ศรีสะเกษ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรน้ำท่วมแปลงหอมแดง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะกษ รุดติดตามน้ำท่วมพื้นที่ปลูกหอมแดงในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อยพร้อมบูรณาการช่วยหาตลาดรับซื้อหอมสดขณะที่การเยียวยาคาดไม่เกิน 60 วัน      

 

วันนี้ (3 พ.ย. 64) นายอนุรัตน์  ธรรมประจำจิต  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะกษ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมภาคีผู้ประกอบการภาคเอกชน ล่องเรือรุดติดตามน้ำท่วมแปลงปลูกหอมแดงของเกษตรกรชาวบ้านค้อเมืองแสน ตำบลคอนกาม อำเภอยางชุมน้อย

พบว่าแปลงหอมแดงกว่า 250 ไร่ ที่เกษตรกรปลูกไว้ถูกน้ำจากลำน้ำมูลเอ่อเข้าท่วมเสียหายทั้งหมด โดยหอมแดงดังกล่าวอยู่ในระยะเวลาใกล้จะเก็บเกี่ยวแล้ว คาดว่าประมาณ 15 -20 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวไว้ทำพันธ์หรือจำหน่ายได้แล้ว

หากราคาอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมล่ะ 25 – 30 บาท เกษตรกรจะมีรายได้เมื่อหักต้นทุนแล้ว ก็ประมาณ 2 – 3 แสนบาทเลยทีเดียว  แต่เมื่อถูกน้ำท่วมจนจมมิดแบบนี้  เกษตรกรต้องอกช้ำน้ำตาหมองแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ไหนจะเงินค่าลงทุน ไหนจะเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทุกเดือน เรียกว่า เงินแสนต้องสูญหายไป เหลือเพียงน้ำตากับหนี้สิน       

การช่วยเหลือเบื้องต้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะกษ ได้ประสานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ และผู้ประกอบการภาคเอกชน ได้รับซื้อหอมแดงสดนำไปแปรรูป หรือ นำไปจำหน่ายตามท้องตลาด เพื่อให้เกษตรกรพอมีรายได้ นำไปเป็นทุนรอนลงมือปลูกใหม่ภายหลังน้ำลด 

ขณะที่การสำรวจความเสียหายของแปลงหอมแดงทั้งหมดในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อย พบว่ามากกว่า 2,000.-ไร่  ซึ่งจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบราชการไร่ละไม่เกิน 1,980.- บาทต่อไร่

โดยจังหวัดศรีสะเกษจะเร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือภายใน 60 วัน หรือ ก่อนปีใหม่แน่นอน เป็นการช่วยซับน้ำตาของเกษตรกรพร้อมเป็นของขวัญปีใหม่ด้วย

ศรีสะเกษสำรวจนาข้าวน้ำท่วม เบื้องต้นเสียหายกว่า 2 แสนไร่

เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่สำรวจนาข้าวเสียหายภายหลังน้ำลดสู่ภาวะปกติเบื้องต้นนาข้าวเสียหายกว่า 2 แสนไร่พร้อมกำชับให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อเยียวยาตามขั้นตอนภายใน 90 วัน    

วันนี้ (15 ต.ค. 64) นายวิชัย  ศรีโพธิ์งาม  เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ  พร้อมด้วยนายพนม คงสีไพร เกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ  ลงพื้นที่สำรวจเพื่อชี้แจงแนวทางให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ที่บ้านโพธิ์ หมู่ 1 ตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ  ซึ่งจากผลการประเมินความเสียหายในเบื้องต้น คาดการณ์ความเสียหายเบื้องต้น มีพื้นที่ประสบภัย 211,894.-ไร่ คาดว่าจะนาข้าวเสียหายถึง 149,500.- ไร่ ครอบคลุม 18 อำเภอ 120 ตำบล 803 หมู่บ้าน

