ตร.ศรีสะเกษ เร่งล่าโจ๋เขม่นกันในผับ ขับรถประกบยิงอริดับ

ตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เร่งไล่ล่าตัวผู้ต้องหาเขม่นในผับ คู่อริแอบขับรถยนต์ตามประกบยิงหนุ่ม อบต.ดับ ก่อนขับหลบหนี ตร.ไล่ตามได้รถยนต์ที่ก่อเหตุ เร่งตามตัวคนยิงต่อ ขณะที่แม่ร่ำไห้รับศพลูกชาย

วันนี้ (27 ก.ค.63) ที่ ถนนวิจิตรนคร เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ นำเจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถยนต์นิสมาส สีดำ ทะเบียน บต 9236 ศรีสะเกษ รถยนต์ที่ใช้ในการก่อนเหตุประกบยิงคู่อริ จนเสียชีวิตเมื่อตอน 02.10 น ของวันนี้ ( 27 กค.63 ) บริเวณถนนราชการรถไฟ จากการเขม่นกันในผับ ก่อนที่จะมีการท้าดวนกันแบบตัวต่อตัว แต่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย กลับแอบขับรถยนต์ตามประกบหลังยิงใส่คู่อริจนเสียชีวิต

โดยผู้ที่เสียชีวิตทราบชื่อภายหลังคือ นายวีระยุทธ หรือ แม็ก สมบรรณ ตำแหน่งพนักงานจ้าง อบต.หมายเขียบ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 บ้านกลาง ตำบลหมากเขียบ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิด จนสามารถทราบว่า รถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุขับออกมาเพื่อมุ้งหน้าจะไปปั้มน้ำมันแถวชุมชนท่าเรือ จึงได้สกัดเอาไว้ โดยผู้ที่ก่อเหตุใช้ให้นำรถยนต์ไปเติมน้ำมันเต็ม จึงเข้าตรวจยึด ตรวจเขม่าดินปืน และเก็บลายนิ้วมือ เพื่อนำสืบจับกุมผู้ต้องสงสัย

พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับฯ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ช่วงเวลาราว 02.10 น. ได้มีการก่อเหตุยิงกันจนเสียชีวิต เกิดจากการเขม่นกัน และเกิดการท้าทายกัน ถึงขนาดท้าดวนกันตัวต่อตัว อีกฝ่ายไม่สู้ แต่กลับขับรถยนต์เก๋งตามประกบคู่รถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะยิงเข้าใส่ จำนวน 2 นัด เป็นเหตุให้ นายวีระยุทธ เสียชีวิต

ขณะเดียวกันที่บ้านเลขที่ 56 บ้านกลาง ตำบลหมากเขียบ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตาย ญาติๆ ได้นำร่างของ นายวีระยุทธ กลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด โดยมี นางสงัด สมบรรณ อายุ 63 ปี มารดา และญาติๆ ได้ร่วมกับรอรับศพ 

โดยแม่เล่าให้ฟังละเอียดว่า ลูกตนเองเป็นคนดี ตั้งใจทำงาน และที่เกิดเหตุนั้น เพื่อนๆ ของน้องแม็ก เล่าให้ฟังว่า ลูกตนไม่ได้เป็นคู่อริกับผู้ที่เป็นมือปืนที่ยิง แต่เป็นอีกคน แต่ลูกตนเองนั้นนั่งซ้อนท้ายอยู่หลังสุดของรถจักรยานยนต์ที่ขับเพื่อหลบหนีคู่อริ ก็หวังว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมแก่ลูกตน ติดตามจับกุมผู้ที่ยิงลูกตนมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้โดยเร็ว

เร่งตามหาคนหาย พ่อ ทำพิธีเข้าทรง แลกไก่กับลูกชาย

เร่งตามหาคนหาย พ่อ ทำพิธีเข้าทรง แลกไก่กับลูกชาย

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทุ่งนาบ้านโสน ต.โสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านเร่งออกตามหา นายอมรเทพ เทศขัน (กี้) อายุ 32 ปี ได้หายออกจากบ้านไปเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 โดยญาติได้เข้าแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธรขุขันธ์ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 เพื่อให้ชุดสืบสวน ได้ออกตามหาอีกแรง ล่าสุดจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวนายอมรเทพ แต่ตำรวจได้เบาะแสเพิ่มเติม โดยได้พบรถจักรยานยนต์ และรองเท้าบู๊ด ที่ตกอยู่บริเวณป่ากลางทุ่งนา ห่างจากหนองน้ำเพียง 100 เมตร โดยญาติคาดว่าขณะนี้ นายอมรเทพ ที่หายออกจากบ้านนานว่า 3 วัน จะเสียชีวิตไปแล้ว

