26/09/2022

สองสาวถูกหลอกโอนเงินทำวีซ่าทำงานเกาหลี สุดท้ายเชิดเงิน


สองสาวถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินทำหนังสือเดินทางและวีซ่าสูญเงินที่กู้ยืมมากว่า 1 แสนบาท โร่แจ้งตำรวจช่วยติดตามคนร้าย

 

วันนี้ (7 ก.ย.65) ที่สถานีตำรวจภูธรเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ชาวบ้านอำเภอเมืองศรีสะเกษ และนางสาวบี ชาวจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นเพื่อนกันได้เข้าพบ พันตำรวจโท ยุทธนา ดวงกล้า สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์เนื่องจากถูกหลอกให้โอนเงินไปเป็นค่าทำวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีใต้สูญเงินกว่า 1  แสนบาท ขอให้ตำรวจช่วยติดตามตัวมิจฉาชีพนำเงินมาคืน

 

นางสาวเอ เปิดเผยว่า ตนได้รู้จักผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ พงศธร นามสมมุติ เป็นกลุ่มคนทำงานในเกาหลีใต้ ตนได้ติดต่อพูดคุยจนรู้ว่าผู้ใช้เฟซบุ๊คนี้สามารถทำวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีได้ โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 25,000 บาท ตนกับแฟนและเพื่อนพร้อมแฟนเพื่อน จึงตกลงใจที่จะทำวีซ่า เพื่อนโอนเงินมาให้ตน 50,000 บาท เพื่อโอนไปให้คนชื่อพงศธรพร้อมกัน โดยให้โอนเข้าบัญชีธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี 020389051069 ชื่อบัญชีนางสาว รัตนาภรณ์ สมจิตร ตนโอนไปจำนวน 100,000 บาทเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565

 

นางสาวเอ กล่าวต่อว่า จนกระทั่งวันที่ 4 กันยายน 2565 พงศธรได้ติดต่อมาบอกว่าวีซ่าออกแล้ว 3 คน อีกคนยังไม่ออก คือแฟนเพื่อน เพราะมีนามสกุลไปโชว์ที่สถานทูตเกาหลีใต้ตรงกับนามสกุลของคนที่เคยหนีวีซ่าเป็นผีน้อยมาก่อน เขาจึงให้โอนเงินไปอีก 33,500 บาท เพื่อเป็นประกันว่าจะไม่หนี เพื่อนจึงได้โอนไปตามจำนวนดังกล่าว ในวันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน จนกระทั่งเช้าวันอังคารที่ 6 กันยายน 2565 คนชื่อพงศธรได้บล๊อกเฟซไลน์ทั้งหมดไม่สามารถติดต่อได้อีกจึงรู้ว่าถูกหลอก ถูกฉ้อโกงแน่นอน

 

 “ตนเดือดร้อนมาก เงินที่นำมาจ่ายให้เขานี้ก็ได้จากการกู้ยืมมา แม่นำโฉนดที่ดินไปจำนองกับนายทุนนำเงินมาให้ตนเป็นค่าใช้จ่ายเพราะหวังว่าจะได้ไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ จะได้มีเงินมาใช้หนี้ไถ่ถอนที่ดินให้แม่ เพราะถ้าตนกับแฟนทำงานที่เกาหลีใต้จะมีรายได้เดือนละร่วมแสนบาท แต่เงินหมดจะกลับไปทำงานที่จังหวัดชลบุรีที่เคยทำก็ไม่มีเงิน เชื่อว่าเรื่องนี้มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกน่าจะมีจำนวนหลายร้อยคน จึงขอวอนให้ตำรวจช่วยติดตามคนโกงนำเงินมาคืนให้ด้วย” นางสาวเอ กล่าว

 

ด้านตำรวจได้รับแจ้งคดีของนางสาวเอไว้ ส่วนนางสาวบี ผู้เป็นเพื่อนได้ทำธุรกรรมคือโอนเงินที่บ้านที่จังหวัดยโสธร ตำรวจจึงแนะนำให้ไปแจ้งกับพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุต่อไป.     


www.sisaketnews.com | Newsphere by AF themes.
error: ห้าม Copy