6 กิจการคลายล็อค 3 พ.ค. แต่ยังห้ามขายเหล้า

จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมประชุมรับฟังแนวทางการปฎิบัติราชการภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน

 

          วันที่ 30 เมษายน 2563 นายวัฒนา  พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยในการร่วมประชุมชี้แจงแนวทางปฏิบัติราชการภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล จากห้องประชุมราชสีห์  ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจหน้าที่โดยใช้ พ.ร.บ. โรคติดต่อเป็นกรอบอำนาจในการดำเนินการ อย่างไรก็ตามการออกคำสั่ง ประกาศใด ๆ ต่อจากนี้ไป ให้รอมาตรการหลักจากกระทรวงมหาดไทย เป็นกรอบแนวทางการออกประกาศ คำสั่ง ที่จะประกาศใช้ในวันที่ 3 พ.ค. 63 อย่างไรก็ตาม มติ ศบค. มีกรอบในการดำเนินการ 7 ประการ คือ

 

1.ขยายประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปถึงวันที่ 31 พ.ค. 63

  1. ยังคงดำรงประกาศเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 22.00 น ถึง 04.00 น ออกไป 1 เดือน
  2. ยังคงควบคุมการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
  3. ยังคงจำกัดการบินเข้าของสายการบินระหว่างประเทศ โดยอนุญาตให้บินเฉพาะสายการบินบางประเภท
  4. ยังคงงด หรือชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด โดยไม่มีเหตุจำเป็น
  5. ยังคงแนวทางการทำงานที่บ้าน
  6. เข้มงวดไม่ ให้ประชาชน เข้าไปยังสถานที่ซึ่งมีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกัน หรือเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด

แนวทางที่จะดำเนินการก่อนถึงมาตรการการผ่อนปรน มี 3 ประการ คือ

  1. ศบค.กำหนดการผ่อนปรน โดยกำหนดมาตรฐานกลางของแต่ละกิจกรรม ให้ทุกพื้นที่ยึดถือปฏิบัติ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กำหนดรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้แต่ละจังหวัดสามารถมีมาตรการเข้มข้นกว่าได้ แต่จะน้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้
  2. แนวทางการดำเนินการจะต้องคำนึงถึงปัจจัยทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก โดยนำปัจจัยด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ มาใช้ประกอบการพิจารณา
  3. ให้ยึดข้อกำหนดที่พูดถึงมาตรการการป้องกันโรคซึ่งมี 6 ประการ ในเรื่องของการให้ทำความสะอาดพื้นที่ การให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ ผู้มีส่วนร่วมกิจกรรมต่าง ๆ สวมหน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยสบู่ หรือการเว้นระยะในการนั่ง การควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่น ติดตามตัวได้

ในส่วนของมาตรการผ่อนปรน ระยะที่ 1 โดยมีเป้าหมายเริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 พ.ค. 63 มีทั้งหมด 6 กิจกรรม ในเรื่องของตลาด ร้านจำหน่ายอาหาร กิจกรรมค้าปลีกค้าส่ง  กีฬาสันทนาการ  ร้านตัดผมเสริมสวย และกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งทั้ง 6 กิจกรรม ได้วางกรอบมาตรหลัก และมาตรการเสริม ซึ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางจังหวัด อำเภอ ท้องที่ ท้องถิ่น ไปดำเนินการ

 

     ทั้งนี้ในช่วงระยะเวลา ก่อนถึงวันที่ 3 พ.ค. 63 นี้ ให้จังหวัด ใช้ประกาศ คำสั่งเดิมที่ประกาศไว้ไปก่อน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

จับหนุ่มเขมรลอบตัดไม้พะยูง

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา จับชาวกัมพูชา 3 คนลอบเข้ามาตัดไม้ในเขตไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 29 เมษายน 2563 ที่บริเวณป่าทางทิศตะวันออกพลาญไผ่ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าฝั่งขวาห้วยศาลา” ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชาประมาณ 2 กิโลเมตร ท้องที่ตำบลกันทรอม  อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นายสาธิต พันธุมาศ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์ป่าที่ 3 ชุดลาดตระเวน ร่วมกันจับกุมชาวกัมพูชา 3 คน