นายสมพงษ์ เทศขัน 54ปี พ่อของนายอมรเทพ ได้พาร่างทรงที่ชาวบ้านมีความเชื่อมาแต่โบราณ มาทำพิธีบริเวณจุดที่พบรถจักรยานยนต์ โดยการทำพิธีในวันนี้ เป็นการทำพิธีที่ตามความเชื่อ ซึ่งหมอธรรม ได้นำไก่ตัวใหญ่มา ร่วมทำพิธีด้วย หลังจากนั้น ในช่วงท้าย หมอธรรม ได้ปล่อยไก่ตัวใหญ่ ที่เตรียมมา โดยเชื่อว่าเป็นการทำพิธีแลก ตัวไก่ กับคนที่สูญหาย ของให้เจ้าป่าเจ้าเขา ปล่อยตัวคนออกมา เพื่อแลกกับตัวไก่ ในวันนี้ ในขณะที่ชุดสืบสวน พร้อมด้วยชาวบ้านโสน ได้เร่งออกตามหาบริเวณทุ่งนา ในรัศมี 1 กิโลเมตร รวมทั้งเตรียมประสานนักประดาน้ำ เพื่องมหาร่างของนายอมรเทพ อีกด้วย ซึ่งจุดที่พบรองเท้าบู๊ด อยู่ห่างจากหนองน้ำไม่มากนัก

น.ส.ศิวพร จันทสอน 23ปี แฟนของนายอมรเทพ บอกว่า ตัวอมรเทพเอง ไม่มีศัตรูที่ไหน รวมทั้งไม่พบว่าแฟนมีโรคประจำตัวอะไร จึงคาดการณ์ไม่ได้เลยว่า อมรเทพ หายตัวไปได้อย่างไรทุกคนในบ้านก็งง กันตามๆ โดยไม่มีใครทราบสาเหตุ และไม่ปักใจเชื่อเลยว่า อมรเทพจะถูกฆาตรกรรม 

(ชมคลิป) นทท.แห่ชมทะเลหมอกบนผามออีแดงคึกคัก

หยุดยาววันแรก นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นเที่ยวชมสัมผัสทะเลหมอกที่สวยงามบนผามออีแดงคึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ที่จุดชมวิวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เช้านี้ มีทะเลหมอกที่สวยงามเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เนื่องจากอากาศชึ้นที่มาจากฝนตกติดต่อกันมา อุณหภูมิต่ำสุดเช้านี้อยู่ที่ 23 องศาเซลเซียส อากาศเย็นสบาย

เนื่องจากเป็นวันหยุดยาววันแรก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศจำนวนกว่า 2,500 คนที่เดินทางโดยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ แห่ขึ้นชมทิวทัศน์กันคึกคัก ซึ่งวันนี้ มีรถยนต์ของนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนจุดชมวิวผามออีแดงกว่า 200 คันและรถจักรยานยนต์อีกกว่า 300 คัน

เช้านี้มีทะเลหมอกให้นักท่องเทียวได้ชื่นชม ได้สัมผัสอย่างสวยงาม นอกจากนั้น นักท่องเที่ยวยังได้ชมตะวันขึ้นสามแผ่นดิน ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ ภาพประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า และสถูปคู่โบราณสถานที่มีอายุยาวนานอีกด้วย

“น้องแนน”หายตัว 2 วัน พบอีกทีเป็นศพ (มีคลิป)

วันนี้ (23 ก.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ นางสาวบูรเพชร  แก้วคำ  พี่สาว ของนางสาวศิริรัตน์  แก้วคำ (น้องแนน) อายุ  26 ปี พนักงานร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาท่าเรือศรีสะเกษ ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.เมืองศรีสะเกษ นางสาวศิริรัตน์  หายออกจากบ้าน ไม่กลับเข้าบ้านตั้งแต่คืนวันที่ 21 กรกฎาคม 2563

ภายหลังการเดินทางเข้าให้ปากคำของ ญาติน้องแนน นานกว่า 3 ชั่วโมง  ชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ออกตรวจสอบเส้นทางกลับบ้านเป็นประจำของ น้องแนน เมื่อเวลาประมาณ  22.00 โดยกล้องหน้า วิทยาลัยอาชีวศึกษาศรีสะเกษบริหารธุรกิจ พบว่า น้องแนนขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านเพียงคนเดียว จากนั้น ชุดสืบได้เข้าไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณ หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำคำ ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้องจะผ่าน แต่ก็ไม่พบว่ามีรถจักรยานยนต์ขับผ่าน

