ขโมยฆ้องเก่า 25 ปี สำนักสงฆ์บ้านจำปา

ขโมยฆ้องเก่า 25 ปี สำนักสงฆ์บ้านจำปา

ภาพวงจรปิดจับภาพหนุ่มขับกระบะข้ามจังหวัดขโมยฆ้องจากสำนักสงฆ์ใน อำเภออุทุมพรพิสัย ถูกตำรวจเรียกมาเข้าคุก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 30 เมษายน 2565 ที่สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัยจังหวัดศรีสะเกษ นายสิทธิชัย สายเมือง อายุ 29ปี อยู่บ้านเลขที่ 02หมู่ 6 ตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานีได้นำฆ้องทองเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1.20 เมตร เข้าพบพันตำรวจโท ธงชัย ตอพิมาย สารวัตร (สอบสวน) หลังจากที่นายบุญส่ง สิมศรี อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่3 ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออุทุมพรพิสัย เข้าแจ้งความว่า ฆ้องของสำนักสงฆ์บ้านจำปาหายไปโดยคนร้ายนำระฆังเหล็กหล่อราคาไม่กี่บาทมาแขวนไว้แทน ซึ่งนายบุญส่งได้นำภาพกล้องวงจรปิดมามอบให้ตำรวจดูด้วย

 

นายบุญส่ง สิมศรี ผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า เมื่อประมาณ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีชายคนหนึ่งซึ่งก็คือนายสิทธิชัย ผู้ต้องหาคนนี้ มาพบตนพร้อมกับบอกว่าฆ้องที่วัด มีรอยบุบลงไปมากเวลาตีเสียงไม่ดี จะให้เอาฆ้องใหม่มาเปลี่ยนไหม ตนเห็นว่าฆ้องใบดังกล่าว มีผู้มีจิตศรัทธาจากจังหวัดบุรีรัมย์นำมาถวายให้วัดนี้มาตั้งแต่ปี 2539 ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้ว จึงปฏิเสธไป จนกระทั่งตอนสายของวันนี้มีลูกบ้านมาแจ้งตนว่าฆ้องที่วัดหายไป จึงมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนให้ช่วยติดตามฆ้องมาคืน โชคดีที่มีกล้องวงจรปิดจับภาพรถไว้ได้ จึงได้ตัวผู้กระทำความผิด

 

จากการดูภาพกล้องวงจรปิดแล้วทราบว่ารถคันที่นำฆ้องไปเป็นรถกระบะแค็ป สีขาวทะเบียน ผธ 9914 อุบลราชธานี บรรทุกฆ้องไว้ในกระบะโดยมีผ้าจีวรพระคลุมไว้มิดชิด ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบแล้วทราบว่านายสิทธิชัย สายเมืองเป็นผู้ครอบครองรถ จึงได้ประสาน สถานีตำรวจภูธรพิบุลมังสาหาร แจ้งให้นายสิทธิชัยโทรศัพท์กลับมาหาพนักสอบสวนเจ้าของคดี และตำรวจได้แจ้งให้นายสิทธิชัยนำฆ้องกลับมาพบและเจรจากับผู้เสียหาย

 

นายสิทธิชัย สายเมือง อ้างว่า ได้พูดคุยตกลงกับผู้สูงอายุในวัดคนหนึ่งว่า นำฆ้องมาแลกเปลี่ยนให้แล้ว ก่อนที่จะยกฆ้องของวัดขึ้นรถไป จนกระทั่งตำรวจโทรไปติดตามตัวให้นำฆ้องกลับมาพบพูดคุยเจรจากันจึงได้เดินทางมาพบดังกล่าว

 

ทางด้านนายบุญส่ง ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยชาวบ้านยืนยันให้ตำรวจดำเนินคดีกับนายสิทธิชัย สายเมือง ผู้ขโมยเอาฆ้องไปให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ไปกระทำแบบนี้กับที่อื่นอีกต่อไป

 

พันตำรวจโท ธงชัย ตอพิมาย กล่าวว่า เมื่อผู้เสียหายก็คือผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยชาวบ้านยืนยันให้ดำเนินคดี ตนก็ได้แจ้งข้อหานายสิทธิชัยว่า ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ลักทรัพย์ซึ่งเป็นทรัพย์ในสถานที่บูชา คือสำนักสงฆ์หรือวัด นำตัวนายสิทธิชัยไปเข้าห้องควบคุมไว้พร้อมกับคัดค้านการประกันตัวเพราะเกรงว่าจะหลบหนี เพื่อจะได้ดำเนินการสอบสวนโดยละเอียดก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังต่อศาลในวันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2565 นี้.