ภายหลังสำรวจข้อเท็จจริงของนาข้าวที่ถูกน้ำท่วมเสียหายร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าแล้ว  เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ  กล่าวว่า  เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ได้กำชับสำนักงานเกษตรอำเภอ ให้ตรวจสอบพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงจริงตามกลไก ขั้นตอน และกระบวนการตรวจสอบ พร้อมบันทึกผลตรวจสอบในระบบข้อมูลเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช

อีกทั้งมีการประชาคมข้อมูลเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบ โดยมีการปิดประกาศผลการตรวจสอบประชาคม และ ประมวลผล รวบรวม เสนอต่อคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ หรือ ค.ช.ภ.อ. พิจารณากลั่นกรองและอนุมัติ ก่อนนำส่งหลักฐานให้จังหวัดพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกรภายใน 90 วัน ซึ่งเกณฑ์ช่วยเหลือกรณีนาข้าวเสียหายตามจริง ไร่ละไม่เกิน 1,340.- บาท และ ไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน..

พช.ศรีสะเกษ ฝึกอบรมพัฒนาพื้นที่ต้นแบบฯสู่ “โคกหนองนาโมเดล” รุ่นที่ 8

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ จัดฝึกอบรมพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” รุ่นที่ 8

วันนี้ (11 ก.พ.64) นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเพิ่มทักษะระยะสั้นการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” รุ่นที่ 8 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความมั่นคง และ มีเสถียรภาพ 

ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงพระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ พระบาทสมเด็พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรลกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยความว่า “เราจะสืบสาน รักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป “

โดยจัดฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจริง ณ ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีประยุกต์สู่โคก หนองนา โมเดลของนางพรรณี  ต้อไธสง บ้านเตาเหล็ก หมู่ที่ 10  ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ  ซึ่งเป็นผู้ที่ประสบผลสำเร็จจากการลองผิดลองถูกและถูกสบประมาทมากว่า 10 ปี  ถึงจะสำเร็จเป็นรูปธรรมดังเช่นในปัจจุบัน

นายจรินทร์ รอบการ พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ  กล่าวว่า  การระบาดของโรคโควิด 19 ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ จึงได้เร่งขยายผลการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล ” ทั้งหมด 1,434 คน

กำหนดฝึกอบรมทั้งหมด 14 รุ่นๆ ล่ะ 5 วัน  ระว่างเดือนธันวาคม 2563 – มีนาคม 2564 โดยรุ่นที่ 8 ดำเนินการระหว่างวันที่ 10 – 14 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้ผ่านการอบรมจะไปปฏิบัติในแปลงของตนเอง เป็นครูพาทำ เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบต่อไป

ปลูกด้วยรักมอบด้วยใจ”หอมแดงศรีสะเกษ”

ผู้ที่ชื่นชอบหอมแดงศรีสะเกษ แม้จะอยู่ไกลก็ส่งให้ได้ผ่านไปรษณีย์ไทย เป็นหอมที่ปลูกด้วยรักส่งมอบด้วยใจ แถมปลอดภัยจากเชื้อโรคโควิด 19 ด้วย

 

จังหวัดศรีสะเกษ เป็นแหล่งผลิตหอมแดงคุณภาพ GI อันเลื่องชื่อ พื้นที่การปลูกเกือบ 3 หมื่นไร่ใน 7 อำเภอ ผลผลิตในแต่ละปีกว่า 85,000 ตัน  เนื่องมาจากความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ได้แก่ ลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี  ซึ่งเอกลักษณ์พิเศษของหอมแดงศรีสะเกษนั้น เป็นที่รู้กันว่า “  มัน แห้ง แดง สด คอเล็กเรียว กลิ่นฉุน ที่สำคัญ  สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานข้ามปีเลยทีเดียวครับ       

เพื่อส่งเสริมการตลาดให้หอมแดงศรีสะเกษ ได้ส่งไปถึงมือของผู้ชื่นชอบทั้งหลายทั่วไทย จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ และ ไปรษณีย์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันจัดส่งหอมแดงสื่อรัก ที่เกษตรกรต่างเฝ้าดูแลใส่ใจให้เป็นหอมแดง GI คุณภาพ  ปลูกด้วยรักส่งมอบด้วยใจ  โดยหอมแดงศรีสะเกษ แท้ๆ ต้องรีบสั่งภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้เท่านั้น เพราะหากชักช้า อาจหมดก่อน นั่นเอง ครับ       