ประกอบด้วย 1. นายฮวน เพียะ อายุ 42 ปี 2. นายชัน ชอม อายุ  36 ปี และ 3.นายกุน รุน อายุ 26 ปี ทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา พร้อมของกลาง ไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน  3  เหลี่ยม ปริมาตร 0.15 ลูกบาศก์เมตร ขวาน 1 เล่ม หัวไฟคาดศีรษะ 3 อัน เปลนอน จำนวน 1 ผืน เหล็กดัดฟันเลื่อย 1 อัน ผ้าห่ม จำนวน 2 ผืน อุปกรณ์เสพยาไอซ์ มีถุงซิปพลาสติกใสบรรจุยาไอซ์ 1 ถุงมีเศษยาไอซ์เหลือติดก้นถุงเล็กน้อย หลอดไม้ไผ่ 1 อันไฟแช็ค 1 อัน จากการตรวจปัสสาวะพบว่า นายฮวนและนายกุนมีผลเป็นบวก 

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11,48 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 53,55(5) ข้อหา พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พรบ. ยาเสพติด ฯ และฝ่าฝืน พรก.ฯฉุกเฉิน 2548 ออกนอกเคหสถานระหว่าง 22.00 น. – 04.00 น.

เนื่องจากผู้ต้องหาข้ามชายแดนเข้ามาทำไม้ในป่าตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2563 อยู่ในป่าตลอด เช้าวันที่ 29 เมษายนจึงพากันแบกไม้เดินทางกลับ ทั้งหมดให้การรับสารภาพจึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกันทรอมดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.

มอบความรักสู่ครอบครัวคุณธรรม สู้โควิด-19

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ มอบความรัก ความอบอุ่นสู่ครอบครัวคุณธรรม ในสถานการณ์โควิด 19 ส่งต่อกำลังใจ ร่วมสร้างอัตลักษณ์ไทย มีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

วันที่ 29 เมษายน 2563 นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่ชุมชนคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร มอบข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามโครงการเดินตามรอยพระราชา ส่งต่อกำลังใจ ร่วมสร้างอัตลักษณ์ไทยมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูล

โดยได้เดินทางไปที่ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านหนองสรวง ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ มอบข้าวของเครื่องใช้ จำนวน 2 ราย, ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านโพนงาม ตำบลตะดอบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จำนวน 1 ราย และไปที่ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านไผ่ล้อม ตำบลตะดอบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ เยี่ยมมอบกำลัง ข้าวของที่จำเป็น จำนวน 3 ราย พร้อมสอบถามถึงการรายได้ ในสถานการณ์โควิด19 ชณะนี้ ได้รับคำตอบว่า อายุมากไม่มีใครจ้าง แถมลูกหลานที่เคยมีรายได้จากการขายแรงงาน วันนี้หมดงานโรงงานหยุด

นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ในนามของสภาวัฒนธรรม และวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เรามีความมุ่งมั่นในการที่จะสนับสนุนให้ทุกคนมีคุณธรรมในชีวิต เราพยายามที่จะมีกิจกรรมส่งเสริมคนดีศรีสะเกษ เพื่อประกาศให้สังคมทั่วโลกได้รับรู้ว่า คนดีควรได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติยศ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่สังคม วันนี้คนที่ปิดทองหลังพระจะต้องได้รับการรับรู้จากบุคคลทั่วไป และเมื่อยามที่เขาลำบาก เขาชราอายุมาก สังคมจะต้องยื่นมือเข้าไปให้การช่วยเหลือ

ผู้ว่าฯศรีสะเกษ จ่อยืดเวลาห้ามขายเหล้า(มีคลิป)

วันนี้ (29 เม.ย.63) นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เรื่องการจำหน่ายสุรา จังหวัดศรีสะเกษได้ประกาศงดจำหน่ายถึงวันที่ 30 เม.ย.63 โดยรัฐบาลอยากให้ทุกจังหวัดทำเป็นแนวทางเดี่ยวกัน ซึ่งต้องรอสัญญาณจากส่วนกลางว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร ส่วนร้านค้า สถานประกอบการ ร้านเสรอมสวย ร้านตัดผม ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า จะให้คลี่คลาย แต่ต้องมีการจัดระเบียบ

นายกชวาลย์ แจกข้าวสารไข่ไก่สู้วิกฤตโควิด-19

นายกเทศมนตรีตำบลปรางค์กู่ ควักกระเป๋าช่วยบรรเทาชาวบ้านเดือดร้อนโรคโควิด 19 เกือบ 4 แสนบาท  ชื้อข้าวสารไข่ไก่แจกชาวบ้าน

วันนี้ (28 เม.ย.63) นายชวาลย์  ทองสังข์  นายกเทศมนตรีตำบลปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ  ได้เล็งเห็นความยากลำบากของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส Covid 19  เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน จึงได้ควักทุนตัวเองเกือบ 4 แสนบาท จัดซื้อข้าวสารเกรด A ถุงละ  5 กก. พร้อมไข่ 1 ถาด นำไปมอบให้พี่น้องในเขตเทศบาลตำบลปรางค์กู่  จำนวน 1,200.- ครัวเรือน จำนวน 10 ชุมชน

โดยมีนายเทเวศร์  มีศรี นายอำเภอปรางค์กู่  เป็นประธานในการมอบถุงยังชีพครั้งนี้  นับเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และ ให้กำลังในการร่วมต่อสู้กับโรคโควิด 19 ไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งกัน  เนื่องจากการออกหาจับกบจับเขียดตอนกลางคืนตามวิถีชาวบ้านในชนบท มีข้อจำกัดเรื่องเวลาตามประกาศเคอร์ฟิวส์          

สำหรับการรับมอบถุงยังชีพทั้ง 10 ชุมชนนั้น ได้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอปรางค์กู่ และ อสม. มาตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมฉีดเจลแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้มารับถุงชีพทำตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล และ จังหวัดศรีสะเกษ  โดยให้เข้าแถวอห่างกัน  2  เมตร  และ สวมหน้ากากอนามัยทุกคน …

หลวงพี่เมาหงส์!! ซิ่งกระบะฝ่าเคอร์ฟิว

หลวงพี่เมาหงส์!! ซิ่งกระบะฝ่าเคอร์ฟิวโดนจับสึกดำเนินคดีข้อหาหนัก

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 27 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษได้รับแจ้งจากชาวบ้าน มีพระสงฆ์ดื่มเหล้ากัน และขับรถยนต์ฝ่าช่วงเวลาเคอร์ฟิว ที่หมู่บ้านก้านเหลือง ต.หมากเขียบ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ พ.ต.ท.สุรพงศ์ วรพิมพ์รัตน์ รองผกก.ป.สภ.เมืองศรีสะเกษ พ.ต.ต.ขจรศักดิ์ เสถียร สวป.สภ.เมืองศรีสะเกษ มอบหมายให้ ร.ต.อ.มหานิยม นิยม รอง สวป.สภ.เมืองศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พบกับ พระ 2 รูป คือ พระวิสันต์ สุดทวี อายุ 39 ปี และ พระอัครเดช จันโมคา อายุ 31 ปี ขับรถ

โดยพระวิสันต์ ยอมรับว่าเป็นผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า ทะเบียน บน 3245 ศรีสะเกษ ส่วนพระอัครเดชนั่งมาด้วย จึงได้วัดแอลกอฮอล์ในร่างกาย ปรากฏว่า เกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ซึ่งการกระทำของทั้ง 2 ผิด พรก.ฉุกเฉิน และผิดวินัยสงฆ์ จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบและจับกุม จากนั้นได้นำตัวไปลาสิกขาบททันทีและส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีะเกษ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ

แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน คือ นายวิสันต์ สุดทวี อายุ39 และ นายอัครเดช จันโมคา อายุ31ปี ฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามออกนอกเคหะสถาน ระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น.โดยไม่ได้รับยกเว้น หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และเมาสุราขณะขับรถ โดยทั้ง 2 คน ยอมรับข้อกล่าวหา และถูกดำเนินคดีตามกฏหมายต่อ

หมูหนีตาย!! กระโดดออกจากคอกก่อนไฟไหม้วอด

คุณตากำลังใช้เครื่องตัดเหล็ก เพื่อซ่อมแซมโรงนา คอกสุกร ไม่ทันระวัง ประกายไฟที่ตัดเหล็ก พุ่งไปติดกองท่อนฟาง จนเกิดลุกไหม้โรงนา คอกหมู ทั้งคน ทั้งหมู กระโดดหนีตายออกมาได้ ก่อนไฟไหม้วอดทั้งหมด

วันที่ 27 เมษายน 2563 เมื่อเวลา 15.10 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหตุเพลิงไหม้ที่ทุ่งนาบ้านแกงเลี้ยว หมู่ที่ 6 ตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ นาย เอกอมร มะโนรัตน์ นายก อบต.หนองใหญ่ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองจันทร์ ให้รับทราบก่อนที่จะเร่งให้เจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงออกปฎิบัติหน้าที่

