ศรีสะเกษ กระบะออกจากซอยไม่ทันระวัง”บิ๊กไบค์”พุ่งชนได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (31 พ.ค. 63) ร.ต.อ.ณธรรม์ภพ วาโย พงส.สภ.โพนเขวา ได้รับแจ้งเหตุเกิดอุบัติเหตุรถจักรยายนต์ชนกับรถกระบะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปที่เกิดเหตุช่วงถนนทางหลวงหมายเลข 226 สศรีสะเกษ – อุบลราชธานี ช่วง ต.หนองแก้ว อ.เมืองศรีสะเกษ

พบรถ จยย.บิ๊กไบค์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กด 7762 ศรีสะเกษ ตกลงข้างถนน ห่างกันพบรถกระบะสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บธ 8975 ศรีสะเกษ หน่วยกู้ชีพ รพ.ศรีสะเกษ นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาตัวที่ รพ.ศรีสะเกษ ทราบชื่อในเวลาต่อมา นายปัณณรุจน์ วุฒิวิทยาสิทธิ์ อายุ 18 ปี ชาว ต.ดูน อ.กันทรารมย์

นายสวัสด์ ศรีอ่อน อายุ 56 ปี ชาว ต.หนองหมี อ.ราษีไศล คนขับรถกระบะ เล่าว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถกำลังจะเข้าตัวเมืองศรีสะเกษ และเลี้ยวขวาออกมาจากทางเข้าหมู่บ้าน ก็เห็นรถจักรยานยนต์คันนี้ ขับอยู่ไกลๆ แต่ไม่คิดว่าจะชนกันได้

ศรีสะเกษ เตือนภัยกลโกงมิจฉาชีพ ส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง

เตือนภัยกลโกงมิจฉาชีพ ส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง ผู้เสียหายเข้าแจ้งความหลังพบว่ากลายเป็นกล่องเปล่า

วันนี้ (31 พ.ค.63)  ผู้สื่อข่างรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ  อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  นายเกษชนะ บุณยกรธนาธิป  อายุ  45  ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/14 ถนนวิจิตรนคร  ต.เมืองเหนือ  อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ   นำหลักฐานการได้รับพัสดุปริศนา จากบริษัท ขนส่ง แห่งหนึ่ง เมื่อ 2 วันก่อน เข้าพบ  พ.ต.ท.ยุทธนา  ดวงกล้า  พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เพื่อแจ้งความเป็นหลักฐาน

นายเกษชนะ  เล่าว่า เมื่อ 2 วันก่อน ตนได้รับพัสดุปริศนา จากพนักงานขนส่ง แห่งหนึ่ง ซึ่งก็งงว่า ตนไม่ได้สั่งสินค้าในช่วงนี้ และอีกอย่างเป็นสินค้าเก็บเงินปลายทางจำนวน 750  บาท โดยตนก็มั่นใจว่า ไม่ได้สั่งสินค้าในช่วงนี้อย่างแน่นอน จึงได้ให้พนักงานเคอรี่เป็นพยาน พร้อมทั้งแกะสินค้าพร้อมกับ พนักงานทันที โดยบอกว่า หากเป็นสินค้าที่ตนสั่งจริงหรือ อาจสั่งนานแล้วซึ่งก็อาจจะลืม

ตนจะยอมจ่ายเงินให้ แต่หากเป็นสินค้าที่ไม่ได้สั่งจะไม่จ่ายเงินปลายทาง  หลังจากการแกะสินค้าออกตนก็ตกใน พนักงานส่งของ ก็ตกใจ กลายเป็นว่าสินค้าเป็นกล่องเปล่า จากนั้นตนก็ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน พนักงานขนส่ง ก็เอากล่องพัสดุกลับไปบริษัท สาขา ศรีสะเกษ โดยที่ตนยังไม่ได้จ่ายเงิน แต่อย่างใด

ภายหลังได้ปรึกษากับหลายคน จึงได้ตัดสินใจนำหลักฐานเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของพัสดุ เพื่อให้เตือนภัยและเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนชอบสั่งสินค้า ออนไลน์ ซึ่งต้องตรวจสอบร้านจำหน่ายของผู้ขายให้ดีก่อนจะทำการสั่งซื้อ 

นายเกษชนะ  ยังบอกว่า หลังจากตนได้รวบรวมหลักฐาน ชื่อที่อยู่ของ ผู้ส่งสินค้าแล้ว ได้เดินทางไปยังสาขาของบริษัทขนส่ง เพื่อขอรายละเอียดผู้ส่งด้วย เพราะทราบว่า ในการส่งสินค้าทุกครั้งบริษัท จะให้ผู้ส่งสินค้าเสียบบัตรประจำตัวประชาชนด้วย ซึ่งพบว่ามีชื่อขึ้นเป็น ภาษาอังกฤษคือ  MOMMY J  ที่อยู่ของผู้ส่ง คือ 231 หมู่ 13  ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร  จ.ลำปาง  หมายเลขโทรศัพท์ ที่ติดอยู่ข้างกล่องคือ 087-8435105  โดยต้นทางส่งมาจาก สาขาจังหวัดเชียงใหม่ 

หลังจากนั้น ตนก็เอาหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ลองค้นในระบบแอพพลิเคชั่นไลน์ พบว่า มีรูปขึ้นเป็นผู้หญิงวัยกลางคน  แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ เจ้าของพัสดุดังกล่าวเพื่อเตือนภัย เป็นอุทาหรณ์สำหรับ ผู้ที่จะตกเป็นเหยื่อ สินค้าเก็บเงินปลายทาง ต่อไป 

ศรีสะเกษ ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น โจรแสบขโมย จยย.

วันนี้ (31 พ.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟสบุ๊คชื่อว่า Phonsathorn Saetia ได้โพสข้อความ ตามหารถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า มีโอ 125 GT สีแดงดำ รุ่นใหม่ พร้อมลงรูปภาพรถ และภาพจากจากล้องวงจรปิด ที่คนร้ายขับขี่หนีจากสวนสาธารณะ หนองกวางดีด เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 เวลา ประมาณ 17.20 น. ที่ผ่านมา

 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายพงศธร  แซ่เตีย  เจ้าของโพสดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า หลังจากที่จอดรถจักรยานยนต์ ไว้ที่สวนสาธารณะ ดังกล่าวและได้ล๊อคกุญแจ อย่างดี แต่ได้เอาทรัพย์สินบางอย่าง เก็บไว้ใต้เบาะรถ  พอตัวเองกลับออกจากวิ่งก็ไม่พบรถจักรยานยนต์  จึงได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงพบว่า มีคนขับขี่รถไปอย่างหน้าตาเฉย 

นายพงศธร  เชื่อว่าต้องเป็นคนใกล้ชิด และทราบด้วยว่าตนได้เก็บทรัพย์สินสำคัญ ไว้ใต้เบาะ รวมทั้งสามารถสตาร์ทรถ และขับขี่ไปอย่างง่ายดาย จึงได้ตั้งรางวัลนำจับ สำหรับผู้พบเห็น รถจักรยานยนต์ คันดังกล่าว พร้อมทั้งนำรถมาคืนและทรัพย์สินครบทุกรายการ จะให้เงินทั้งหมด 50,000 บาท  ซึ่งหากใครพบเห็นสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0945014422  ได้ตลอดเวลา

ตร.ศรีสะเกษ โชว์ผลงานจับยาบ้ากว่า 5 แสนเม็ด

ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษจับกุมเครือข่ายยาบ้ารายใหญ่ได้ผู้ต้องหา 4 คน ยาบ้าเกือบ 5 แสนเม็ด ยึดทรัพย์สินกว่า 4 ล้านบาท

วันนี้(27 พ.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรนำเกลี้ยง พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3 นายณรงค์ วรหาญ ผอ.ปปส.ภาค 3 นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต. สันติ เหล่าประทาย ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาบ้ารายใหญ่ ในพื้นที่ อ.นำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ โดยสามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน ยาบ้า 79 ห่อ รวมทั้งสิ้น 474,000 เม็ด และยึดทรัพย์สินผู้ต้องหารได้ทั้งหมด กว่า 4 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวในพื้นที่ มีขบวนการค้ายาบ้ารายใหญ่ จึงได้วางแผนเพื่อจับกุม ในกลางดึกของวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 พ.ต.อ.ก​ฤ​ษณ์​  พรม​ดี​ ผกก.สส.ภ.จว.ศรีสะเกษ​ พร้อมด้วย​ พ.ต.ท. นิสิทธิ์  พิมวัน รอง ผกก.สส.ภ.จว.ศรีสะเกษ นำกำลังชุดสืบสวน เข้าสังเกตุพฤติกรรมจนกระทั่งพบมีชาย 2 คน ถือไฟฉายมาในพื้นที่เป้าหมาย บริเวณ ป่าดงบก หลังโรงเรียนโนนสว่างหมู่ 6 ต.เขิน อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ

จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ทราบชื่อต่อมาคือ นายทองจันทร์ หรือทอง แสงสุตา อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 65 ม.4 บ้านเขิน ต.เขิน อ.น้ำเกลี้ยง และ นายวิลัย หรือวิ ศรีนอคำ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 160 ม.5 บ้านโพนสูง ต.หนองฮาง อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพ ว่ารับจ้างมาขนยาบ้าในพื้นที่แห่งนี้ เท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของแต่อย่างใด

จากการขยายผลสามารถจับผู้ต้องหาได้อีก 2 คน โดยตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ รวมทั้งยืนยันหน้าตาของ ผู้ต้อง และได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดศรีสะเกษ ทราบชื่อคือ นายพงษ์ศักดิ์ หรือ ใหม่ ตะวังทัน และนายวิทยา หรือเตี้ย แก้ววงษา ต่อมา พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการออกตรวจพื้นที่ ในรัศมีอำเภอน้ำเกลี้ยง จำนวน 8 เป้าหมาย

ทั้งฟาร์มเลี้ยงไก่ชนของนายพงษ์ศักดิ์ หรือ ใหม่ ตะวังทัน ผู้ต้องหา ตลอดจนทรัพย์สินต่างๆ ของภรรยาและเครือญาติเป็นต้นว่า รถยนต์ ซีวิค , รถไถนา , โฉนดที่ดิน ,สร้อยคอทองคำ ,สร้อยข้อมือ ,โน๊ตบุ๊ค ,โทรศัพท์ รวมทรัพย์สินที่ตรวจยึดรวม 72 รายการ มูลค่าประมาณ 4,055,430 บาท

ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินในเครือข่ายทั้งหมดเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบยึดทรัพย์ เพราะถือเป็นเป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่สุดที่เคยถูกจับมา

(ชมคลิป) นาทีชุดเคลื่อนที่เร็ว ผวจ.ศรีสะเกษ บุกจับเซียนพนันหลังตั้งวงเล่นโบก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 นายปรีชา ส่งเสริม หัวหน้าผู้ประสานงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.) จังหวัดศรีสะเกษ และ นายนิธิโรจน์ แก้วเหลา รองผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดศรีสะเกษที่ 2

นำกำลังสมาชิกอาสารักษาดินแดนจังหวัดศรีสะเกษที่ 2 ซึ่งเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ สมาชิกอาสารักษาดินแดนอำเภอกันทรลักษ์ ที่ 9 เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรกุดเสลา เข้าตรวจสอบที่ป่ายางพาราด้านทิศเหนือ บ้านคำเตย หมู่ที่ 10 ตำบลกุดเสลา อำเภอกันทนลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