ผู้สนใจอยากจะได้หอมแดงศรีสะเกษ GI คุณภาพ ไปชิมลิ้มลองในรสชาติการประกอบอาหาร จังหวัดศรีสะเกษมีโปรโมชั่นพิเศษ ช่วงป้องกันโรคโควิด 19  อีกทั้งรับวันแห่งความรัก  ใครที่โทรศัพท์สั่งซื้อตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ สั่งหอมแดง  5 กิโลกรัม ราคาเพียง 200 บาทพร้อมส่งถึงบ้าน  รีบติดต่อเลยครับที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ และ ไปรษณีย์จังหวัดศรีสะเกษ   

ศรีสะเกษ เร่งเก็บพริกขาย ราคาดี เกษตรกรยิ้มออก

วันนี้ (29 ม.ค. 64) ที่ สวนพริกของเกษตรกรในเขตตำบลบุสูง อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการระดมแรงงานมาช่วยกันเร่งเก็บพริกทั้งพริกสดแดงและพริกที่เริ่มสุกยังเขียวอยู่ เพื่อเร่งส่งตลาดให้ทันราคา หากเป็นพริกเขียวแก่ พริกแดง จะขายได้ในราคากิโลกรัมละ 125 บาท แต่หากเป็นพริกเขียวอ่อน ก็จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 – 35 บาท

นาย บุญฮู บุพบุญ อายุ 61 ปี เจ้าของสวนพริกแจ้งว่า ได้แรงงานจากหมู่บ้านต่างๆ มารับจ้างเก็บพริก โดยค่าจ้างกิโลกรัมละ 7 บาท หากเก็บพริกแดงสดหรือกำลังสุกหามๆ ขายได้กิโลกรัมละ 125 บาท ปีนี้เกษตรกรปลูกพริกน้อย

เนื่องจากปีที่แล้วประสบปัญหาราคาถูก เกษตรกรบางส่วนงดการปลูก ประกอบกับปลูกยากเนื่องจากมีฝนในช่วงต้นปี พริกที่ปลูกได้ก็ได้น้อยกว่าปีที่แล้วในอัตราต่อไร่ จึงปลูกกันน้อย ทำให้ราคาดี เกษตรกรที่ปลูกพริกปีนี้เลยยิ้มออกกันได้บ้าง ถือว่าเกษตรกรโชคดี

ชาวนาศรีสะเกษ จับปลาขายสร้างรายได้ปีละ 1 แสน

หลังจากเสร็จฤดูเก็บเกี่ยว ชาวนาก็ออกหาซื้อเหมาบ่อหรือสระน้ำตามหัวไร่ปลายนา กลางนา สูบน้ำออกจับปลายส่งขายเป็นรายได้เสริม

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2564 ที่ทุ่งนาบ้านประอาง ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวได้พบกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังช่วยกันจับปลาในบ่อหรือสระน้ำในที่ดินหัวไร่ปลายนา หลังจากสูบน้ำออกจนน้ำแห้งแล้ว ก็จะเห็นปลาทั้งปลาเล็กปลาน้อย อย่างปลาหมอหรือชาวอีสานเรียกปลาเข็ง รวมถึงปลาช่อนตัวโตเท่าแขนน้ำหนักกิโลกว่าก็มี

ชาวบ้านจึงช่วยกันไล่จับอย่างสนุกสนาน ขณะที่จับปลาอยู่นั้น ก็มีประชาชนผู้ที่ขับรถเดินทางผ่านไปมาก็ได้จอดรถซื้อปลาไปประกอบอาหารรับประทานที่บ้าน เป็นปลาที่จับขึ้นมาสดๆ และเป็นปลาจากบ่อธรรมชาติไม่ใช่ปลาเลี้ยงด้วยหัวอาหาร เจ้าของปลาขายปลาช่อนตัวขนาดใหญ่หนัก 7 ขีดขึ้นไปถึง 1 กิโลกรัมขายกิโลกรัมละ 140 บาท