จึงเชื่อได้ว่า น้องแนนน่าจะหายไปในช่วง ระยะของกล้องที่ขาดหายไป ชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ จึงระดมเจ้าหน้าที่ออกตามหา บริเวณที่แคบลงจึงพบว่า บริเวณที่เกิดเหตุห่างจาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาศรีสะเกษบริหารธุรกิจ ประมาณ 100 เมตร เป็นช่วงที่มืดกลับพบว่า มีศพน้องแนน ถูกรถจักรยานยนต์ทับร่าง คาดว่าน่าจะเสียชีวิต ในคืนวันที่ 21 ที่ผ่านมา

นางสาวบูรเพรช แก้วคำ อายุ 28 ปี กล่าวว่า ตนได้ขับรถออกจากปั้ม ปตท.ท่าเรือ กับน้อง  โดยตนได้ขับรถใหญ่ไปก่อน ซึ่งน้องได้ขับรถ จยย.ตามมา มาถึงร้านเนื้อย่างยังมองเห็นไฟรถน้องอยู่ พอมาถึงบ้านโนนตนได้โทรหาแต่น้องไม่ยอมรับ ข้อความก็ไม่ตอบ ผิดปกติเพราะน้องไม่เคยเป็นคนแบบนี้ พอถึงบ้านก็โทรหาตลอดจนโทรศัพท์ดับเอง ก็เลยพาพ่อของน้องแนนมาแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ

พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ ศรีไชย ผกก.กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ  เดินทางพร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณถนน หน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาศรีสะเกษบริหารธุรกิจ และแพทย์เวรโรงพยาบาลศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบและเก็บหลักฐานทั้งหมด โดยจะส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่ นิติเวชโรงพยาบาลศรีสะเกษ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด

 

ศรีสะเกษ เตรียมจัด “ไนท์รัน” วิ่งชมเมืองดอกลำดวน

วันนี้ (22 ก.ค.63) ที่ห้องประชุม สนง.การกีฬาแห่งประเทศไทย จ.ศรีสะเกษ นายนพ พงศ์ผลาดิสัย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานประชุมเตรียมการดำเนินโครงการพัฒนาเมืองกีฬา ประจำปี 2563 กิจกรรม ศรีสะเกษ ไนท์ รัน ส่งเสริมการท่องเที่ยว (วิ่งชมเมือง) จังหวัดศรีสะเกษ ในวันเสาร์ที่ 25 กรกฏาคม 2563​ ตั้งแต่เวลา​ 17.30​ น.

นายชนินทร์  คุ้มใหญ่โต ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จังหวัดศรีสะเกษ กำหนดจัดกิจกรรมวิ่งชมเมือง ” ไนท์รัน ” ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษขึ้น ในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) โดยมีระยะการวิ่ง 5 กิโลเมตร จุดกลับตัวบริเวณร้าน Barco ถนนขุขันธ์ และ 10.1 กิโลเมตร จุดกลับตัวผ่านโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัยก่อนถึงหอนาฬิกา ซึ่งไฮไลท์ก่อนการปล่อยตัวนักวิ่ง จะมีการจัดงานวันเกิดให้กับ ” น้องทุเรียน ” ซึ่งเป็นมาสครอตของจังหวัดศรีสะเกษ

จากนั้นจะเป็นการปล่อยตัวนักวิ่ง ซึ่งการจัดวิ่งครั้งนี้ จะเป็นการจัดการวิ่งรูปแบบใหม่ New Normal ซึ่งทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในบริเวณงานในขณะยืนรอปล่อยตัว ซึ่งนักวิ่งจะถอดหน้ากากอนามัยได้ เมื่อเริ่มวิ่งออกไปแล้ว และจะต้องเก็บหน้ากากอนามัยไว้กับตัวและ เมื่อจะเข้าเส้นชัยนักวิ่งต้องใส่หน้ากากอนามัยวิ่งเข้าเส้นชัย

โดยการปล่อยตัวจะเป็นแบบทิ้งระยะห่างในลักษณะเป็น เวฟ ซึ่งจะเป็นการทิ้งระยะห่างพอสมควร โดยจะใช้เวฟละ 50 คน ระยะทาง 5 กิโลเมตร ประมาณ 17 เวฟ และระยะทาง 10.1 กม. ประมาณ 15 เวฟ ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมวิ่งในครั้งนี้ จะได้รับแจกเสื้อ บิบ และคูปองในการใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 300 บาท ซึ่งคูปองสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าในจังหวัดศรีสะเกษกว่า 211 ร้านค้า การใช้คูปองสามารถใช้ในช่วงระหว่างวันที่ 23-29 กรกฎาคม 2563  

ศรีสะเกษ ปิกอัพชน จยย. เลี้ยวตัดหน้า

เมื่อเวลา 18.30 น. วันนี้ (19 ก.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับแจ้ง อุบัติเหตุรถกระบะ เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย  ที่บริเวณถนนสายศรีสะเกษ-อุบลราชธานี ต.โพนเขวา  อ.เมือง  จ.ศรีสะเกษ 

จึงได้ประสานกู้ชีพภาพข่าวศรีสะเกษ และหน่วยแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึงพบศพนายสมชาย  คำศรี  อายุ  52  ปี  อยู่บ้านเลขที่  67  หมู่ 10  ต.บัวน้อย  อ.กันทรารมย์  จ.ศรีสะเกษ 

จากการสอบถามชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า นายสมชาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าหมายเลขทะเบียน บมพ 137 กท. ออกจากซอยข้างถนนฝั่งขวา เพื่อจะตัดข้ามถนนไปยังฝั่งซ้าย  โดยไม่ทันมองว่ารถกระบะที่วิ่งมาตามเส้นทางสายหลัก 

ทำให้นายสมชาย ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ชนข้าที่ข้างประตูของรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน ผจ.6196 อุบลราชธานี  ฝั่งคนขับทันที จากร่องรอยพบว่า มีรอยเบรกของรถกระบะเป็นแนวยาว กว่า 20 เมตร 

จากการสอบถามคนขับรถกระบะ เล่าว่า ตนขับรถออกจากตัวเมืองศรีสะเกษ เพื่อจะกลับบ้านที่ จ.อุบลราชธานี  โดยขับมาไม่เร็วมากเพราะช่วงดังกล่าวกำลังมีการปรับปรุงถนน ทำให้ตนเพิ่มความระมัดระวังแล้ว แต่ก็ไม่สามารถเบรกได้ทัน เนื่องจากรถจักรยานยนต์ขับมาชนรถ

โดยตนได้เบรกแล้วแต่ก็ไม่สามารถเบรกทัน เพราะเป็นระยะประชั้นชิด พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโพนเขวา ได้นำรถของกลางไปตรวจสอบที่สถานีตำรวจและ นำตัวคนขับรถกระบะไปสอบสวนเพื่อตามกฏหมาย และได้ประสานญาติผู้เสียชีวิต รับศพเพื่อไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

(ชมคลิป) สาวงามเมืองดอกลำดวน “รำสี่เผ่า” สู้ฝนเปิดมหกรรมวัฒนธรรมสู่อาเซียน

วันนี้ (19 ก.ค.63) นางรำ 4 เผ่า ประกอบด้วย เขมร ส่วย ลาว เยอ จำนวนกว่า 200 คน รำสี่เผ่า อย่างสวยงามทามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ก่อนพิธีเปิดงาน “มหกรรมวัฒนธรรมศรีสะเกษ สู่อาเซียน ประจำปี 2563 ครั้งที่ 6 ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ สภาวัฒนธรรมอำเภอ และเครือข่ายวัฒนธรรม จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ

โดยมี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานในพิธี ลั่นฆอง นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ตีกล้อง นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ตีระฆัง และนายวิทิต กตะศิลา ประธานสภาวัฒนธรรม อ.ราษีไศล เป่าสะไน เปิดงาน โดยกำหนดจัดงานในวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.63 ถึง วันที่ 20 ก.ย.63 ณ บริเวณถนนคนเดินมารีหนองแคน อ.เมือง และในวันอังคารที่ 8 ก.ย.63 ณ บริเวณถนนคนเดิน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษ เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ ประกอบด้วย ลาว เขมร กูย (ส่วย) และเยอ แต่ละชนเผ่ามีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถนำมาสร้างคุณค่าทางสังคม และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 

โดยนำวิถีชีวิตศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างงานและบริการ ก่อให้เกิดรายได้ และคุณค่าทางสังคม การสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ จะเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมเกียรติภูมของประเทศ เสริมสร้างสัมพันธไมตรี เครือข่ายวัฒนธรรม