เมื่อเดินทางไปถึงพบเพลิงกำลังลุกไหม้โรงนา ที่สร้างให้เป็นทั้งที่พัก เป็นทั้งโรงนาเพื่อเก็บกองท่อนฟางอัด ทั้งมีคอกสุกรอยู่ด้วย พร้อมกับเก็บวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตรที่ใช้ในทุ่งนา เมื่อรถดับเพลิงเดินทางมาถึงก็ได้เร่งฉีดน้ำเข้าดับเพลิง โดยใช้ระยะเวลาอยู่ราว 1 ชั่วโมง เพลิงจึงเริ่มสงบลง พร้อมกับการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปคลีเขี่ยฟางที่เป็นท่อนอัดเอาไว้ ให้กระจายออกจากกันเพื่อสะดวกในการฉีดน้ำเข้าไปดับไฟได้ง่าย

โดย คุณตาสมใจ ศรีสุข อายุ 72 ปี เจ้าของโรงนาดังกล่าว เล่าว่า เมื่อบ่ายของวันนี้ หลังจากที่ตนกินข้าวกับยายแล้ว ยายก็ออกไปดายหญ้าเพื่อที่จะเก็บมาเข้าบ้านไปให้วัวกิน ตนก็ได้หันมาทำงานที่จะต่อเติมโรงนา หลังคาต่อ เริ่มจากการนำเครื่องตัดเหล็กมาตัดเหล็กที่จะทำการขึ้นโครงหลังคา ขณะที่เลื่อยตัดเหล็กอยู่นั้น ตนไม่ทันได้สังเกตว่า ประกายไฟที่เกิดจากการตัดเหล็ก ได้กระจายพุ่งไปที่กองท่อนฟาง ที่ตนนำท่อนฟางที่อัดแน่นๆ มากองทับๆ กันไว้ที่โรงนา เพื่อเก็บไว้ให้ฝูงวัวกินตลอดปี เกิดลุกติดไฟขึ้นมา

จนตนเองรู้สึกร้อนๆ มาจากด้านหลัง จึงหันไปมองดูก็พบว่า เพลิงได้ลุกไหม้ท่อนฟางลุกลามใหญ่โตแล้ว จวนตัวก็เลยลุกกระโดดหนีออกมา พร้อมๆ กับหมูที่อยู่ในคอก ในโรงนา ก็ร้อนเพราะไฟไหม้เช่นกันก็กระโดดข้ามคอกออกมาเช่นกัน ทั้งคน ทั้งหมู ต่างกระโดดหนีตายออกมาด้วยกัน ก่อนที่จะได้โทรศัพท์ไปบอกนายก อบต.หนองใหญ่ ขอความช่วยเหลือนำรถน้ำมาช่วยดับเพลิง และจนเพลิงสงบจึงรู้ว่ารถไถนาเดินตาม พัดลม ตู้เย็น เสื้อผ้า ที่นอนไหม้หมดเลย นับว่าเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่

รวมพลังจิตอาสาสู้ภัยแล้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประสานความร่วมมือท้องที่ท้องถิ่นและพลังจิตอาสาร่วมแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืนในพื้นที่อำเภอไพรบึง         

วันนี้ (27 เม.ย.63) นายวัฒนา  พุฒิชาติ  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  ได้ร่วมกับฝ่ายท้องที่ท้องถิ่น และ พลังจิตอาสาร่วมแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยเร่งติดตามความคืบหน้าการขุดลอกหนองคู บ้านพะแวะเหนือ หมู่ที่ 12 ตำบลสุขสวัสดิ์  อำเภอไพรบึง  ประสบภัยแล้งขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร

ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ และ องค์การบริหารส่วนตำบลสุขสวัสดิ์  ได้ประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ  ทำการขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อสูบน้ำเข้าระบบน้ำประปาหมู่บ้านแล้ว จากนั้น  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ติดตามการขุดลอกหนองสลักได หมู่ที่ 6  ตำบลสุขสวัสดิ์  อำเภอไพรบึง กำลังประสบภัยแล้งขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตรเช่นกัน         

ขณะเดียวกัน คลองอีสานเขียวที่บริเวณบ้านดินแดง หมู่ที่ 5 ตำบลดินแดง อำเภอไพรบึง มีสภาพตื้นเขินและน้ำแห้งตลอดสาย  ทางจังหวัดศรีสะเกษ โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลเพื่อทำการขุดลอกจาก อบจ.ศรีสะเกษ และ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขุดหลุมเตรียมการรองรับน้ำฝนจากภาวะฝนฤดูร้อน รวมถึงน้ำฝนตามฤดูกาลในระยะยาว 

อีกทั้งยังได้เน้นย้ำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตกแต่งคูคลองอิสานเขียวตลอดสายให้สวยงาม  โดยให้ปรับภูมิทัศน์  จัดทำสวนป่า หรือ แปลงผักรวม และ ในอนาคตเตรียมให้ภาคประชาชนมีการรวมกลุ่มพัฒนาการใช้ระบบสูบน้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์แก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืนต่อไป

ชมวิวพระอาทิตย์อัสดง ที่ “ผาพญากูปรี”

ภูสิงห์เมืองเขื่อนดิน ถิ่นพระพุทธบาท อภิวาทหลวงปู่สรวง โครงการหลวงศูนย์เกษตร เขตผ่านแดนช่องสะงำ งามล้ำจุดชมวิวผาพญากูปรี. เป็นอีกแห่งหนึ่งที่สวยงามในอีสานใต้ นั่งดูพระอาทิตย์ลงยามเย็นสวยงามมากผ่อนคลาย ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์หายใจอิ่มอย่าลืม (หนีโควิด)มารับอากาศที่บริสุทธ์ผ่อนคลายให้สบายที่จุดชมวิวผาพญากูปรี ติดชายแดนไทย กัมพูชา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ สวยจริงนะจะบอกให้

ส.ส.โต้ง ผุดแนวคิดพัฒนาแอปฯ สู้โควิด-19

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต 1 พรรคภูมิใจไท เปิดเผยผ่านรายการโต้งทอล์ค ผ่านแฟนเพจแจ้งข่าวศรีสะเกษ ว่า ขณะนี้ ได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ หอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ และคณะกรรมการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด19 จังหวัดศรีสะเกษ

โดยได้มอบหมายให้ อาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ สร้างแอพพลิเคชั่น สมาร์ทโฟน ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ได้ใช้ฟรี ซึ่งความสามารถของแอพตัวนี้ จะสามารถบ่ง บอกพิกัด ของผู้ที่ใช้งาน และเช็คอิน ตามสถานที่ต่างๆ เท่านั้น แต่แอพพลิเคชั่นตัวนี้ ไม่ได้ทำงานแบบเรียลไทม์ หรือ ทำงานแบบออนไลน์ตลอดเวลา ผู้ใช้งานต้องเชคอินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อจดจำพิกัดของตัวเอง ให้ง่ายต่อการจดจำ หากมีการแพร่ระบาด ในสถานที่ นั้นๆ หรือ พบว่าก่อนหน้านั้น เคยมีผู้ป่วยที่ยืนยันว่า ติดเชื้อ ทางเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข หรือ คณะกรรมการ ที่ได้รับอนุญาต ให้ใช้งานแอพพลิเคชั่นตัวนี้ จะแจ้งกลับไปยังผู้ที่ใช้แอพฯ ตัวนี้ ให้สังเกตุอาการตัวเอง หรือ เข้ามาสอบประวัติ และตรวจหาเชื้อได้ทันที

นายสิริพงศ์ บอกอีกว่า แอพพลิเคชั่นตัวนี้ จะแตกต่างจากแอพพลิเคชั่น ตัวอื่นๆ ซึ่งผู้ใช้งานยินยอมให้ตรวจสอบตำแหน่งของตัวเอง ที่เคยไปมาเท่านั้น ไม่ได้ติดตามตัวแบบเรียลไทม์ แต่อย่างใด โดยจะง่ายต่อการควบคุม การแพร่ระบาดของไวรัสได้ ดีในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็จะได้ป้องกันตัวเอง ให้เฝ้าระวัง และสังเกตุอาการตัวเอง ซึ่งในช่วงแรกเปิดให้ชาวศรีสะเกษ ดาวน์โหลดได้ฟรี ที่ play store ในระบบ แอนดรอยด์ ส่วนผู้ใช้ IOS รอสักระยะอยู่ในระหว่างการติดต่อกับ เจ้าของระบบ IOS