นายใส รามภักดี อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 2 ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง กล่าวว่า หลังเสร็จจากการเก็บเกี่ยวข้าวในนาเรียบร้อยแล้ว ตนก็จะออกหาซื้อเหมาบ่อหรือสระน้ำในนาของชาวนาในพื้นที่อำเภอไพรบึงและอำเภอใกล้เคียง เพื่อสูบน้ำออกจับปลาไปขาย ทำให้มีรายได้เสริมเพิ่มเข้ามาในครอบครัวการซื้อเหมาบ่อก็ต้องใช้ความชำนาญในการดูปลา คำนวณว่าปลามีมากน้อยแค่ไหน ดูจากปลาขึ้นมาหายใจ และดูจากทำเลของบ่อ

เนื่องจากปลาอยู่ในน้ำไม่เห็นตัวปลา เสี่ยงเอามีได้กำไรมากบ้างน้อยบ้างแต่ส่วนใหญ่จะไม่ขาดทุน การสูบสระน้ำจับปลาใช้เวลาหลังเกี่ยวข้าวแล้วประมาณเดือนเศษ ออกสูบทุกวัน มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาช่วยสูบน้ำช่วยจับปลาก็ต้องจ่ายค่าแรงให้เข้า นี่ก็คือต้นทุนของเรา

จะสูบได้วันละ 1 บ่อ หลังจากจับปลาเสร็จประมาณบ่ายโมงหรือบ่ายสองโมง แล้วแต่บ่อใหญ่ไม่ใหญ่ จับปลาเสร็จก็นำปลากลับไปบ้านจะมีพ่อค้า แม่ค้านำรถบรรทุก 6 ล้อ มารับซื้อที่ลานกว้างในหมู่บ้านซึ่งจะมีผู้ที่รับเหมาบ่อจับปลามาขายรวมกันหลายเจ้าหลายราย พ่อค้ามาจุดเดียวไม่ต้องตระเวนหาซื้อ ก็จะซื้อจากขาประจำของใครของเรา ราคาก็จะเท่ากัน การเหมาบ่อสูบจับปลาขายทำให้มีรายได้เสริมปีละ 6-7 หมื่นถึงหนึ่งแสนบาทก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ” นายใส กล่าว.

ธกส.ศรีสะเกษ เปิดชะลอข้าว จ่ายชดเชยคืนดอกเบี้ย

ธกส.ศรีสะเกษ ยืนยันจ่ายเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีไร่ละ 500 บาท พร้อมจ่ายชดเชยส่วนต่างให้ไปแล้วด้วย ขณะที่โครงการชะลอการขายข้าวคาดมีปริมาณไม่น้อยกว่า140,000 ตัน          

วันนี้ (14 ธ.ค. 63) นายสุทัย  ฉกะนันท์  ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดศรีสะเกษ  ได้นำผู้จัดการสำนักงาน ธ.ก.ส. ทั้ง 20 สาขาของจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมชี้แจงความคืบหน้าต่อสื่อมวลชนของจังหวัดศรีสะเกษ ถึงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้งระบบ ผ่านโครงการไร่ละ 500 บาท หรือ สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/2564

โดยจังหวัดศรีสะเกษ ได้จ่ายเงินไปแล้ว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา จำนวน 224,410.- ครัวเรือน เป็นเงินกว่า  1,312,000,000.-บาท ( หนึ่งพันสามร้อยสิบสองล้านบาท )  ขณะที่โครงการสนับสนุนชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/2564 จังหวัดศรีสะเกษ ได้โอนเงินไปแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 266,903.-  ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 2,855,000,000.- บาท (สองพันแปดร้อยห้าสิบห้าล้านบาท)         

ขณะที่โครงการจำนำข้าวหรือโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี การผลิต 2563/2564  เพื่อชะลอปริมาณข้าวเปลือกในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวไม่ให้ออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดศรีสะเกษ  กล่าวว่า  มุ่งให้เกษตรกรเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางตนเองในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวไว้ก่อนเพื่อรอขาย 