โดยมีกิจกรรมการแสดงจากต่างประเทศ (ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา) , การแสดงรำ 4 เผ่าไทย (เขมร กูย(ส่วย) ลาว เยอ), การแสดงศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละอำเภอ, การแสดงโปงลางจากสถานศึกษา, การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น จาก 22 อำเภอ, การสาธิตทำอาหารพื้นเมืองศรีสะเกษ จาก 4 เผ่า, และการสาธิตทำอาหารอาเซียน (จีนและญี่ปุ่น)

ด้านนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ถนนคนเดินไม่ได้เป็นแค่เพียงการค้าขายเพียงอย่างเดียว ทำอย่างไรที่เราจะเอาวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ออกมาแสดง ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่ได้มาเดินถนนคนเดินแห่งนี้ ก็จะได้ซึมซับวัฒนธรรมของจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อนักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมก็จะได้รับทั้ง 2 สิ่ง และคาดว่าสิ่งนี้ก็จะเป็นการสร้างมูลค่า ในอนาคตจะทำให้นักท่องเที่ยวสนใจมากยิ่งขึ้น และเดินทางมาเที่ยวถนนคนเดินอีกครั้ง กิจกรรมต่าง ๆ ก็จะหมุนเวียน ผลัดเปลี่ยนมาแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน ซึ่งในการแสดงแต่ละสัปดาห์จะไม่มีซ้ำกัน

จับแล้ว!! หนุมหื่นบีบคอขืนใจยายวัย 66 กลางทุ่งนา

วันนี้ (18 ก.ค.63) จากกรณี นางสวย (นามสมมติ) อายุ 66 ปี ชาวบ้านในอำเภอเมืองศรีสะเกษ เข้าพบ พ.ต.ท. เจษฎาพร รองทอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากที่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ตั้งแต่เมื่อเวลา 21.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา ในเรื่องที่นางสวยถูกชายนิรนามข่มขืนกระทำชำเรา

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ. เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ นำหมายจับของศาลจังหวัดศรีสะเกษที่  จ.246/2563  ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 จับกุมตัว นายนารี  สิงสาทร  อายุ 51 ปี  ที่อยู่ 40  หมู่ที่ 1  ต.พยุห์  อ.พยุห์  กระทำความผิดฐาน“ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้”

หนุ่มหื่นบีบคอขืนใจยายวัย 66 กลางทุ่งนา

หญิงสูงอายุแจ้งตำรวจ ขณะออกไปถอนหญ้าในนาข้าวถูกหนุ่มใหญ่เข้าไปปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่

วันนี้ (18 ก.ค.63) ที่สถานีตำรวจภูธรเมือง จ.ศรีสะเกษ นางสวย (นามสมมติ) อายุ 66 ปี ชาวบ้านในอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้เข้าพบ พ.ต.ท. เจษฎาพร รองทอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากที่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ตั้งแต่เมื่อเวลา 21.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา ในเรื่องที่นางสวยถูกชายนิรนามข่มขืนกระทำชำเรา

นางสวย ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 63 เวลาประมาณ 08.00 น.ขณะที่ตนกำลังถอนหญ้าในนาข้าวของตนเองที่นอกหมู่บ้านนั้น ได้มีชายไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 50-55 ปี ได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้บนถนน แล้วเดินเข้ามาประชิดตัวตนแล้วใช้มือสองข้างบีบคอพร้อมกับกดตัวของตนให้นอนลงในข้าวแล้วดึงกางเกงของตนออก ก่อนที่จะถอดกางเกงของคนร้ายออกแล้วทำการข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ก่อนที่จะสวมใส่เสื้อผ้าเดินไปขี่จักรยานยนต์ที่จอดไว้หนีไป ทำให้ตนได้รับความเสียหาย

ทางด้าน พ.ต.อ. เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งแล้ว พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ เพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืนแล้ว และวันนี้  พงส.พร้อมด้วยชุดสืบสวนได้ลงไปดูที่เกิดเหตุเพื่อหาร่องรอยของคนร้าย ณ เวลานี้ตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับคาดว่าในวันพรุ่งนี้น่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีอย่างแน่นอน.

เก๋งพลิกคว้ำ สวมทะเบียนปลอมขนยาเสพติด

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญของสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ พบมีการสวมทะเบียนรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ที่ลานหน้าสถานีตำรวจภูธรเมือง จังหวัดศรีสะเกษ พลตำรวจตรี คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สันติ เหล่าประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ นายณรงค์ อิสมาแอล หัวหน้าฝ่ายทะเบียนรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ และผู้แทนของนายสมเกียรติ สีขาว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญของสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ

การจับกุมคดียาเสพติดครั้งนี้ ได้ผู้ต้องหา 1 คน คือนายอมร ผิวเกลี้ยง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 6 ตำบลบางพระ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 59 มัด (118,000 เม็ด) ยาไอซ์ 1,325 กรัม อาวุธปืน ยี่ห้อ CZ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวน 62 นัด รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนชฮ-8248 กรุงเทพมหานคร  1  คัน ถุงหิ้วพลาสติก makro สีแดง จำนวน 1 ถุง                    

บัตรประจำตัวประชาชน นายอมร ผิวเกลี้ยง จำนวน 1 ใบ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ นายอมร ผิวเกลี้ยง จำนวน 1 ใบ บัตร เอทีเอ็ม ธนาคาร ไทยพาณิชย์ หมายเลข  หลังบัตรระบุชื่อ กานต์สินี ทัตหวาด  จำนวน 1 ใบ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO สีขาว จำนวน 1 เครื่อง                   

พลตำรวจตรี คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการขนยาเสพติดจำนวนมากผ่านมาในพื้นที่ จึงได้วางกำลังซุ่มดูอยู่ตามเส้นทางต่างๆ คอยสังเกตรถยนต์ตามที่ได้รับรายงาน จนกระทั่งเช้าวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข  ชฮ-8248 กรุงเทพมหานคร ขับมาจากทางอำเภอพยุห์  มุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองศรีสะเกษ ลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ขับรถติดตามอย่างกระชั้นชิด และได้ขับรถเข้าไปประกบข้างกับรถยนต์ของผู้ต้องหาเพื่อจะแสดงตัวเข้าทำการตรวจค้นจับกุม ปรากฏว่า ผู้ต้องหารู้ตัวจึงได้เร่งความเร็วขับหลบหนีโดยใช้ความเร็วสูง ขับหลบหนีไป

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวต่อว่า รถของคนร้ายวิ่งเร็วจนเสียหลักชนกับเกาะกลางถนนและป้ายจราจรรถพังเสียหาย ที่บริเวณหน้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 29 ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ พบคนขับเดินออกมาจากรถยนต์ยืนอยู่ข้างถนนที่เกิดเหตุลักษณะท่าทางมีพิรุธ จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้นตัวไม่ยอมให้ตรวจค้นและได้วิ่งขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับรถยนต์ ซึ่งเป็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะขับหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปเพื่อจะควบคุมตัวและดึงลงมาจากรถ แต่นายอมรได้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ชกต่อย และใช้ปากกัดจนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ

จนกระทั่งจับกุมตัวไว้ได้ ตรวจค้นตัว อาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม. อีก 62 นัด และได้ไปทำการตรวจค้นรถยนต์ที่จอดเสียหายอยู่ริมถนนสายเลี่ยงเมืองศรีสะเกษ พบยาบ้าจำนวน 59 มัด  และยาไอซ์อีก 1,325 กรัม รวมมูลค่าประมาณ  3,300,000  บาท ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ

นายณรงค์ อิสมาแอล หัวหน้าฝ่ายทะเบียนรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ ได้ทำการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถแล้วพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม ตรวจสอบทะเบียนรถยนต์ ชฮ-8248  กรุงเทพมหานคร ที่ผู้ต้องหาขับขี่มามีชื่อ นางสาวกานดา มาสวัสดิ์ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

โดยนางสาวกานดา ยืนยันว่ารถยนต์หมายเลขทะเบียน ชฮ-8248  กรุงเทพมหานคร นี้เป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น แอคคอร์ด สีดำ จอดอยู่ที่บ้านพักของตนเอง ซึ่งเป็นรถยนต์คนละคันกับคันที่ผู้ต้องหาขับขี่มา น่าเชื่อว่ารถยนต์ของผู้ต้องหาเป็นรถยนต์ที่สวมทะเบียนมาใช้ก่อเหตุ ส่วนรถคันที่นายอมรขับมาจากการตรวจสอบเลขตัวรถแล้วมีเจ้าของและทะเบียนรถอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจะได้ทำการพิสูจน์ทราบต่อไป

ขณะนี้ ผู้ต้องหายังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ต้องรอให้หมออนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลก่อนจึงจะนำตัวมาสอบสวน พร้อมกับเตรียมแจ้งข้อหาในความผิดฐาน มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน

พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ต่อสูขัดขวางโดยใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานผู้ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม (แผ่นป้ายทะเบียนปลอม) และจะได้สืบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการนำมาดำเนินคดีต่อไป.