนี้ (24 ก.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประตูระบายน้ำลำห้วยสำราญ  ต.โพธิ์  อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  เจ้าหน้าที่โครงการชลประทานศรีสะเกษ ใช้เครื่องจักรเปิดเส้นทางระบายน้ำพิเศษ เพื่อพร่องน้ำออกจากลำหัวยสำราญ หลังจากได้รับมวลน้ำฝนซึ่งเป็นอิทธิพลของพายุ โนอึล เมื่อง 3 วันก่อน โดยมวลน้ำกำลังจะไหลเข้าสู่ตัวเมืองศรีสะเกษ ทำให้ชลประทานศรีสะเกษ ตัดสินใจเปิดช่องระบายน้ำเพิ่มเพื่อป้องกันระดับน้ำสูงล้นตลิ่งห้วยสำราญ ไหลเข้าตัวเมืองศรีสะเกษ โดยขณะนี้ระดับน้ำลดต่ำลงมาก คาดว่าจะสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้อีกและจะไม่ส่งผลกระทบกับเขตตัวเมืองศรีสะเกษ 

อย่างไรก็ตามจากการไหลแรงของน้ำในช่วงที่มีการเร่งระบายน้ำทำให้เกิดดินสไลด์ บริเวณชุมชนหนองหมู เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เป็นบริเวณกว้าง การสไลด์ของดิน มีความยาวกว่า 10 เมตร ตามแนวเขตของชาวบ้าน ซึ่งหากมีการไหลของน้ำอย่างรวดเร็ว และแรงก็จะส่งผลกระทบกับบ้านเรือนประชาชนในเขตชุมชนแห่งนี้  โดยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและแจ้งเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมตลิ่งลำห้วยสำราญให้ เฝ้าติดตามข่าว พยากรณ์อากาศจากส่วนกลางอย่างใกล้ชิด เพราะจะเกิดดินสไลด์ ได้อีก

ศรีสะเกษพร้อมเกินร้อยจัด SAT-SISAKET ทัพอีสปอร์ตกว่า300คนแห่ลุยเฟ้นทีมชาติ

วันนี้ (23 ก.ย.63) ที่สำนักงาน กกท. จ.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานงานแถลงข่าวการแข่งขันกีฬารายการ “SAT-SISAKET Esports World Invitation 2020” (เอสเอที-ศรีสะเกษ อีสปอร์ตส์ เวิลด์ อินวิเตชั่น 2020) 

โดยมี นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ, นายวุฒิชัย ชัยจิตย์ ผู้อำนวยการกองบริการอาคารและกิจกรรมกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายวิศรุต มหาสุวีระชัย ประธานชมรมอีสปอร์ตจังหวัดศรีสะเกษ และนายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย นายชนินทร์ คุ้มใหญ่โต ผอ.การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมในพิธี

การแข่งขันกีฬา “SAT-SISAKET Esports World Invitation 2020” เป็นสนามแข่งขันที่สองในมหกรรมกีฬาใหญ่ของ กกท. รายการ “SAT Thailand World Invitation 2020” หลังจากสนามแรกจัดการแข่งขันที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 18-20 กันยายน ที่ผ่านมา โดยสนามนี้จะเป็นการชิงชัยกีฬาอีสปอร์ตของนักกีฬาอีสปอร์ตชั้นนำภายในประเทศ แข่งขันกันที่ อาคาร ศูนย์ศิลปและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายนนี้

สำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ประเภทเกม ประกอบด้วย AOV, Tekken7 และ PES2020 เริ่มชิงชัยตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. นอกจากนี้ ภายในงานจะมีกิจกรรมและร้านค้า 50 ร้าน รวมถึงการแสดง และนิทรรศการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมกีฬาและกีฬา เพื่อการท่องเที่ยวของไทย การให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอีสปอร์ตอีกด้วย

นายวัฒนา พุฒิชาติ กล่าวว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย กกท. เลือกศรีสะเกษในการจัดการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งเราเป็น 1 ใน 6 จังหวัดที่ได้รับเลือกเป็น สปอร์ต ซิตี้ โดยมีความพร้อม ทั้งสนามแข่งขัน รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งที่พัก โรงแรมกว่า 6 พันห้อง อาหาร การคมนาคมขนส่ง และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ทำให้เป็นองค์ประกอบให้ศรีสะเกษเป็นเมืองกีฬาในระดับสากลได้ นอกจากนี้ ศรีสะเกษยังมีความพร้อมในการจัดอีกหลายชนิดกีฬา และกีฬาระดับนานาชาติต่อไปในอนาคตอีกด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวอีกว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้จะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อการพัฒนาประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ ยิ่งไปกว่านั้น อีสปอร์ต เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม และมีผู้ติดตามชมจำนวนมาก จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในประเทศ การจ้างงาน การเติบโตของเศรษฐกิจไปยังภูมิภาค