โดยระหว่างรอการขายเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับสินเชื่อเพื่อเป็นคำใช้จ่ายในการรับค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกหลักประกันตันละ 1,500 บาทครัวเรือน

โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 กำหนดชำระคืนเงินกู้ภายใน 5 เดือน โดยทาง ธ.ก.ส. ไม่คิดดอกเบี้ยหากผู้กู้สามารถชำระเงินคืนในระยะเวลาที่กำหนด คาดจะเกษตรกรตลอดจนสถาบันการเกษตรใน จังหวัดศรีสะเกษ นำข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการฯ ประมาณ 145,000.- ตัน      

นอกจากนี้ ช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19  เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าโครงการพักชำระหนี้ที่มีศักยภาพและสามารถชำระหนี้ได้  ธนาคารจะคืนดอกเบี้ยเงินกู้บางส่วนให้กับลูกค้าที่มีต้นเงินเป็นหนี้คงเหลือ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2563 และ ได้ชำระหนี้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 3 มีนาคม 2564 ผ่านโครงการชำระดีมีคืน

จะได้รับคืนดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราร้อยละ 20 ของ ดอกเบี้ยที่ได้ชำระจริงแต่ไม่เกิน 5,000 บาท ขณะที่กลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกร ตลอดจนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง  จะได้รับคืนดอกเบี้ยเงินในอัตราร้อยละ 10  ของดอกเบี้ยที่ได้รับชำระจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท

ธกส.ศรีสะเกษ สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุนดอกลำดวน

ธกส.ศรีสะเกษสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุนดอกลำดวนครบวงจรพร้อมวางศิลากฤกษ์โรงงานแปรรูปเนื้อโคขุนคุณภาพ Sisaket King of Cows “ ลำดวนบีฟครบวงจร”


วันนี้(31สค.2563) นายประทีป กีรติเรขา รองเลขานุการนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนคุณภาพ “ลำดวนบีฟ” Sisaket King of Cows ที่บ้านดอนตุ่น ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ โดยความร่วมมือของสำนักงาน ธกส. จังหวัดศรีสะเกษ และ หน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง องค์กรภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ตลอดจนสมาชิกวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุนดอกลำดวน พร้อมเครือข่ายในอำเภอต่างๆ สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับโครงการ “ลำดวนบีฟ” Sisaket King of Cow และ พิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานแปรรูปเนื้อโคขุนแบบครบวงจรวงเงินก่อสร้าง 55 ล้านบาท โดยฟาร์มกำนันเตียง บริบาล และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุนคอกลำดวน ถือเป็นต้นแบบการเลี้ยงโคขุนครบวงจร เริ่มจากต้นน้ำด้วยการส่งเสริมการเลี้ยงแม่โคขุนเพื่อผลิตลูกโค เข้าสู่ระบบการเลี้ยงขุนกลางน้ำแบบระยะสั้นเพื่อขายเนื้อในตลาดล่างทั่วไป อีกทั้งยังส่งเสริมเลี้ยงขุนระบบปลายน้ำแบบปราณีต ที่เน้นตัดแต่งและแปรรูปเพื่อส่งร้านขายเนื้อคุณภาพสูง หรือ Butcher Shop

ด้านนายสุทัย ฉกะนันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า โครงการลำดวนบีฟ หรือ Sisaket King of Cows มุ่งหวังเพื่อสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสและทางเลือกอาชีพใหม่ให้กับเกษตรกร ที่ต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพจากการสนับสนุนแหล่งเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม พร้อมส่งเสริมผู้เลี้ยงโคขุนครบวงจร”ลำดวนบีฟ” ไห้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง 

โดยสนับสนุนสินเชื่อผ่าน 4 โครงการ ได้แก่ สินเชื่อเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน , สินเชื่อชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อพัฒนาอาชีพของผู้มีรายได้น้อย , สินเชื่อ 1 ตำบล 1 SM aE และ สินเชื่อเพื่อเลี้ยงโคขุนแก่เกษตรกร