หลังจากทราบว่ามีกลุ่มนักพนันลักลอบเล่นเบี้ยโบกกันอยู่จำนวนมาก เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเล่นการพนันเบี้ยโบกจริง จึงจู่โจมเข้าจับกุมพบนักพนันกว่า 50 คน แอบลักลอบเล่นการพนันกันอย่างเมามัน จึงเข้าทำการจับกุม ได้ผู้ต้องหา 20 คน พร้อมของกลางอุปกรณ์การเล่นพนันเบี้ยโบก 1 ชุด เงินสด 40 บาท

สืบเนื่องจากได้มีพลเมืองดีได้ร้องเรียนไปยังนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ว่ามีการแอบลักลอบเล่นการพนันเบี้ยโบกที่ป่าดังกล่าวเป็นประจำ เป็นการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ป้องกันโรคโควิด 19 ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงสั่งการให้นายปรีชา ส่งเสริม หัวหน้าผู้ประสานงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.) จังหวัดศรีสะเกษ นำเข้ากำลังจับกุม จนกระทั่งจับนักพนันได้ดังกล่าว ซึ่งที่เกิดเหตุห่างจากสถานีตำรวจภูธรกุดเสลา ประมาณ 3 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนันเบี้ยโบกโดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้ามือ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย และ ทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกันในสถานที่แออัดโดยฝ่าฝืน พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกุดเสลา ดำเนินคดีต่อไป.

ศรีสะเกษ กระบะหักหลบเสียหลักชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนสายศรีสะเกษ-กันทรลักษ์ ต.โพนข่า อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เกิดอุบัติเหตุรถกระบะตกข้างทางไม่พบคู่กรณี หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลศรีสะเกษเข้าช่วยเหลือ คนขับติดภายในรถกระบะ เป็นคนขับ ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกนิวัฒน์ ปัญญาคม อายุ 37 ปี ชาวตำบลทุ่ม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเร่งนำส่งโรงพยาบาลศรีสะเกษเพื่อทำการรักษา ต่อมาทราบว่านายเอกนิวัฒน์ มีการอาการบาดเจ็บสาหัส อวัยวะภายในเสียหายเกือบทั้งหมด แพทย์ได้ทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่ผู้ประสบเหตุ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า นายเอกนิวัฒน์ ได้ขับรถออกจากบ้าน กำลังจะมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง พอถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางสามแยกระหว่างถนนสายหลักไปยังหมู่บ้าน มีรถเก๋งคันหนึ่ง ขับออกจากทางแยกพุ่งขึ้นไปยังช่องฝั่งทางด้านขวา เป็นเหตุให้นายเอกนิวัฒน์ ที่ขับอีซูซุดีแมกซ์ สีขาว หมาเลขทะเบียน กฉ 4508 ศรีสะเกษ หักหลบอย่างกระทันหัน ทำให้รถเสียหลักล้อหน้าขวาบิด สบัด รถพุ่งตกข้างทางไปชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูง

ร.ต.ท.ญ. ยลยุพา ลานนท์ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธร สภ.เมืองศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าในที่เกิดเหตุไม่มีคู่กรณี พร้อมทำตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ โดยได้ประสานญาติให้ รับศพนายเอกนิวัฒน์ ไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

พายุถล่มศรีสะเกษ โค่นต้นทุเรียนภูเขาไฟลูกร่วงเกลื่อนพื้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเหตุให้สวนทุเรียนภูเขาไฟถูกลมพายุพัดต้นหักโค่น ลูกทุเรียนที่แก่ใกล้จะได้เก็บขายก็ถูกลมพายุพัดร่วงหล่น ต้นเงาะหักโค่น ที่บ้านหนองเก่า หมู่ 8 และบ้านซำขี้เหล็ก ตำบลพราน

เสียหายกว่า 5 ตัน มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 7 แสนบาท ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนัก เจ้าหน้าที่เร่งออกสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือ.

ตร.อุทุมพรพิสัย รวบหนุ่มขึงลวดหนามขวางถนน อ้างทำไปเพราะความเมา

วันนี้ (23 พ.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย พ.ต.ท.กิตติศักดิ์  คำเครื่อง  รอง ผกก.(สส.) สภ.อุทุมพรพิสัย  จ.ศรีสะเกษ นำชุดสืบสวน เข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุขึงลวดหนามขวางถนนบริเวณหน้าบ้านตัวเอง จนเป็นเหตุให้มีชาวบ้านขับรถผ่านมาถูกลวดหนามเกี่ยวที่บริเวณคอ รถจักรยานยนต์เสียหลัก ล้มไถลไปไกลกว่า 10 เมตร

เหตุเกิดที่ บ้านหนองยาง หมู่ 6 ต.ขะยูง  อ.อุทุมพรพิสัย  จ.ศรีสะเกษ  เมื่อเวลา  21.30  คืนที่ผ่านมา  ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย นานกว่า 5 ชั่วโมง ทราบชื่อต่อมาคือ นายวิทยา  สืบราช  อายุ  34  ปี  อยู่บ้านเลขที่  234  ม.6 ต.ขะยูง ซึ่งเป็นบ้านจุดเกิดเหตุพอดี 

หลังจากได้สอบปากคำผู้เสียหาย และพยานแวดล้อม หลายปาก ทราบว่าเมื่อช่วงเกิดเหตุ เพื่อนของผู้เสียหายได้เข้าไปเรียกขอความช่วยเหลือบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเปิดไฟอยู่ในบ้าน แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทำให้ตำรวจชุดสืบสวน สงสัยจึงได้เข้าไปควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยดังกล่าวมาสอบปากคำ  

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เกิดอาการมึนเมาสุรา และขาดสติไม่ได้มีเรื่องกับใคร และไม่ได้มีเรื่องหรือปัญหาขัดแย้งกับผู้เสียหายแต่อย่างใด ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  จึงได้ยอมรับความกับการกระทำของตนเองเมื่อคืนที่ผ่านมา 

พ.ต.ท.กิตติศักดิ์  คำเครื่อง  รอง ผกก.(สส.) สภ.อุทุมพรพิสัย  พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย ได้นำตัวนายวิทยา  ไปชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ  ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ  บริเวณหน้าบ้านของนายวิทยา  

ด้านนางหนู สืบราช ผู้เป็นแม่ ยอมรับว่าเสียใจกับพฤติกรรมของลูกชาย ซึ่งตนไม่มีเงินประกันตัวลูกชาย ก็คงให้เป็นไปตามกระบวนการของกฏหมาย  พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายวิทยา  พยายามฆ่าผู้อื่น โดยแม่ของนายวิทยา จะเข้าพูดคุยกับ ญาติผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บ  จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เพื่อรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล เบื้องต้นต่อไป 

(ชมคลิป) วัยรุ่นศรีสะเกษถูกลวดหนามขึงกลางถนน ขับจยย.ผ่าน คอหวิดขาด

ผู้ใช้บัญชีเฟชบุ๊กส่วนตัวซื่อว่า นนท์ เอ้ยฯ ได้โพสต์ข้อความว่า“เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22/05/2563 เวลา 21:23 น. ทางออกบ้านหนองยาง-กระเบา มีคนขึงรวดหนามไว้กลางถนน เพื่อนผมขับรถนำหน้า ตัวผมขับตามหลัง ทำให้เพื่อนผมรถล้ม ก่อนเกิดเหตุมีวัยรุ่นตะโกนเรียกเเล้วทำให้เพื่อนผมหันไปมองทำให้ไม่เห็นรวดที่ขึงไว้กลางถนน ร้องเรียกคนเเถวนั้นให้ช่วยก็ไม่มีใครออกมาดู” พร้อมรูปภาพ หลังจากได้โพสต์ออกไปทำให้มีคนเขามาแสดงความคิดเห็นในด้านที่ไม่เหมาะสมต่อการกระทำของคนขึงลวดหนาม
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (23 พ.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนนทกานต์ ป่านมิ่ง อายุ 19 ปี เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนว่า ตนและเพื่อนๆ รวม 4 คน กำลังขับรถจักรยานยนต์กลับจากร้านหมูกระทะในตัวเมืองศรีสะเกษ น.ส.สุธิตา ขับมาคนเดียว พอมาถึงที่เกิดเหตุ มีกลุ่มวัยรุ่นตะโกนเรียกให้ความสนใจ ทำให้มองไม่เห็นลวดหนาม เพื่อนที่ขับรถนำหน้าโดนลวดหนามเกี่ยวรถเสียหลักล้มกลางถนนไถลไปไกลกว่า 10 เมตร
น.ส.สุธิตา แถวทัศน์ อายุ 19 ปี ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ บอกว่า ตนขับรถมามีเสียงผู้ชายตะโกนเรียก ตนจึงมองกลับไปดูไม่เห็นใครเพราะปิดไฟมืด แต่พอหันกลับมาอีกทีรถก็ล้มแล้ว ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่แขน และคอ
จากนั้นได้แจ้งไปยัง 1669 ให้มารับตัวเพื่อนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย โดยในช่วงสายของวันนี้  ผู้เสียหาย และกลุ่มเพื่อนจะเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย ต่อไป

สาวศรีสะเกษปฏิเสธไม่ได้หนีแค่ประชด ยืนยันจะฟ้องกลับ

หนุ่มสุรินทร์ แจ้งความอ้างโดนสาวศรีสะเกษ หลอกหอบเงินทองหมั้นหนีไปอยู่กับแฟนเก่าที่กรุงเทพ วันนี้นัดเผชิญหน้า สาวปฏิเสธไม่ได้หนีไปไหน แค่ประชด เพราะไม่อยากไปอยู่บ้านฝ่ายชายหลังแต่ง ยืนยันจะฟ้องกลับ

วันนี้ (21 พ.ค.63) ที่ สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ร้อยตำรวจเอก เอกภูมิ พลศักดิ์ ร้อยเวรสอบสวนเจ้าของคดี กรณีที่ นายธีรพงษ์ แต้วทอง อายุ 38 ปี หนุ่มสุรินทร์ อยู่บ้านเลขที่ 11/4 หมู่ที่ 7 ตำบลตรึม อำเภอศรีขรภูมิ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มาแจ้งความว่าตนเองถูกสาวศรีสะเกษ หลอกเอาเงินสินสอดทองหมั้น หมายจะแต่งงาน โดยอ้างว่าฝ่ายสาวหอบเงินหนีไปอยู่กับสามีเก่าที่กรุงเทพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกหมายเรียกฝ่ายหญิง ซึ่งก็คือ นางสาวภัคฐิชา ทองทวี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 บ้านกอก หมู่ที่ 3 ตำบลหนองแก้ว อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ มาเจรจากันในบ่ายวันนี้ ผลปรากฎว่าทั้งสองฝ่ายได้เดินทางมาตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมาย แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมที่จะเจรจากันเอง

นางสาวภัคฐิชา ทองทวี กล่าวว่า ยืนยันที่จะแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ที่ทำให้ตนเสียหาย และตนเองไม่ได้หนีไปอยู่กรุงเทพกับสามีเก่าแต่อย่างไร ที่พิมพ์ไปเช่นนั้นเพื่อตัดความรำคาญและทำไปเพื่อประชด เพราะเขายื่นคำขาดว่า หากแต่งงานกันแล้ว ขอให้ไปอยู่อาศัยที่บ้านเขา แต่ตนมีน้อง ๆ ตายาย และร้านขายของที่จะต้องดู จึงมีปัญหาทะเลาะกัน

ด้าน นายธีรพงษ์ แต้วทอง กล่าวว่า ตนก็ขอให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และให้รอดูหลักฐาน ตนยืนยันไม่ได้โกหก ตนพูดความจริง ตนเองก็ไม่อยากจะพูดอะไร ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป